
ลุยทำลายเหล็กเส้นไม่ได้มาตรฐานค่ากว่า20ล.
รมว.อุตสาหกรรม ลุยทำลายเหล็กเส้นและสินค้าไม่ได้มาตรฐานที่จังหวัดนครราชสีมา รวมมูลค่าเกือบ 20 ล้านบาท ผู้ประกอบการ-พ่อค้า ที่ได้รับผลกระทบแห่ชูป้ายประท้วง กล่าวหาเลือกปฏิบัติ รัฐมนตรีลั่นทำมาแล้วกว่า 30 จังหวัด ยืนยันยังเดินหน้าต่อเนื่องไม่หยุด
วันที่ 24 พ.ค.55 เวลา 09.30 น. ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา , นายณฎฐชัย ศรีรุ่งสุขพพินิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายณัฐพล ณัฎฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เดินทางมาตรวจสอบการทำลายผลิตภัณฑ์ทางอุตสาหกรรมที่ไม่ได้มาตรฐานกว่า 30 รายการรวมกว่า 1 แสนชิ้น มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ได้ทำการตรวจจับกุมบรรดาโรงงานผลิตและผู้ประกอบการต่างๆที่ลักลอบนำสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานมาจำหน่ายภายในจังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่ต้นปี 2555 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ สามารถจับกุมโรงงานผู้ผลิตได้ร่วม 3 แห่งและผู้ประกอบการอีก 32 แห่ง ซึ่งระหว่างการทำลายลายสินค้าไม่ได้มาตรฐานดังกล่าวมีกลุ่มผู้ประกอบการที่ถูกจับกุมและยึดของกลางทั้งหมดมาทำลายกว่า 50 คน มารวมรวมตัวชุมนุมถือป้ายประท้วงการทำหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยระบุว่ากระทรวงอุตสาหกรรมเลือกปฏิบัติเฉพาะพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา รวมถึงประท้วงไปยังทางพรรคชาติพัฒนาซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพรรคการเมืองของจังหวัดนครราชสีมา ว่าไม่ยอมให้การช่วยเหลือและร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรมในการเอาเปรียบรังแกผู้ประกอบการ ซึ่งในเรื่องนี้ทางนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ชี้แจงว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามกฏหมาย ซึ่งหากพบมีการกระทำผิดจริงก็จำเป็นที่จะต้องปฏิบัติ และการทำหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติโดยมีการดำเนินการตรวจสอบผู้กระทำผิดอย่างเข้มข้นมาโดยตลอดและมีการยึดของกลางทำลายมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริโภค
ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การทำลายสินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่ได้มาตรฐานนั้นทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีนโยบายสั่งการไปยังทางสำนักงานอุตสาหกรรมในทุกจังหวัดในเข้มงวดกวดขันตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่องมาโดยตลาด ซึ่งในห้วงที่ผ่านมาได้มีการจับกุมโรงงานและร้านจำหน่านสินค้าไม่ได้มาตรฐานและนำมาทำลายเพื่อให้สิ้นสภาพไม่สามารถนำกลับไปใช้งานได้อีกแล้วมากกว่า 30 จังหวัด และสามารถจับกุมโรงงานผู้ผลิตได้ในพื้นที่ 3 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดสมุทรสาคร , สมุทรปราการ และปทุมธานี รวมมูลค่าสินค้าที่ทำลายมากกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าจำพวก เหล็กโครงสร้างพื้นที่สิ่งปลูกสร้าง , ของเล่นเด็ก และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และตรวจจับกุมยึดทำลายที่จังหวัดนครราชสีมาในครั้งนี้เป็นการดำเนินการต่อเนื่องตามนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมที่ยังคงเดินหน้าตรวจสอบเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้อย่างเข้มข้นจนสามารถจับกุมและยึดของกลางได้รวมมูลค่าเกือบ 20 ล้านบาท ประกอบด้วย เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรวม 49,000 เส้น ของเล่นเด็ก 67,280 ชิ้น และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า 6,139 ชิ้น ซึ่งทั้งหมดต้องถูกทำให้สิ้นสภาพจนแน่ใจว่าจะไม่สามารถนำไปใช้ในการผลิตขึ้นใหม่ได้อีกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของประชาชน อีกทั้งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดต่างประเทศที่จะแน่ใจได้ว่าสินค้าที่ผลิตขึ้นจากโรงงานผลิตในประเทศไทยจะต้องเป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล
ส่วนการสังเกตสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานสากลตามที่กฏหมายกำหนดเพื่อไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากโรงงานผู้ผลิตนั้น ส่วนตัวเชื่อว่าผู้รับเหมาที่จำเป็นจะต้องเลือกซื้อสินค้าวัสดุก่อสร้างต่างนั้นจะทราบดีอยู่แล้ว ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของทางผู้รับเหมาเอง และทางประชาชนทั่วไปก็สามารถสังเกตได้ด้วยตามเปล่าเพราะอย่างเหล็กเส้นนั้นหากไม่ได้มาตรฐานน้ำหนักและขนาดของเหล็กจะต่ำกว่าป้ายที่ระบุดังนั้นควรหมั่นสังเกตตรงนี้ไว้ให้ดี ส่วนสินค้าชนิดอื่นๆอย่างเช่นของเล่นนั้นความจริงแล้วสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานส่วนใหญ่จะถูกลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน และไม่มีใบรับรองผลิตภัณฑ์ ดังนั้นประชาชนหรือผู้ที่จะซื้อมาจำหน่ายเองก็จะต้องขอดูใบรับรองสินค้าเหล่านี้เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของผู้ค้าที่ฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบประชาชน อย่าเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว เพราะสินค้าเหล่านี้สามารถสร้างความเดือดร้อนให้กับชีวิตของประชาชนได้ ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากปัญหาการนำสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานมาจำหน่ายแล้ว ทาง ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังได้กำชับไปยังทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา เช่นเดียวกันกับที่กำชับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ให้ออกทำการตรวจสอบการทิ้งสารเคมีและวัตถุอันตรายของโรงงานผู้ผลิตสินค้าต่างในพื้นที่ของตนเองอย่างเข้มงวด หลังจากมีปัญหาการปล่อยน้ำเสียของโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการอีกด้วย



