
'หนุ่มอังกฤษพลิกฟื้นภูมิปัญญาอีสาน'
'หนุ่มอังกฤษพลิกฟื้นภูมิปัญญาอีสาน' : คอลัมน์ เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // ชาญยุทธ โคตรธรรม
ชีวิตที่ต้องตระเวนเดินสายแสดงรำตามร้านอาหาร และโรงแรมใหญ่หรูในกรุงเทพฯ ของนางรำนาฏศิลป์สาวนครพนม อย่าง "วัชราภรณ์ วิเศษดี" ที่ทำมาตั้งแต่เรียนจบนาฏศิลป์จากวิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ ตั้งแต่อายุ 21 ปี ทิ้งท้องทุ่งมุ่งสู่เมืองใหญ่จมอยู่กับแสงสีเสียงของเมืองหลวงนานหลายปี ทำงาน และครองคู่กับคนรักที่มีอาชีพศิลปินเช่นกัน ยึดอาชีพรับงานแสดงและขายเครื่องดนตรีอีสาน กระทั่งมีบุตรด้วยกัน 2 คน
แต่เมื่อความรักที่เคยหอมหวานกลับต้องปิดฉากลง หลังจากอยู่ร่วมสุขกันเพียง 5-6 ปี ทำให้ต้องมีคำว่า "แม่ฮ้าง" ติดตัว อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง แบกเอาความช้ำกลับมาซุกไออุ่นพ่อแม่ที่บ้านเกิด ใน ต.วังตามัว อ.เมือง จ.นครพนม มาช่วยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการทำ "กลองยาว " และเครื่องดนตรีอีสาน อาชีพที่คลุกคลีมาตั้งแต่เด็กจนโตและรับเชิญไปเป็นครูสอนพิเศษนาฏศิลป์ตามโรงเรียนต่างๆในนครพนม
ตั้งใจที่จะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่องานศิลปะที่รัก มอบใจทั้งหมดให้ลูกทั้งสองคนและพ่อแม่ เวลาให้งาน หัวใจให้ครอบครัว มุ่งมั่นไม่วอกแวกให้ความรักแบบหนุ่มสาวแก่ใครอีกแล้ว ไม่เข็ด แต่ไม่อยากสนใจ
แต่แล้วเมื่อวันเทศกาลแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ 2551 "วัชราภรณ์" ได้รับเชิญจากคุณวิลาวรรณ ซึ่งมีสามีเป็นชาวอังกฤษ ชื่อ จอห์น เคอตั้น เจ้าของโฮมสเตย์ติงต๊อง ที่ อ.ปลาปาก จ.นครพนม ให้ไปช่วยสอนหนังสือเด็ก
ที่นั่นเธอได้พบกับ "มาร์ติน อลัน โจนส์" หนุ่มผู้ดีอังกฤษ ชาวเมืองลิเวอร์พูล ขณะนั้นวัย 61 ปี เพื่อนของจอห์น ที่แวะมาเที่ยวเยี่ยมเยียน ทำให้ทั้งคู่ได้รู้จักกัน
"อลัน" มีธุรกิจส่วนตัวที่บ้านเกิด เกี่ยวกับวางสายเคเบิล เคยมีครอบครัว มีบุตร 2 คน เขาเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยแล้ว 2 ครั้ง รู้สึกติดใจในน้ำใจไมตรี และชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย โดยเฉพาะที่บ้านนอกบ้านนา เคยรู้สึกยินดีกับเพื่อนที่มีภรรยาคนไทยและได้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทย อยู่กับธรรมชาติและผู้คนที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะตัดสินใจหันหลังให้บ้านเกิดที่ประเทศอังกฤษอย่างถาวร กระทั่งมาเจอ "เธอ" สาวนครพนม ที่แสนจะอ้อนช้อยงดงาม..
"สบตาครั้งแรก รู้สึกว่าใช่เลย"อลันคิด
จากนั้น "อลัน" พยายามทำความรู้จัก ซึ่งก็มีสัญญาณการตอบรับที่ดีจากฝ่ายหญิง แม้จะยังไม่มั่นใจว่า "เธอ" จะยินยอมปลงใจใช้ชีวิตร่วมกับชายชราวัยเกินเกษียณอย่างเขาหรือไม่ แต่เมื่อหัวใจเรียกร้อง ก็ต้องเดินหน้าสานสัมพันธ์ต่อไป
"รักจริงหวังแต่ง" เป็นสิ่งที่อลันต้องการสื่อกับหญิงสาวที่เขาหมายปอง จึงขอไปพบพ่อแม่เพื่อแสดงตัวให้รู้ว่าต้องการคบหา จริงใจและจริงจังกับลูกสาว เขาถือโอกาสขอนอนค้าง เพื่อจะได้นั่งคุยกันทั้งคืน แต่กลับถูกปฏิเสธ โดยฝ่ายหญิงบอกว่า ไม่เหมาะ คนเห็นคนรู้จะไม่ดีไม่งาม ผิดประเพณี
คอตกกลับมานอนที่โฮมสเตย์ติงต๊อง ปรึกษาปัญหาหัวใจกับเพื่อน ทำให้ทราบว่า หญิงไทยมิใช่อยากได้สามีฝรั่งเสมอไป ผู้หญิงคนนี้เป็นดี คนสู้และรักศักดิ์ศรี ถ้ารักต้องรักจริง ต้องทิ้งทุกอย่างที่บ้านเกิด แล้วมาสู่ขอตามประเพณี สัญญาว่าจะอยู่ดูแลกันจนแก่เฒ่า ทางพ่อแม่ผู้หญิงเขาถึงจะยอม
"อลัน" พยายามเอาชนะใจสาวเจ้าให้ได้ มาพบพ่อแม่และพูดคุยที่บ้านทุกวันตั้งแต่เช้า ตกเย็นกลับโฮมสเตย์ ทำเช่นนี้ผ่านไปหลายเดือน พ่อแม่ก็เริ่มใจอ่อน ยอมแพ้ความดีฝรั่งว่ารักลูกสาวเขาจริง หากลูกจะร่วมชีวิตก็ขอให้ทำถูกต้องตามประเพณี
เพื่อพิสูจน์รักแท้ "อลัน" กลับไปบ้านที่ประเทศอังกฤษ โอนธุรกิจทั้งหมด บ้านที่ดินให้ลูกชายเรียบร้อย เก็บข้าวของเท่าที่จำเป็น เดินทางกลับมาพร้อมลูกชาย และทำพิธีสู่ขอ ทุกอย่างลงตัวจึงกลายเป็นพิธีแต่งงานที่โฮมสเตย์ติงต๊อง
เมื่อมาเป็นเขยอีสาน อลันได้ออกทุนช่วยซื้ออุปกรณ์มาดัดแปลงเป็นเครื่องเจาะ เครื่องขัด ได้เทคโนโลยีเพิ่มขึ้น จากเดิมทำกลองยาวด้วยเครื่องมือพื้นเมืองเจาะ เช่น ขวาน สิ่ว เพราะทุนรอนน้อย เขามาช่วยต่อยอดออกความคิดประดิษฐ์เครื่องกลขึ้นมาใช้ บางครั้งก็ลงมือลงแรงช่วยทำกลองด้วย
ปัจจุบันเขาไปช่วยสอนภาษาให้เด็กตามโรงเรียนต่างๆ จันทร์ พุธ ศุกร์ โดยไม่คิดค่าจ้าง ครอบครัวอยู่กันอย่างมีความสุขกับอาชีพผลิตเครื่องดนตรีขาย และกำลังมีการสร้างโรงเรือนไม้และทำที่พักเพื่อไว้ต้อนรับชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยว และจะใช้เป็นพื้นที่สอนรำนาฏศิลป์ให้เด็กที่สนใจเรียนฟรี เพื่ออนุรักษ์วิชาที่ตนร่ำเรียนมาไม่ให้สูญหาย หรืออยากมาฝึกทำเครื่องดนดีอีสานก็ยินดีถ่ายทอดให้ เพื่อให้วิชารำนาฏศิลป์และผลิตเครื่องดนตรีอีสานอยู่คู่กับคนอีสานตลอดไป
...........................
(หมายเหตุ : 'หนุ่มอังกฤษพลิกฟื้นภูมิปัญญาอีสาน' : คอลัมน์ เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // ชาญยุทธ โคตรธรรม)



