
แนวตลิ่งลำน้ำกระบุรีทรุดหนัก!
ระนองเร่งชงของบสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง หลังพบตลิ่งแนวลำน้ำกระบุรี ที่กั้นพรมแดนไทย-พม่า ด้านจ.ระนอง-เกาะสอง พังจนเสียพื้นที่ให้กับพม่าหลายตารางเมตร แถมบ้านเรือนพังกว่า 50 ครัวเรือนเริ่มอพยพหนี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 55 นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางจังหวัดระนองเร่งจัดทำโครงการเร่งด่วนเพื่อขอบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำกระบุรีพัง ซึ่งปัจจุบันพบปัญหาอยู่ในขั้นวิกฤติเนื่องจากบางพื้นที่อาจทำให้แนวพรมแดนมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะร่องน้ำลึกที่เป็นอาณาเขตกั้นพรมแดนไทย-พม่า ด้านจังหวัดระนอง-เกาะสองเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง
"ที่ผ่านมาทางจังหวัดระนองได้แจ้งไปยังจังหวัดระนองผ่านการประชุมคณะกรรมการชายแดนท้องถิ่นไทย-พม่า ด้านจังหวัดระนอง-เกาะสอง ถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงการที่ฝ่ายไทยจะสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง ซึ่งในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายพม่าได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้กับส่วนกลางทราบ และแจ้งว่าไม่ขัดข้อง แต่ทางพม่าขอเข้ามาสังเกตการณ์ในช่วงที่มีการก่อสร้าง แต่เมื่อสร้างได้ระยะหนึ่งก็มีการประท้วงเพราะกระแสาน้ำตีกลับ ซึ่งขณะนี้กำลังรอการเจรจาครั้งใหม่เพื่อทำความเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น"
จากการสำรวจพบว่าปัญหาตลิ่งพังได้เกิดขึ้นตลอดแนวลำน้ำกระบุรี ทั้งนี้เป็นเพราะกระแสน้ำที่พัดได้พัดในลักษณะหวนเข้าสู่ฝั่งของประเทศไทยส่งผลให้ชายตลิ่งของไทยตามแนวลำน้ำกระบุรีจึงโดนกัดเซาะตลอดเวลา จากการรายงานในเบื้องต้นทราบว่าขณะนี้ชาวบ้านนับ 100 ครัวเรือนมีความเดือดร้อนเนื่องจากแนวการกัดเซาะได้คืบใกล้สู่ตัวบ้าน อีกทั้งทราบว่าประมาณ 10 หลังคาเรือนได้ทิ้งบ้านหนีไปแล้ว ส่วนอีกประมาณ 40-50 ครัวเรือนเตรียมที่จะอพยพออกจากพ้นที่อีกไม่นาน ดังนั้นปัญหาดังกล่าวนอกจากจะกระทบต่อประชาชนในพื้นที่แล้ว ยังเกิดผลกระทบต่อปัญหาแนวพรมแดน เนื่องจากสันดอนกลางแม่น้ำ รวมถึงร่องน้ำลึกเริ่มมีการเปลี่ยนแนว หรือบางจุดแนวพรมแดนได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
เขตพื้นที่ที่ตลิ่งมีการทรุดตัวหนักประกอบด้วยพื้นที่ 3 ตำบลคือตำบลน้ำจืด,ตำบลมะมุ และตำบลปากจั่น เป็นระยะทางหลาย กม. ซึ่งจากการประชุมเพื่อสรุปถึงปัญหาและแนวทางการแก้ไข พบว่าทางออกเดียวที่จะแก้ปัญหาในเรื่องนี้คือต้องสร้างแนวเขื่อนเพื่อป้องกันการกัดเซาะตลิ่งแบบถาวร แต่การสร้างเขื่อนจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ในเบื้องต้นที่สำนักการโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระนอง เข้าไปประเมินและทำการออกแบบในพื้นที่ 18 จุดสำคัญที่ตลิ่งพังพบว่าจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากถึง 500 ล้านบาท
ด้านนายอุกฤษฐ์ ตันติธรรมานันท์ นายกเทศมนตรีตำบลน้ำจืด ต.น้ำจืด อ.กระบุรี ซึ่งเป็นอีกพื้นที่ที่เกิดปัญหาตลิ่งแนวลำน้ำกระบุรีพังอย่างรุนแรง กล่าวว่า ในเขตพื้นที่ต.น้ำจืดขณะนี้ชาวบ้านที่อยู่ในแนวลำน้ำกระบุรีประมาณ 50 ครัวเรือนลำบากมาก เนื่องจากหลายครัวเรือนกำลังวิตกถึงแนวตลิ่งที่มีการทุดตัวเข้ามาใกล้กับที่พักอาศัย ซึ่งคาดว่าหากไม่ได้รับการแก้ไขอีกไม่นานทั้งหมดคงจะต้องย้ายบ้านออกจากพื้นที่ ก่อนที่บ้านเหล่านั้นจะทรุดตัว
"แนวที่มีปัญหามากๆ ประมาณ 2 กม. ซึ่งขณะนี้ทางตนได้ประสานโยธาธิการและผังเมืองให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในเบื้องต้นด้วยการนำหินมาถมตามแนวตลิ่งเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาวจะต้องสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันแนวตลิ่งพัง จากการประเมินในเบื้องต้นพบว่าระยะทาง 2 กม.ซึ่งจำเป็นที่จะต้องขอการสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งหากปล่อยให้ปัญหาดังกล่าวล่าช้า ผลกระทบที่จะตามมานอกจากชาวบ้านที่เดือดร้อน ปัญหาสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงแนวเขตแดนภายในประเทศ รวมถึงปัญหาเอกสารสิทธิการครอบครองที่ดิน"
----------
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)
----------



