ข่าว

"ปีศาจแดง"แชมป์แล้วหลังเจ๊า"ปืน"0-0

"ปีศาจแดง"แชมป์แล้วหลังเจ๊า"ปืน"0-0

17 พ.ค. 2552

"ปีศาจแดง"คว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพ 2008-09 ตามคาดเก็บอีก 1 แต้มตามต้องการด้วยการเสมอ"ปืนใหญ่" 0-0 ขณะที่ "หงส์แดง" แม้หมดลุ้นแชมป์แต่ยังขนชุดใหญ่เยือน เวสต์บรอมวิช ที่กำลังลุ้นหนีตกชั้น ส่วน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ยังไล่ล่ารองแชมป์ด้วยการรับ "กุหลาบไฟ" แบล

 ศึกพรีเมียร์ชิพนัดรองสุดท้ายวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล โดยเกมนี้เจ้าถิ่นยังไม่มี ริโอ เฟอร์ดินานด์ ลงสนาม ต้องการอีกเพียงแค่แต้มเดียวจะคว้าแชมป์ไปครองอย่างเด็ดขาด ขณะที่ทีมเยือนก็ส่งนักเตะลงมาสู้เต็มที่โดยมี อังเดร อาร์ชาวิน ลงมาเป็นแนวรุกร่วมกับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี และ ซาเมียร์ นาสรี

 เริ่มเกมในครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มเกมอย่างคึกคัก นาทีที่ 17 น่าจะได้ประตูออกนำก่อนเมื่อ ไมเคิล คาร์ริค เปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษให้ เวย์น รูนีย์ ได้โหม่งเหน่งๆ แต่หลุดกรอบไป จากนั้นเจ้าถิ่นเล่นเหมือนประคองเกมเอาแน่นอน ทำให้ อาร์เซนอล ครองบอลบุกได้มากขึ้น แต่ในจังหวะลุ้นหน้าประตูยังขาดๆ เกินๆ ทำให้จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

 เข้าครึ่งหลังกลับกลายเป็นว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นแบบตั้งรับเหนียวแน่นเอาไว้ก่อน ทำให้ อาร์เซนอล ครองบอลเปิดเกมรุกเกือบตลอดช่วง 20 นาทีสุดท้าย และเกือบจะได้ประตูในนาทีที่ 84 เมื่อ เชส ฟาเบรกาส ได้ยิงในกรอบเขตโทษทางซ้ายบอลชนเสาออกหลังไปหวุดหวิด จบเกมจึงเสมอกันไปแบบไม่มีสกอร์ ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีเพิ่มเป็น 87 แต้ม ทิ้งห่าง ลิเวอร์พูล เป็น 7 แต้ม ในขณะที่ หงส์แดง เหลือเกมอีก 2 นัด ปีศาจแดง จึงคว้าแชมป์ฤดูกาลนี้ไปแน่นอนแล้ว

 จากการคว้าแชมป์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในครั้งนี้ทำให้ ปีศาจแดง คว้าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 และเป็นทีมที่ได้แชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษมากที่สุดด้วยจำนวน 18 สมัยเท่ากับ ลิเวอร์พูล ซึ่ง "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด ประกาศจะไล่ล่าแชมป์สมัยที่ 19 ของสโมสรเพื่อแซงหน้าหงส์แดงให้ได้ในฤดูกาลหน้า แม้ว่าในตอนนี้จะมีหลายทีมที่ขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงก็ตาม

 "มันเป็นความท้าท้ายที่ยิ่งใหญ่ในตอนนี้กับความพยายามที่จะเป็นแชมป์ในปีหน้าเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่พิเศษ มันจะเป็นแชมป์ลีกสมัยที่ 19 และทำให้พวกเขาอยู่ในที่พิเศษสำหรับประวัติศาสตร์สโมสร ผมคิดถึงเรื่องของปีหน้าเอาไว้แล้ว เมื่อคุณอยู่ที่นี่ คงไม่มีอะไรมากไปกว่าต้องขับเคลื่อนต่อไป

 ขณะที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล ยอมรับว่าในฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด คือทีมที่ดีที่สุด และขอแสดงความยินดีกับการเป็นแชมป์ แต่ในฤดูกาลหน้า อาร์เซนอล จะพยายามกลบัมาลุ้นแชมป์ให้ได้ โดยมองว่าคุณภาพของทั้งสองทีมไม่ต่างกันมากนัก แต่ในปีนี้ยังเป็นจังหวะของ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่

 ขณะเดียวกันแม้ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะฉลองแชมป์พรีเมียร์ชิพด้วยความชื่นมื่น แต่ก็มีกลุ่มแฟนบอลกว่า 1,000 คน รวมตัวเรียกร้องให้ทางบอร์ดบริหารของสโมสรเก็บตัว คาร์ลอส เตเบซ หัวหอกทีมชาติอาร์เจนตินาเอาไว้กับทีมต่อไป โดยมีการส่งเสียงเรียกร้องและเสียงเชียร์ เตเบซ อยู่ตลอดในช่วงกว่า 2 ชั่วโมงหลังเกมกับ อาร์เซนอล

 ด้านเกมลุ้นหนีตกชั้นในวันเดียวกัน "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล เปิดเซนต์ เจมส์ ปาร์ค เล่นกับ ฟูแล่ม ที่กำลังลุ้นไปเล่นยูโรป้า ลีก และเป็นทีมเยือนที่ชนะไป 1-0 จาก ดิอามองซี กามารา นาทีที่ 41 ทำให้ นิวคาสเซิล ยังมี 34 แต้มเท่าเดิม ตกไปอยู่ในโซนอันตรายอีกครั้งเมื่อ "เสือลาย" ฮัลล์ ซิตี้ ออกนอกบ้านไปเสมอ โบลตัน 1-1 โดยเป็นเจ้าถิ่นที่นำก่อนจาก เกรตาร์ สไตน์สสัน นาทีที่ 26 ก่อนที่ทีมเยือนตีเสมอได้จาก เครก เฟแกน นาทีที่ 47 จึงมีเพิ่มเป็น 35 แต้ม

 "สิงห์แดง" มิดเดิลสโบรช์ โอกาสตกชั้นเกือบ 100% แล้ว เมื่อทำได้เพียงแค่เสมอ "สิงห์ผยอง" แอสตัน วิลล่า 1-1 หลังจากที่ออกตัวดีนำไปก่อนจาก ตุนกาย ซานลี นาทีที่ 14 แต่ วิลล่า ตีเสมอได้จาก ยอห์น คาริว นาทีที่ 57 ทำให้ยังมีแค่ 32 แต้ม

 ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่นๆ เอฟเวอร์ตัน ชนะ เวสต์แฮม 3-1 จากประตูของ หลุยส์ ซาฮา นาทีที่ 38 กับ 17, โจเซฟ โยโบ นาทีที่ 48 ขณะที่ เวสต์แฮม นำก่อนจาก ราโดสลาฟ โควัช นาทีที่ 24, สโต๊ค ชนะ วีแกน 2-0 จาก ริคาร์โด้ ฟูลเลอร์ นาทีที่ 69, เจมส์ บีทตี นาทีที่ 76 และ สเปอร์ส ชนะ แมนฯ ซิตี้ 2-1 โดย เจอร์เมน เดโฟ ยิงให้เจ้าถิ่นนำก่อนนาทีที่ 29 ก่อนที่ วาเลรี โบยีนอฟ ตีเสมอให้ แมนฯ ซิตี้ ในนาทีที่ 65 และ ร็อบบี คีน มาซัดจุดโทษประตูชัยให้สเปอร์ส นาทีที่ 86

ขณะที่การแข่งขันวันอาทิตยืที่ 17 พฤษภาคม มีการดวลกัน 2 คู่ "แบ็กกี้ส์" เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ทีมบ๊วยที่มี 31 แต้ม เปิดรังเดอะ ฮอว์ธอร์นส์ พบ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล รองจ่าฝูงที่มี 80 แต้ม ทรูวิชั่นส์ช่อง 59 ถ่ายทอดสด เวลา 19.30 น. สถานการณ์ของเวสต์บรอมวิช ไล่ นิวคาสเซิล ในตำแหน่งรอดตายอยู่ 3 แต้ม ต้องเอาชนะให้ได้ทั้ง 2 เกม แล้วลุ้นให้ทีมอื่นในโซนตกชั้นแพ้จึงจะมีสิทธิอยู่พรีเมียร์ลีกต่อ ขณะที่ลิเวอร์พูล ที่หมดลุ้นแชมป์เรียบร้อยแล้ว

 เกมนี้ โทนี โมเบรย์ กุนซือเวสต์บรอมวิช มีปัญหานักเตะหลักบาดเจ็บหลายคน ไม่ว่าจะเป็น สกอตต์ คาร์สัน นายทวาร กองกลางอย่าง โรเบิร์ต โคเรน เกรแฮม ดอร์แรนส์ และเจมส์ มอร์ริสัน ลงไม่ได้ทั้งหมด และต้องลุ้นฟิต 2 กองหลัง พอล โรบินสัน และอับดูลาเย เมอิเต้ ที่เจ็บข้อเท้าและเอ็นหลังหัวเข่า หงส์แดง ไม่มีปัญหาเรื่องนักเตะ แถมยังได้ ซาบี้ อลอนโซ กองกลางชาวสเปนฟิตกลับมาจากการบาดเจ็บข้อเท้าอีกคน ทำให้สามารถลงมาทำเกมช่วย สตีเวน เจอร์ราร์ด และฮาเบียร์ มาสเชราโน ขณะที่เกมรุกยังมี เฟอร์นันโด ตอร์เรส เป็นหอกเดี่ยว ยอสซี เบนายูน กับ อัลเบิร์ต ริเอรา ทำเกมด้านข้าง

 ด้านเกมอีกคู่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมอันดับ 3 เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ พบ "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ทีมอันดับ 14 เวลา 22.00 น. ทรูวิชั่นส์ ช่อง 59 ถ่ายทอดสด เชลซี ที่ไล่ตาม ลิเวอร์พูล 3 แต้ม ยังคงมีลุ้นรองแชมป์ จึงใช้นักเตะที่ดีที่สุดเต็มที่ไม่ว่าจะเป็น มิชาเอล บัลลัค, จอห์น โอบี มิเกล, มิกกาแอล เอสเซียง, แฟรงค์ แลมพาร์ด, นิโกลาส์ อเนลก้า และดิดิเยร์ ดร็อกบา ส่วน แบล็คเบิร์น หากได้อีก 1 แต้ม จะรับประกันไม่ตกชั้นอย่างแน่นอน แต่จะไม่มี โรเก้ ซานตา ครูซ กองหน้าตัวเก่งได้ เบรตต์ เอเมอร์ตัน กับ เดวิด ดันน์ 2 กองกลาง ที่เจ็บ

 ตารางคะแนนพรีเมียร์ชิพ
  แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
แมนฯ ยูไนเต็ด 37 27  6  4   67   24   87
ลิเวอร์พูล 36 23 11  2   72   26   80
เชลซี  36 23  8  5   63   22   77
อาร์เซนอล 37 19 12  6   64   36   69
เอฟเวอร์ตัน 37 16 12  9   53   37   60
แอสตัน วิลล่า 37 16 11 10   53   48   59
ฟูแล่ม  37 14 11 12   39   32   53
สเปอร์ส 37 14  9 14   44   42   51
เวสต์แฮม 37 13  9 15   40   44   48
แมนฯ ซิตี้ 37 14  5 18   57   50   47
สโต๊ค  37 12  9 16   37   51   45
วีแกน  37 11  9 17   33   45   42
โบลตัน  37 11  8 18   41   52   41
แบล็คเบิร์น 36 10 10 16   40   58   40
ปอร์ทสมัธ 36  9 11 16   35   55   38
ซันเดอร์แลนด์ 36  9  9 18   31   48   36
ฮัลล์ ซิตี้ 37  8 11 18   39   63   35
นิวคาสเซิล 37  7 13 17   40   58   34
มิดเดิลสโบรช์ 37  7 11 19   27   55   32
เวสต์บรอมวิช 36  8  7 21   36   65   31