ข่าว

'สุเทพ'ยื่นปปช.สอบ'ธาริต-ประเวศน์'

'สุเทพ'ยื่นปปช.สอบ'ธาริต-ประเวศน์'

23 พ.ค. 2555

'สุเทพ' ยื่น ปปช. สอบ 'ธาริต-ประเวศน์' ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หลังสั่งไม่ฟ้องผังล้มเจ้า-'ตู่' หมิ่นสถาบัน แนะสำนึกขรก.อย่าขายวิญญาณรับใช้การเมือง แฉรัฐแทรกแซงกระบวนการยธ.

                      23 พ.ค.55 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการยื่นเรื่องต่อประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และพ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิดีดีเอสไอ ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา

                      นายสุเทพ กล่าวว่า ในวันที่ 23พ.ค.2555 ตนได้มอบหมายให้ทนายความเป็นตัวแทนไปยื่นเรื่องร้องไปจำนวน 2 เรื่อง คือ 1.จากกรณีที่นายธาริต เคยออกมาแถลงข่าวหลายรอบเกี่ยวกับคดีขบวนการล้มเจ้า โดยระบุว่าผู้เกี่ยวข้องมีการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งรัฐจริง โดยมุ่งร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีการกระทำเชื่อมโยงเป็นกระบวนการ มีกลุ่มทุนหนุนหลังเพื่อเปลี่ยนอุดมการณ์การปกครองประเทศ แต่ปรากฎว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ซึงบรรดาบุคคลผู้อยู่ในข่ายที่ควรเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย นายธาริต กับพวก ซึ่งเป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้กลับมีความเห็นไม่สั่งฟ้องผู้ที่อยู่ในข่ายเป็นผู้ต้องหาทุกคน จึงเป็นที่ประจักษ์ว่านายธาริตกับพวก ได้วินิจฉัยคดีโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นการละเว้นไม่ทำการสืบสวนสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานอย่างจริงจัง

                      นายสุเทพ กล่าวอีกว่า คดีที่ 2. สืบเนื่องกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง ได้ขึ้นเวทีปราศรัยเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 54 มีข้อความหมิ่นสถาบัน และทางดีเอสไอ ได้ดำเนินคดีจนศาลสั่งให้มีการเพิกถอนการประกันตัว แต่นายธาริต กลับแถลงเมื่อวันที่ 10 พ.ค.55 ว่าดีเอสไอเห็นควรสั่งไม่ฟ้องนายจตุพรกับพวก เพราะไม่เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายอาญา ซึ่งจะเห็นได้ว่การวินิจฉัยขั้นต้นของดีเอสไอ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเห็นว่านายธาริต และพ.ต.อ.ประเวศน์ และพวก  เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใด อันได้แก่ภาพลักษณ์อันควรเคารพเทิดทูน และพระเกียรติยศแห่งสถาบันพระมหากษัตริย์ กระทบกระเทือนเสียหายต่อความรู้สึกอันดีงานและจงรักภักดีของประชาชนคนไทยเป็นส่วนรวม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157,165,และมาตรา 200 ประกอบมาตรา 83 จึงขอให้ป.ป.ช.พิจารณาชี้มูลความผิดตามพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542

                      “แม้ว่าดีเอสไอ จะสั่งไม่ฟ้อง ก็ไม่ทำให้คดีทั้งสองยุติลง เพราะดีเอสไอต้องสรุปสำนวนส่งไปถึงอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาอีกครั้ง ดังนั้นเราจึงต้องรอดูอัยการสูงสุดจะมีความเห็นอย่างไร ทั้งนี้ผมขอตั้งตัวเองเป็นตัวแทนประชาชนในการกล่าวโทษเพื่อให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่าง ซึ่งหากมีใครทำอย่างนี้อีกผมก็จะยื่นเรื่องเอาผิดอีก และการร้องเรียนครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้เรากังวลใจว่ารัฐบาลชุดนี้จะเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำ ซึ่งก็มีข้าราชการบางส่วนยอมตกอยู่ใต้อิทธิพล และเอาใจรัฐบาล จนมีการกระทำผิด ส่งผลให้กระบวนการยุติธรรมเสียหาย การบังคับใช้กฎหมายมีปัญหา ซึ่งเราเคยพบเห็นในสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ จึงขอวิงวอนข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทำหน้าที่ตรงไปตรงมา อย่าขายวิญญาณรับใช้นักการเมืองและพรรคการเมืองในวิธีการที่ผิด” นายสุเทพ กล่าว

                      ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีการโต้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็แทรกแซงดีเอสไอเหมือนกัน จะชี้แจงอย่างไร นายสุเทพ กล่าวปฏิเสธว่า ตนไม่เคยแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม แต่หากใครมีพยานหลักฐานก็ยื่นดำเนินคดีกับตนได้ อย่างไรก็ตามในช่วงที่ตนทำงานร่วมกับนายธาริต เห็นว่านายธาริต ดูดีมาโดยตลอด แต่ไม่ทราบว่าทำไมตอนนี้ถึงเปลี่ยนไป

                      นายสุทัศน์  กล่าวว่า การที่นายธาริต แถลงไม่ฟ้องนายจตุพร เป็นช่วงที่มีกระแสข่าวว่านายจตุพร จะได้รับตำแหน่งรมช.มหาดไทย จึงถือว่าเป็นเรื่องไม่ปกติ ทั้งนี้พฤติกรรมการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในรัฐบาลนี้มีมาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดจากที่ผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยพูดเสมอว่าต้องมีการปรับโครงสร้างกระบวนยุติธรรม ถึงขนาดระบุว่าจะมีการตั้งประธานศาลฎีกาโดยรัฐสภา เท่ากับเป็นการสร้างความเสียหายและแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม