ข่าว

โลกเสี่ยง..รับมือ'บอดี้บอมบ์'

โลกเสี่ยง..รับมือ'บอดี้บอมบ์'

23 พ.ค. 2555

โลกเสี่ยง..รับมือ'บอดี้บอมบ์' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

                 "เจเน็ต นาโปลิตาโน" รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของอเมริกาออกมาเตือนตำรวจทั่วโลก เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ขบวนการผู้ก่อการร้ายพยายามใช้อาวุธรูปแบบใหม่ที่สยองขวัญและลึกลับมากกว่าที่ผ่านมา แม้อาวุธเหล่านี้จะไม่ได้ส่งผลเสียหายขยายวงกว้างเท่าอาวุธจำพวกหัวรบระเบิดนิวเคลียร์ คาร์บอมบ์ อาวุธเชื้อโรค แต่มันเป็นอาวุธที่ยากในการตรวจสอบ และสามารถสร้างอันตรายได้ในทุกพื้นที่ นั่นคือ "บอดี้บอมบ์" หรือ "ระเบิดมนุษย์" เป็นการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงทำระเบิดอานุภาพร้ายแรง มีขนาดบรรจุเล็กจิ๋ว สามารถผ่าตัดใส่เข้าไปในร่างกายมนุษย์ ผู้ยอมเสียสละพลีกายเป็นมือจุดระเบิด
      
              อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีหญิงแกร่งข้างต้นไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดมากนัก ได้แต่ย้ำเตือนว่า ภัยคุกคาม "บอดี้บอมบ์"  ถือเป็นการเปลี่ยนโฉมแผนยุทธศาสตร์โจมตีของผู้ก่อการร้ายทั่วโลก ซึ่งเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงทุกประเทศต้องเตรียมรับมืออย่างหนัก เพื่อป้องกันเหตุร้ายจากอาวุธรูปแบบใหม่นี้
   
              เธอย้ำอีกว่ามีหลักฐานชัดเจนและน่าเชื่อถือยืนยันถึงภัยอาวุธดังกล่าวแล้ว แต่ไม่สามารถบอกกับสาธารณะได้ว่าหลักฐานคืออะไร ขณะนี้ชาวโลกกำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายมาก
       
              หลังกล่าวเตือนได้ไม่กี่วัน สำนักข่าวไทม์อ้างรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับผู้ร้ายได้ เนื่องจากสายลับของกลุ่มอัลไก-ดาในคาบสมุทรอาหรับ “เอคิวเอพี” (AQAP) ให้ข้อมูลสำคัญบางอย่างกับหน่วยสืบราชการลับกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (ซีไอเอ) เมื่อ "ซีไอเอ" ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวอย่างละเอียดแล้ว จึงสั่งการให้โจมตีทางอากาศเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทำให้จับคนร้ายรายใหญ่ได้ 1 คน และสิ่งที่สร้างความตะลึงให้แก่ทีมงานจับกุมคือ ผู้ร้ายคนนี้สวมใส่ "ระเบิดกางเกงใน" หรือ "อันเดอร์แวร์ บอมบ์" (underwear bomber)" ที่ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญการผลิตระเบิดของ "เอคิวเอพี" ถือเป็นหนึ่งในอาวุธที่ตรวจจับได้ยาก อย่างไรก็ตาม ซีไอเอปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับรายงานข่าวชิ้นนี้
     
              ทั้งนี้ การนำระเบิดร้ายแรงมาดัดแปลงเป็นกางเกงในไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในโลก เพราะเมื่อ 4 ปีที่แล้วสหรัฐเคยจับมือระเบิดกางเกงในได้ครั้งแรก เป็นผู้ก่อการร้ายชาวไนจีเรีย ชื่อ “อุมาร์ ฟารุค อับดุลมุตัล” ผู้ถูกจับกุมขณะกำลังจะขึ้นเครื่องบินของนอร์ทเวสต์ แอร์ไลน์ส มุ่งหน้าสู่เมืองดีทรอยต์ในวันคริสต์มาสเมื่อปี 2552 เชื่อกันว่าอาวุธระเบิดกางเกงในที่จับได้ล่าสุดนั้น น่าจะผลิตจากผู้เชี่ยวชาญการผลิตระเบิดทีมงานเดียวกัน โดยใช้วัตถุระเบิดคุณภาพสูงแบบที่ใช้ในกองทัพทหาร อานุภาพรุนแรงระดับที่ทำให้เครื่องบินลำหนึ่งตกได้อย่างแน่นอน แถมยังใช้วิธีตัดเย็บติดเข้ากับกางเกงชั้นในอย่างแนบเนียน
     
              ดร.พีรศักดิ์ วรสุนทรโรสถ นักวิทยาศาสตร์ผู้ทรงคุณวุฒิของสถาบันหลายแห่งในประเทศไทย อธิบายว่า ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าของโลกปัจจุบันนั้น การผลิตระเบิดขนาดเล็กที่มีความรุนแรงและรัศมีการทำลายล้างได้ไกลไม่ใช่เรื่องยาก และไม่จำเป็นต้องเป็นวัสดุโลหะด้วย ส่วนการผ่าตัดใส่เข้าไปในร่างกายคน ก็เพื่อหลบหนีเครื่องตรวจจับในสนามบินหรือตามสถานที่สำคัญต่างๆ โดยอวัยวะที่เหมาะสมในการผ่าตัดแล้วยัดอาวุธระเบิดเข้าไป คือช่วงหน้าท้อง เพราะมีเนื้อที่กว้างขวางและการผ่าตัดค่อนข้างปลอดภัยไม่ซับซ้อนมากนัก
     
              “ต้องยอมรับว่าการตรวจจับอาวุธไฮเทคเหล่านี้ทำได้ยาก เพราะคนร้ายหลีกเลี่ยงไม่ใช้วัสดุจำพวกโลหะ วิธีตรวจจับที่พอจะใช้ได้ผลต้องใช้สารเคมีพิเศษตรวจสอบเท่านั้น หรืออาจใช้สุนัขเชี่ยวชาญในการดมกลิ่นสารระเบิดเหล่านี้ และผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกแบ่งออกเป็นหลายฝ่าย หากอาวุธอันตรายเหล่านี้ไปอยู่ในมือฝ่ายก่อการร้าย ก็ถือว่าโลกอยู่ในภาวะเสี่ยง” ดร.พีรศักดิ์ แสดงความเห็น
       
              ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด อธิบายว่า หากมีกลุ่มผู้ก่อการร้ายนำระเบิดแบบบอดี้บอมบ์มาใช้ในเมืองไทยจริง วิธีการตรวจจับคงต้องใช้เครื่องสแกนตัวบุคคล เมืองไทยมีการใช้แล้วเป็นแบบเกรดเอ แต่ถ้ามือระเบิดอยู่ไกลและแวดล้อมด้วยฝูงชนจำนวนมาก ก็ยากที่จะตรวจจับได้ อาจต้องดัดแปลงใช้วิธีอื่นๆ ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนตัวแล้วเชื่อว่า แม้วัสดุที่ใช้ทำระเบิดจะไม่มีอุปกรณ์โลหะเจือปน แต่การจุดระเบิดตามปกติต้องทำให้เกิดประกายไฟนั้น หากมีการผ่าตัดฝังระเบิดเข้าไปซ่อนในอวัยวะคนจริง คำถามที่เป็นปริศนาคือ จะจุดระเบิดตัวนี้ได้อย่างไร พวกเขาใช้วิธีการควบคุมอย่างไร อยากให้หน่วยงานผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธมาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อหาวิธีรับมือภัยก่อการร้ายและอาวุธรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นตลอดเวลาทั่วโลก    

..........  

(หมายเหตุ : โลกเสี่ยง..รับมือ'บอดี้บอมบ์' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)