ข่าว

น้อมนำพระราชดำริ'ปลูกข้าวกินเอง'ทั้งกรุงเก่า

น้อมนำพระราชดำริ'ปลูกข้าวกินเอง'ทั้งกรุงเก่า

22 พ.ค. 2555

"ในหลวง"เสด็จฯทุ่งมะขามหย่องเย็นวันที่ 25 พ.ค.พ่อเมืองกรุงเก่าย้อนวันประวัติศาสตร์เตรียมนำเคียวเกี่ยวข้าวทูลเกล้าฯทอดพระเนตร ก่อนนำไปประดิษฐานที่พระบรมรูปหล่อทุ่งหันตรา เผยน้อมนำพระราชดำริ “ปลูกข้าวกินเอง” ทั้งจังหวัด

              เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 22 พฤษภาคม นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เตรียมที่จะนำเคียวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเกี่ยวข้าวเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2539 ที่ผ่านมา ทูลเกล้าฯถวายให้พระองค์ทอดพระเนตร ก่อนที่จะขอรับพระราชวินิจฉัยในการที่จะนำไปประดิษฐานเอาไว้ที่พระบรมรูปหล่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเกี่ยวข้าว ที่อนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดี ทุ่งหันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา แทนเคียวจำลองที่อยู่ในขณะนี้ โดยเคียวเล่มที่พระองค์ทรงเกี่ยวข้าวเล่มจริงนี้เป็นเคียวสแตนเลส ด้ามมุก บนใบเคียวมีตราสัญลักษณ์ครองราชย์ครบ 50 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และที่ด้ามมีคำว่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเก็บรักษาอยู่ที่ห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
   
              นายวิทยา ยังได้กล่าวถึงพระบรมรูปหล่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเกี่ยวข้าว ที่อยู่ในอนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดี ต.หันตรา เป็นการสร้างขึ้นภายใต้โครงการปิดทองหลังพระ โดยสร้างอยู่ด้านหลังองค์พระพุทธรูปประจำพระชนมวารสูง 9 เมตร ทั้งนี้พระบรมรูปนี้ได้แสดงให้เห็นถึงการที่พระองค์ให้ความสำคัญกับการปลูกข้าว ขนาดพระเจ้าแผ่นดินยังทรงมาเกี่ยวข้าวด้วยพระองค์เอง

              ดังนั้นหลังจากที่จังหวัดได้สร้างพระบรมรูปหล่อเสร็จแล้ว และได้ทำโครงการ ”ปลูกข้าวกินเอง” โดยให้ประชาชนในอำเภอต่างๆ 16 อำเภอทั้งจังหวัด ได้หาที่ดินเพื่อร่วมโครงการ โดยมีผู้สนใจมาปลูกข้าวเอง เริ่มตั้งแต่ปรับพื้นดิน ไถ โยนกล้า เกี่ยวและสีข้าว เพื่อนำไปรับประทานเองในครอบครัว ซึ่งดำเนินไปแล้ว 2 อำเภอและจะเกี่ยวในวันที่ 11 สิงหาคมนี้  ก่อนวันแม่ 1 วัน จากนั้นก็จะขยายโครงการนี้ไปยังทุกอำเภอ ให้ประชาชนที่ร่วมโครงการปลูกข้าวเพื่อบริโภค และใช้ทฤษฎีเกษตรพอเพียง เป็นการประหยัดไปในตัว

              นายวิทยา เปิดเผยด้วยว่าตนได้เตรียมพระพุทธรูปประจำพระชนมวารสูง 9 นิ้ว 1 ชุดมีสามสี ทูลเกล้าฯถวายพระองค์ ขณะที่ทางมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยาเตรียมทำกระทงสายจำนวน 2,500 ดวงด้วย
   
              ด้านนายอภิชาต ลาวัณย์ประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพันธุ์ข้าว จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระราชาแห่งเกษตรกรรม พระองค์มีความรู้ด้านเกษตรมากมาย ในคราวที่พระองค์เสด็จฯมาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และเกี่ยวข้าวชัยนาท 1 ซึ่งขณะนั้นเป็นพันธุ์ข้าวที่แข็งแรง เหมาะกับการเป็นข้าวเพื่อการส่งออก แต่ต่อมาเนื่องจากมีการพัฒนาจนมีการปรับเปลี่ยนเป็นข้าวปทุมธานี 1 และ กข. 41 และ กข.47

              ส่วนข้าวที่ใช้ในโครงการปลูกข้าวกินเองของผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น เหมาะสำหรับการปลูกเพื่อบริโภค และเชื่อว่าประชาชนทั้งจังหวัดที่มีที่น่าบางส่วนก็ควรจะทดลองแบ่งพื้นที่เพื่อปลูกข้าวรับประทานเองได้ โดยให้ลูกหลานและคนในครอบครัวมีส่วนร่วม ทำให้รักการปลูกข้าวอันเป็นอาชีพดั้งเดิม ในส่วนของตนแล้วการได้ทำงานศูนย์วิจัยข้าว ก็มีแรงบันดาลใจจากการที่ได้เห็นภาพพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานด้านเกษตรกรรมมากมาย พระองค์พยายามแนะนำเกษตรกรให้มีทางรอดด้านการเกษตร ตนจึงอยากยึดแนวทางของพระองค์มาช่วยเหลือเกษตรกร
   
               ส่วนเรื่องการเตรียมการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นในวันที่ 22 และ 23 พฤษภาคมนี้จะได้มีการซ้อมใหญ่การแสดงเพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะเสด็จพระราชดำเนินมาในเวลา 18.00 น.วันที่ 25 พฤษภาคม นี้ โดยจะมีขบวนช้างม้า ขบวนเรือตลาดน้ำย้อนยุค การแสดงม่านน้ำ โดยหมายกำหนดการสังเขป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯออกจากโรงพยาบาลศิริราช สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย ณ ทุ่งมะขามหย่อง จากนั้นเสด็จฯพลับพลาที่ประทับเพื่อทรงทอดพระเนตรการแสดง

รองเลขาฯสำนักพระราชวังหารือจังหวัดพระนครศรีอยุธยารับเสด็จ


              ห้องประชุมศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้า ภายในพระราชานุสาวรีย์พระสุริโยทัย ทุ่งมะขามหย่อง นายดิสธร วัชรโยธัย รองเลขาธิการสำนักพระราชวัง ประชุมร่วมกับนายวิทยาและส่วนราชการทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์  ณ ทุ่งมะขามหย่อง 

             ทั้งนี้นายดิสธรร่วมกับนายวิทยา   นักแสดง ประชาชน ได้ทำพิธีบวงสรวงพระราชานุสาวรีย์พระสุริโยทัย เพื่อบอกกล่าวและขออนุญาตที่จะใช้สถานที่และการแสดง รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ เพื่อความสะดวกต่อจากนั้นได้มีการซ้อมริ้วขบวน การขับเพลงเรือ และการแสดงม่านน้ำ

             ในวันที่  24 พฤษภาคมจะมีการซ้อมใหญ่เหมือนวันจริงอีกครั้ง พร้อมกันนี้ ในวันที่ 25 พฤษภาคม ทางจังหวัด จะแจกสูจิบัตรที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเกี่ยวข้าวในแปลงนา บริเวณหน้าพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย และทรงเปิดคันบังคับน้ำจากอ่างเก็บน้ำทุ่งมะขามหย่อง ไปยังพื้นที่การเกษตร จำนวน 1 หมื่นชุด

             นายวิทยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางจังหวัดมีความพร้อมในการรับเสด็จกว่า90 เปอร์เซ็นต์แล้ว ที่พระองค์เสด็จฯมาครั้งนี้ เพื่อตรวจสอบบริเวณอ่างเก็บน้ำที่เป็นลักษณะแก้มลิงว่ามีผลกระทบกระเทือนต่อประชาชนหรือไม่หากมีจะมีการแก้ไขอย่างไร เพื่อจะทำการปรับปรุงให้ใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด

             สำหรับบริเวณพื้นที่พระราชานุสาวรีย์สามารถรองรับประชาชนได้ประมาณ 20,000 คน และประชาชนสามารถเฝ้ารับเสด็จได้ในเส้นทาง