
21 พฤษภา..มติมหาชน รวมพล 'คนรักวัดเล่งเน่ยยี่'
ตึกหลังนี้สร้างความเดือดร้อนให้วัดมาร่วม 60 ปี เมื่อหมดสัญญาเช่าเมื่อปี 2 น่าจะส่งเสริมวัด ไม่ใช่เอามาทำลายวัดที่มีมา 140 ปี
"ตึกหลังนี้สร้างความเดือดร้อนให้วัดมาร่วม 60 ปี ก่อนหน้านี้ก็เป็นโรงน้ำชา และเมื่อหมดสัญญาเช่าเมื่อปี 2552 น่าจะส่งเสริมวัด ไม่ใช่เอามาทำลายวัดที่มีมา 140 ปี"
คำพูดของ สุธีร์ จินตนานฤมิตร กรรมการวัดมังกรกมลาวาส หรือ 'วัดเล่งเน่ยยี่' กรณีการปลุก 'ชาวเยาวราช' ออกมาต่อต้านคัดค้านการก่อสร้างอาคารสูง 8 ชั้น โครงการ 'Station1@China Town' ของบริษัท อิมพีเรียลแลนด์ จำกัด ที่กล่าวกันว่า จะครบครันราวกับเป็นคอมเพล็กซ์แห่งใหม่ของถนนเจริญกรุง
กล่าวสำหรับอาคารโครงการ 'Station1@China Town' บริษัท อิมพีเรียลแลนด์ เคยทำหนังสือชี้แจงรายละเอียดโครงการดังกล่าวต่อ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ลงวันที่ 24 มกราคม 2555 ระบุตอนหนึ่งว่า
"จะซ่อมแซมอาคารที่มีอยู่เดิม เป็นอาคาร 7 ชั้น พร้อมดาดฟ้า ให้อาคารดังกล่าวแข็งแรงสมบูรณ์ และสวยงาม โดยมีวัตถุประสงค์การดำเนินธุรกิจ ชั้น 1, 2 และ 3 จัดทำเป็นร้านค้า ประเภทร้านเสื้อผ้า จิวเวลรี่ ร้านกาแฟ ไอศกรีม ส่วนชั้นที่ 4-7 พร้อมดาดฟ้า ทำเป็นที่พักอาศัย ซึ่งดำเนินการตามรูปแบบที่มีอยู่เดิมทั้งสิ้น..
"กรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงที่ทางโครงการกำลังพัฒนาอยู่ เป็นของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี โดยสำนักงานพระคลังข้างที่เป็นผู้จัดผลประโยชน์ ในการนี้ บริษัท อิมพีเรียลแลนด์ จำกัด เป็นผู้ได้รับสิทธิการเช่าเป็นระยะเวลา 30 ปี และในการนี้บริษัทฯ
"ต้องขออภัยมายังสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ..มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนไปว่า สำนักงานพระคลังข้างที่ และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นหน่วยงานเดียวกัน จึงเรียนมาเพื่อขอได้โปรดอภัยในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และจะดำเนินการแก้ไขในทันที"
ทว่า กระแสความไม่พอใจของ 'คนรักวัดเล่งเน่ยยี่' เริ่มชัดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีการรวมกลุ่มกันบนเฟซบุ๊คตั้งหน้าแฟนเพจว่า 'หยุดที่อโคจรล้อมวัดเล่งเน่ยยี่' เพื่อจุดกระแสสังคมหันมาสนใจเรื่องนี้
ประเด็นสำคัญคือ การสร้างอาคารโครงการดังกล่าว นอกจากรบกวนวัดที่มีนักเรียนพระกว่า 200 รูปแล้ว ยังทำลายวิถีชุมชนเก่าแก่และวัฒนธรรมคนจีนดั้งเดิม รวมไปถึงเรื่องผิดระเบียบการซ่อมแซมอาคาร สำนักการโยธาธิการ กทม.หรือไม่ อีกทั้ง สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย (เจ้าของพื้นที่) ก็เคยคำสั่งระงับการซ่อมแซมอาคารบางส่วนอีกด้วย
เจษฎา อนุจารี กรรมการสภาทนายความ มองว่า การสร้างอาจไม่ถูกต้อง เนื่องจากเดิมได้ทำเรื่องขอซ่อมแซม 13 รายการ โดยขออนุมัติกับทางเขต แต่รายการที่เสนอมานั้นไม่ใช่เรื่องการซ่อมแซม ซึ่งเป็นการทำของชำรุดทรุดโทรม แต่รายการที่เสนอมานั้น บางรายการไม่ใช่การซ่อมแซม แต่เป็นเรื่องของการดัดแปลงอาคาร
ซึ่งต้องยื่นขออนุญาตกับสำนักการโยธาธิการ กทม. โดยตึกดังกล่าวสร้างมาเมื่อ 60 ปีที่ผ่านมา เดิมเป็น 4 ชั้น ต่อมาก็ขยายเป็น 8 ชั้น จากนั้นก็มีไฟไหม้
ดังนั้น จึงต้องมองเรื่องความปลอดภัยฐานรากด้วย ซึ่งกระบวนการขออนุญาตจากสำนักการโยธาฯ ต้องดูเรื่องโครงสร้างอีกครั้งด้วย อีกเรื่องคือเรื่องการใช้อาคาร จากเดิมเป็นอาคารพาณิชย์ มีสปา คาราโอเกะ นวด มีภัตตาคาร ซึ่งขัดกับกฎหมายที่ไม่ให้สร้างติดวัด แม้ว่าต่อมาจะเปลี่ยนจุดประสงค์มาเป็นการทำอพาร์ตเมนต์แต่ก็ไม่ต่างกัน เพราะอพาร์ตเมนต์จะเช่ารายวันก็ได้
"ขณะนี้ทางราชการโดยสำนักงานเขตมีคำสั่ง 3 ข้อ คือ 1.ให้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างอีกครั้ง 2.ระงับการรื้อถอน และ 3.ห้ามคนเข้าไป แต่ก็ยังมีการละเมิด โดยสิ่งต่อไปที่จะทำคือ เข้าไปร้องทุกข์แจ้งกับสำนักงานเขต ว่ามีการละเมิด ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการใดๆ ก็อาจจะต้องฟ้องหน่วยงานของรัฐ และจะฟ้องตัวเจ้าหน้าที่รัฐด้วย
โดยในส่วนของศาลยุติธรรมนั้นจะฟ้องในส่วนของเอกชน บริษัทผู้จัดการว่า ก่อสร้างโดยผิดต่อกฎหมาย สำหรับในส่วนของ กทม. ก็จะฟ้องเป็นคดีทางปกครอง แต่คงต้องรอเวลา เพราะกระบวนการทางปกครองต้องมีขั้นตอนและระยะเวลา" เจษฎา กล่าว
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สำนักงานขายโครงการดังกล่าว ชี้แจงผ่านสื่อว่า โครงการดังกล่าว ชั้น 1, 2 และ 3 จะทำเป็นห้างสรรพสินค้า ขณะที่ ชั้น 4-7 ทำเป็นที่พักอาศัย โดยราคาเซ้งที่ชั้น 1 ระยะเวลา 30 ปี จะตกตารางเมตรละ 450,000 บาท ซึ่งพนักงานขายบอกด้วยว่า ขณะนี้พื้นที่ชั้นหนึ่ง สามารถขายได้แล้วกว่า 90% สำหรับชั้น 2 ราคาจะอยู่ที่ 350,000 บาท ต่อตารางเมตร และขายไปแล้วประมาณ 50% ส่วนชั้น 3 ยังไม่เปิดการขาย แต่หากเปิดจะให้เซ้งในราคา 250,000 บาท ต่อตารางเมตร
เมื่อถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายระบุว่า ขณะนี้ (13 พ.ค.) ตึกยังดำเนินการก่อสร้างทุกวัน เพราะสำนักโยธาธิการ กทม. ไม่ได้ระงับการก่อสร้างตึก เป็นเพียงการระงับแค่การสร้างบันไดหนีไฟ โดยโครงการจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม 2556
ขณะที่ผู้สื่อข่าวเนชั่นฯ (14 พ.ค.) พยายามโทรศัพท์ติดต่อ ภิญโญ เอครพานิช ผู้อำนวยการพระคลังข้างที่ เจ้าของพื้นที่ ผู้ให้เช่าโครงการดังกล่าว แต่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลผลประโยชน์เป็นผู้รับสายแทน โดยยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่เคยติดต่อเรื่องเช่าที่กับทางวัดเลย พร้อมทั้งยืนยันว่า บริษัท อิมพีเรียลแลนด์ ได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งได้ส่งหนังสือเพื่อเคลียร์กับทางสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายเรียบร้อยแล้ว และเรื่องดังกล่าวไม่มีปัญหาใดๆ
ด้าน ประภัสสร กุหลาบ หัวหน้าฝ่ายโยธา เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กล่าวยอมรับว่า คำสั่งระงับการซ่อมแซมอาคารดังกล่าวเป็นเพียงการระงับการซ่อมแซมบันไดคอนกรีตเสริมเหล็ก ไม่ได้ระงับการปรับปรุงอาคารทั้งหมด
ส่วนความเห็น ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า ปัญหาเดิมเป็นการขอซ่อมแซมเข้ามาในช่วงธันวาคม 2554 ซึ่งเขตก็ยอมให้ แต่มีเงื่อนไขว่าหากเป็นการดัดแปลงต้องได้รับอนุญาตก่อน แต่ต่อมาก็มีการติดป้ายโฆษณาว่าจะทำเป็นโรงแรม มีการประกาศรับพริตตี้ ซึ่งตนเองและผู้ ว่าฯ กทม.จึงได้ไปคุยกับเจ้าอาวาสในช่วงเดือนกุมพาพันธ์
"กังวลและเข้าไปตรวจสอบ จนล่าสุดเข้าใจว่าไม่สร้างเป็นโรงแรม และพบว่ามีการทุบบันไดเตรียมสร้างบันไดเลื่อน ซึ่งหลายเรื่องเข้าเกณฑ์เป็นการดัดแปลงอาคาร จึงมีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างและห้ามเข้าพื้นที่เมื่อวันที่ 10 เมษายน แต่ทางบริษัทอ้างว่าได้รับหนังสือวันที่ 17 เมษายน คำสั่งที่มีผลใน 30 วัน ต้องรอวันที่ 17 พฤษภาคม จึงจะครบตามที่กำหนด เข้าใจว่ามีความพยายามที่จะผ่อนผัน.."
ขณะเดียวกัน อีกกระแสหนึ่ง ระบุว่า ทางวัดเล่งเน่ยยี่อยากได้ที่นั้นเอง กระแสข่าวลือระบุว่า วัดเล่งเน่ยยี่เสนอให้ 30 ล้านบาท เพื่อยกเลิก แต่ทาง 'สเตชั่นวัน' ไม่ยอม เพราะอยากได้ 280 ล้านบาท อีกด้วย
พระคณาจารย์จีนธรรมปัญญาจริยาภรณ์ หรือ ท่านเจ้าคุณเย็นเชี้ยว เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า พระคลังข้างที่ เคยแจ้งกับทางวัดว่า กำลังจะหมดสัญญาเช่ากับทางเจ้าเดิม ทางวัดสนใจจะเช่าหรือไม่ แต่ต่อมาก็มีเจ้าใหม่มาติดต่ออย่างไรไม่ทราบ ซึ่งเขาก็ตกลงและมาแจ้งกลับเมื่อ 5 เดือนที่ผ่านมา
"เขาสร้างเป็นโรงแรม ซึ่งความจริงการจะสร้างสถานที่ดังกล่าวก็มีกำหนดว่าจะต้องห่างจากวัดกี่เมตร แต่นี่ติดกับโรงเรียนของเราเลย ซึ่งเรามีนักเรียนพระกว่า 200 รูป เราก็เคยท้วงไปแล้วว่าไม่ควรทำ แต่เขาก็มีการเปลี่ยนแปลงโครงการไปเรื่อยๆ เดี๋ยวเป็นโรงแรม เดี๋ยวเป็นคอนโดฯ เดี๋ยวเป็นห้องให้เช่า แต่แปลนเบื้องต้นคือโรงแรม แล้ววันนี้เขาก็ยังโฆษณาและแจ้งในโบรชัวร์ตามเดิมว่าเป็นที่พัก..
"เมื่อยังมีการดำเนินการ เราก็ได้แจ้งไปยังเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขาก็เข้ามาดูและระงับการรื้อบันได เพราะการกระทำดังกล่าวเป็นการดัดแปลงไม่ใช่ซ่อมแซม ตอนที่เขาขอไปเขาขอซ่อมแซม 13 ข้อ แต่ไม่ได้ยื่นเรื่องการดัดแปลง อาคารอย่างนี้ไม่ดัดแปลงจะสร้างเป็นอาคารใหญ่ๆ ได้อย่างไร "
"แต่ปัจจุบันเป็นการแก้ไขดัดแปลง เป็นการผิด พ.ร.บ.ในการก่อสร้าง และแม้ว่าตอนนี้จะมีประกาศว่าห้ามดัดแปลง แต่เขาก็ยังไม่หยุด ยังทำอยู่ อาตมาคิดว่า พระคลังข้างที่ ทำไมให้ผู้ที่จะเช่าอาคารแรกๆ ว่าเช่าเป็นโรงแรม.."
อย่างไรก็ตาม กรณีการนัดชุมนุม 'คนเยาวราช' ในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้นั้น เพื่อแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วย พิสิทธิ์ชนนท์ นิวัฒนากุล กรรมการวัด และรอง ผอ.โรงเรียนมังกรกมลาวาส อธิบายว่า คณะลูกศิษย์เมื่อทราบข่าวก็อยากรวมตัวเพื่อแสดงพลัง แต่ไม่ใช่เป็นการสร้างม็อบ เป็นการร่วมคัดค้านและขอความเป็นธรรม เป็นพลังบริสุทธิ์ โดยจะมีการเดินขบวนอย่างสงบ
จึงน่าติดตามต่อไปว่า พลังบริสุทธิ์ 'คนรักวัดเล่งเน่ยยี่' จะขจัดปัดเป่าวิถีทุนรุกรานธรรมสถาน ได้หรือไม่?



