ข่าว

เหตุแนวคิดสองสูงไม่ตอบปัญหาราคากุ้ง

เหตุแนวคิดสองสูงไม่ตอบปัญหาราคากุ้ง

22 พ.ค. 2555

ทำไมแนวคิดสองสูงไม่ตอบคำถามเรื่องปัญหาราคากุ้ง : แลกคนละหมัด โดยชินสัคค สุวรรณอัจฉริย [email protected]

          เมื่อมหาเศรษฐีอย่าง ธนินท์ เจียรวนนท์ ได้สร้างแนวคิด 2 สูง(2 ต่ำ) ขึ้นมาเมื่อ 2-3 ปีก่อน และดูเหมือนกับว่านี่คือความหวังของการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะเศรษฐกิจรากหญ้า โดยแนวคิด 2 สูงได้อธิบายว่า “ต้องให้เงินเดือนสูงและราคาสินค้าเกษตรจะต้องปรับขึ้นตามความเป็นจริง ขณะเดียวกันฐานเงินเดือนก็จะต้องปรับตาม และเมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะมีความสมดุล หรือจะพูดอย่างง่ายๆ ก็คือ “หากมีการปล่อยให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นและเปลี่ยนไปตามกลไกตลาด” ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และเมื่อรายได้เพิ่มสูงขึ้นกำลังซื้อก็จะเกิดขึ้นตามมา อันจะส่งผลดีต่อเกษตรกรและผู้ใช้แรงงาน ซึ่งหากพิจารณาตามความหมายนี้ถือว่าเป็นความคิดที่สร้างสรรค์อย่างมาก แต่เมื่อเร็วๆ นี้ดูเหมือนกับว่าการอธิบายแนวคิดดังกล่าวจะมีความซับซ้อนและมีข้อสงสัยเกิดขึ้น กล่าวคือธุรกิจที่ตนเองเป็นผู้ผูกขาดในตลาดรายใหญ่ อย่างเช่น ธุรกิจการเลี้ยงกุ้ง ทำไมถึงเกิดปัญหาและทำไมผู้เลี้ยงกุ้งถึงยึดเอาสะพานติณสูลานนท์มาเป็นตัวประกันในการต่อรองกับภาครัฐ? เรื่องนี้ทำให้เกิดเป็นข้อสงสัยในแนวคิดอย่างมากว่า แท้จริงแล้ว แนวคิด 2 สูงนั้นมีวัตถุประสงค์อย่างไร และต้องการตอบคำถามแก่สังคมอย่างไร อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในวิธีคิดของธนินท์ เจียรวนนท์ จะพบว่า หลายครั้งที่การเสนอแนวคิดมักจะยกตัวอย่างว่า “สินค้าภาคการเกษตรจะต้องมีราคาที่สูงขึ้นด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ พื้นที่การเพาะปลูกลดลง ประชากรมีจำนวนที่เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นสินค้าในภาคการเกษตรไม่มีทางที่จะลดราคา”
 
             สถานการณ์แบบนี้หากพิจารณาตามหลักของการอธิบายถือว่าถูกต้อง แต่จะมีปัญหาตรงที่การจัดการของภาครัฐว่าจะคุยกันอย่างไรกับประเทศที่ส่งสินค้าในชนิดเดียวกัน เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องของภูมิเศรษฐกิจซึ่งดูเหมือนกับว่าสถานการณ์ที่อธิบายนั้นตรงนี้ยังรอการตกลงร่วมกันที่เป็นไปได้และแต่ละประเทศต่างมีนโยบายเพื่อประชาชนของตนเองโดยอาจสอดคล้องหรือขัดแย้งกับความต้องการของประเทศไทยก็ได้  พร้อมกับได้ให้คำพูดที่น่าสนใจว่า “ต้องตอบแทนบุญคุณแก่เกษตรกรด้วย” แต่ในกรณีตลาดกุ้งนั้นคำถามคือ “เครือซีพีถือว่าเป็นผู้ดูแลกำกับที่ใหญ่กว่าภาครัฐ  และสามารถดูแลระบบจากต้นทางถึงปลายทางได้ แต่ทำไมการรับซื้อกุ้งจากเกษตรกรกลับมีราคาต่ำและไม่เข้าสู่จุดคุ้มทุนสำหรับผู้ผลิต หรือพูดง่ายๆ ว่าเครือซีพีสามารถควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จก็ยังเกิดปัญหา”  ต้องยอมรับว่าตลาดการเลี้ยงกุ้งเป็นตลาดที่ไม่มีเสรีภาพในการแข่งขัน เกษตรกรมีลักษณะคล้ายกับว่าเป็นกึ่งลูกจ้างและเจ้าของกิจการ ในขณะที่เครือซีพีเป็นผู้ขายและผู้ซื้อรายเดียว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้กิจกรรมมีการเปลี่ยนความสัมพันธ์ทางด้านเงื่อนไขและตัวแปรในการทำงานของผู้เลี้ยงกุ้ง เพราะฉะนั้นอัตรากำไรของผู้เลี้ยงกุ้งจะไม่สามารถกำหนดได้โดยตนเอง และราคาสินค้าก็ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากอุปสงค์และอุปทานแต่มาจากหน้าที่ของรูปแบบการจัดการ การจัดตั้ง การผลิตและอิทธิพลที่มีต่ออุปสงค์ การผลิตที่ครอบงำในตลาดแบบนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการพัฒนาเศรษฐกิจไปตามทิศทางที่ตนเองต้องการได้ ซึ่งเมื่อเกษตรกรไม่สามารถต่อรองได้ก็จะต้องเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาชดเชยหรือเข้ามาแก้ไขปัญหา
 
             การเลี้ยงกุ้งในมุมมองของเกษตรกรนั้นยากมากที่จะทำให้เกิดการกำหนดกลไกราคาสินค้าในตลาด เนื่องจากถูกควบคุมซึ่งไม่มีความเป็นอิสระ ดังนั้นความหวังจึงขึ้นอยู่กับภาครัฐว่าจะทำการแทรกแซงกลไกราคาหรือรับซื้อสินค้าซึ่งหากออกมาในรูปแบบนี้ก็กลายเป็นว่าเครือซีพีจะได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น ซึ่งในเวลานี้สามารถเห็นได้ชัดว่าแท้จริงแล้วแนวคิด 2 สูง อาจเป็นแนวคิดลวงโลก เพราะแม้ว่าเครือซีพีจะสามารถควบคุมและกำกับระบบตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางได้ แต่ราคากุ้งก็ไม่ได้สะท้อนถึงความเหมาะสมแก่เกษตรกร และดูเหมือนว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจะยังคงกลายเป็นเครื่องมือในการบรรลุทางธุรกิจต่อไปความจริงแล้วปัญหาต่างๆ ของตลาดในบ้านเราที่มีผลต่อการกำหนดคุณภาพชีวิตของเศรษฐกิจรากหญ้านั้นไม่ได้เกี่ยวกับความสูงต่ำของระดับสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ส่วนหนึ่งมาจากการจัดความสัมพันธ์ทางสังคม โดยเฉพาะภาครัฐต้องมีความกล้าหาญในการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจไปสู่ความสัมพันธ์ของตลาดที่มีอารยธรรมและมีความทันสมัย และที่สำคัญภาคธุรกิจนั้นต้องตอบคำถามในเรื่องประโยชน์ของสังคมว่ามีความสอดคล้องกันอย่างไร? ไม่ใช่อ้างเพียงแค่การทดแทนบุญคุณแผ่นดินอย่างเดียว โดยเมื่อเกิดปัญหาราคาผู้เลี้ยงกุ้งจับเอาชาวเกาะยอและชาวสิงหนครเป็นตัวประกันมาตลอด