ข่าว

'สับ-เผา-ซ่อน'ศพฆ่าอำพรางตามอาชีพ

'สับ-เผา-ซ่อน'ศพฆ่าอำพรางตามอาชีพ

22 พ.ค. 2555

'สับ-เผา-ซ่อน'ศพฆ่าอำพราง..ตามอาชีพ : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

            ทั่วโลกต้องตกตะลึง..หลังตำรวจเม็กซิโกพบเศษชิ้นส่วนมนุษย์ถูกสับหั่นแยก แขน ขา ท้อง ฯลฯ เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่ไม่พบศีรษะ ถูกนำมาโยนทิ้งเกลื่อนถนนในเมืองมอนเตอร์เรย์ ทางตอนเหนือของเม็กซิโก ห่างจากพรมแดนสหรัฐอเมริกา 180 กิโลเมตร   หากนำชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมดมาประกอบต่อกันเหมือนภาพต่อจิ๊กซอว์ จะได้ประมาณ 49 ศพ แยกเป็นศพผู้ชาย 43 ศพ และหญิง 6 ศพ เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ชิ้นส่วนของมนุษย์ทั้งหมดอาจเป็นเหยื่อสังหารโหดของแก๊งค้ายาเสพติดระดับโลกเพื่อต้องการข่มขวัญ!!
 
             คดีสังหารโหด "ฆ่าอำพราง" ลักษณะนี้ ก็เคยเกิดขึ้นในเมืองไทย เพียงแต่ไม่ได้มีจำนวนศพมากมายขนาดนี้ พ.ต.อ.ภวัต ประทีปวิศรุต นายแพทย์ (สบ5) นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ยอมรับว่า การฆ่าแล้วทำลายหลักฐานหรือทำลายซากศพในคดีอาญาในเมืองไทยไม่ได้แตกต่างจากประเทศอื่นมากนัก ส่วนใหญ่ยังใช้วิธีการเดิมๆ หลังทำร้ายแล้วฆ่าเหยื่อเสร็จก็จะตัดเป็นชิ้นเล็กโยนใส่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ก่อนนำกระเป๋าไปทิ้งลงน้ำ หรือการใช้วิธีนำศพไปเผานั่งยาง หรือมีการจัดฉากหรืออำพรางศพนั้น ให้ดูเหมือนเกิดอุบัติเหตุ หรือคล้ายเหยื่อตายตามธรรมชาติ โดยเป้าหมายสำคัญของคดีฆ่าอำพรางและทำลายศพ คือ การซ่อนความจริงอยู่เบื้องหลัง ดังนั้นกลุ่มที่คิดจะใช้วิธีเช่นนี้ได้ต้องมีประสบการณ์และการวางแผนที่รอบคอบ มีการเตรียมการที่จะทำลายวัตถุพยานรอบด้าน และคนร้ายต้องตั้งใจพร้อมกับมีแรงจูงใจชัดเจน
 
             "คดีที่เจอบ่อยๆ คือ ฆ่าหั่นศพและนำศพไปทิ้งหรือเอาไปฝัง บางคดีเอาไปใส่ไว้ในถังน้ำมันโบกปูน แต่กรณีที่ยากในการพิสูจน์คือการเผานั่งยาง เพื่อทำลายหลักฐานไม่ให้รู้ว่าเป็นใคร ผู้เชี่ยวชาญต้องเก็บรายละเอียดของสถานที่ ตรวจดีเอ็นเอ ประกอบกับพยานแวดล้อม พยานบุคคล พร้อมทั้งใช้วิชาตำรวจอย่างอาชญาวิทยาควบคู่กับหลักนิติเวช ดูแรงจูงใจ โอกาสประจวบเหมาะที่สามารถเชื่อมโยงคนร้ายไปหาเหยื่อ ต้องใช้เทคนิควิชาหลายอย่าง เพื่อทำให้คนร้ายจนมุมด้วยหลักฐาน ไม่ว่าคนร้ายจะอำพรางศพด้วยวิธีแบบไหนก็สามารถเก็บนำหลักฐานที่หลงเหลืออยู่มาสืบเสาะจนจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้" พ.ต.อ.ภวัต กล่าว      
 
             สำหรับวิธีการฆ่าอำพรางศพในอดีตกับปัจจุบันของไทยนั้น ไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก ผู้ร้ายสมัยก่อนทำอาชีพอะไรก็จะใช้วิธีทำลายศพตามความถนัดของอาชีพ หรือความรู้ความสามารถตนเอง แต่ระยะหลังเริ่มมีผู้ร้ายบางกลุ่มนิยมไปสืบเสาะหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต หรือเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อเลียนแบบกลยุทธ์หรือวิธีการให้ทันสมัยกว่าเดิม สามารถทำให้เจ้าหน้าที่ไขว้เขวได้มากขึ้น
 
             "หากศึกษาคดีแบบนี้ในต่างประเทศ จะพบว่ามีการสืบคดีอำพรางศพกันนานนับสิบปีจึงปิดคดีได้" พ.ต.อ.ภวัตกล่าว
 
             ส่วนสถิตผู้เสียชีวิตปัจจุบันที่ถูกส่งมานิติเวช พ.ต.อ.ภวัต บอกว่า ยังคงมีสัดส่วนใกล้เคียงเมื่อ 20 ปีที่แล้ว โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 เกิดจากอุบัติเหตุ ส่วนที่ 2 ไม่สามารถสืบหาสาเหตุการตายหรือประวัติเหยื่อได้ เช่น ไม่มีแผล ไม่มีประวัติ หรือ ไม่มีหลักฐานอะไรตกอยู่ในที่เกิดเหตุ และส่วนสุดท้ายคือการฆาตกรรมและฆ่าตัวตาย
 
             "คดีฆาตกรรมอำพรางที่ใช้วิชาความถนัดในวิชาชีพ ยกตัวอย่าง เสริม สาครราษฎ์ นักศึกษาแพทย์ ที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพ เจนจิรา พลอยองุ่นศรี แฟนสาว โดยใช้ปืนสังหารที่ขมับ เนื่องจากตกลงกันไม่ได้ เรื่องมีชายอื่นมาพัวพัน หลังจากนั้นได้ใช้มีดผ่าตัด เฉือนศพเป็นชิ้นๆ ทิ้งลงชักโครก จนมีผู้พบชิ้นเนื้อมนุษย์จนนำไปสู่การพิสูจน์ดีเอ็นเอ ก็พบว่าตรงกับ "เจนจิรา" และคดีของ นพ.วิสุทธ์ บุญเกษมสันติ เมื่อปี 2544 ที่ฆ่าหั่นศพ พญ.ผัสพร บุญเกษมสันติ แล้วยักย้ายซ่อนเร้นศพ นำชิ้นเนื้อ เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ของศพไปลอบฝัง ลอบทิ้งในสถานที่ต่างๆ เพื่อปิดบังการตายและเหตุแห่งการตาย ก่อนจะพิมพ์จดหมายลางานขึ้น 2 ฉบับ และไปแจ้งความว่าภรรยาหายตัวไป ซึ่งมีการวางแผนและเตรียมการเป็นอย่างดี จากเหตุการณ์ทั้งหมดชี้ชัดได้ว่า นพ.วิสุทธิ์ฆ่า พญ.ผัสพรโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซ่อนเร้นทำลายศพ ปิดบังการตาย" พ.ต.อ.ภวัต ยกตัวอย่าง
 
             ด้าน นพ.ภาณุวัฒน์ ชุติวงศ์ ภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยอมรับว่า ยังไม่เคยพบแก๊งมาเฟียก่อคดีฆ่าหั่นศพแล้วนำไปทิ้งครั้งละหลายๆ คน อย่างที่เกิดขึ้นในเม็กซิโก แต่เคยพบเป็นรายบุคคล หรือ ฆ่าทั้งครอบครัว การอำพรางศพที่พบส่วนใหญ่จะนำไปซ่อนในตู้เย็นหรือถ่วงน้ำ บางคดีก็เผาทิ้ง เพราะคนร้ายเชื่อว่าการทำลายศพด้วยวิธีเหล่านี้ จะไม่พบร่องรอยหลักฐานสืบสาวไปเอาผิดกับตัวพวกเขาได้ บางคดีคนร้ายถึงกับทำลายศพโดยไม่เหลือหลักฐานให้นำไปตรวจดีเอ็นเอได้ หรือทำลายใบหน้าศพจนเละเทะ เจ้าหน้าที่นิติเวชจะต้องตั้งคำถามให้ละเอียดรอบคอบ พร้อมนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ เพื่อพิสูจน์ความจริงจนชี้ได้ว่า "ฆาตกรคือใคร?"
 
                
.............

(หมายเหตุ : 'สับ-เผา-ซ่อน'ศพฆ่าอำพราง..ตามอาชีพ : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)