
'เคที'โวย'DSI'ชิงแถลงซัดปมBTS
'เคที' โวย 'ดีเอสไอ' ชิงแถลงซัดปม 'บีทีเอส' เตรียมร่อนหลักฐานโต้ 23 พ.ค.นี้ ยันทำตามคำสั่งคณะปฏิวัติปี 13 หลัง มท. โยน กทม. คุมสัมปทานแทน เชื่อสัญญาไม่โมฆะแน่
นายอมร กิจเชวงกุล กรรมการผู้อำนวยการบริษัทกรุงเทพธนาคม (เคที) ในฐานะวิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำหนังสือถึงก.มหาดไทย เพื่อสอบถามเรื่องอำนาจการอนุมัติสัมปทานรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (บีทีเอส) ของ กทม. เป็นอำนาจของใคร รวมถึงประเด็นผู้ว่าฯ กทม.มีอำนาจกระทำการใดที่กระทบกระเทือนต่อสัมปทานหรือไม่ ว่า ยืนยันการลงนามในสัญญาจ้างบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอสซี) เดินรถไฟฟ้าบีทีเอสเป็นเวลา 30 ปีนั้น ไม่ใช่เป็นการขยายสัญญาสัมปทานจากเดิมที่ กทม.ได้ทำไว้เมื่อปี 2535
"ครั้งนี้ เป็นการจ้างให้เป็นผู้เดินรถไฟฟ้า ไม่ใช่การขยายสัญญาสัมปทาน นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องการให้สัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอส ก็เป็นไปตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 ม.ค. 2513 ที่ระบุว่า ให้รมว.มหาดไทย เป็นผู้อนุมัติสัมปทานการเดินรถไฟฟ้าให้กับท้องถิ่น โดยการลงนามสัมปทาน ก.มหาดไทยได้มอบอำนาจให้กทม.ควบคุมสัญญาสัมปทาน การเซ็นสัญญาครั้งนี้ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะกทม.ได้จ้างบีทีเอสเดินรถไม่ใช่การขยายสัมปทาน"
นายอมร ยืนยันว่า ไม่ขัดกับประกาศคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าว และเมื่อสัญญาสัมปทานสิ้นสุด ทรัพย์สินก็จะตกเป็นของกทม. ในฐานะคู่สัญญาตามสัญญาสัมปทาน ซึ่งจะทำให้ กทม.กำหนดค่าโดยสารเองได้
"ไม่เข้าใจว่า เหตุใดที่ดีเอสไอออกมาแถลง ก่อนที่ กทม.จะนำเอกสารข้อมูลต่าง ๆ ไปยื่นชี้แจง ให้ดีเอสไอนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกัน ก่อนมีการแถลงมาก่อน ซึ่งกทม.จะนำเอกสารทั้งหมด ไปยื่นให้ดีเอสไอในวันที่ 23 พ.ค.นี้"
นายอมร กล่าวยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าว ไม่ใช่การทิ้งทวนของ มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ที่กำลังจะหมดวาระ แต่เป็นแนวคิดที่มีการหารือของทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายข้าราชการ ไม่ได้เป็นคำสั่งของผู้ว่าฯ กทม.ให้ข้าราชการปฏิบัติตาม รวมถึงไม่ได้เป็นการตีกันนโยบาย 20 บาทตลอดสายของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ เคทีจะเดินทางไปชี้แจงเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมกรรมาธิการวุฒิสภา และในวันที่ 24 พ.ค.55 นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. ก็จะไปชี้แจงต่อกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติด้วย
"ถ้าภาคการเมืองหรือดีเอสไอ ใช้ความพยายามในการเรียนรู้หลักเกณฑ์ข้อเท็จจริง ของการจ้างเดินรถในครั้งนี้ ก็จะไม่มีปัญหา แต่เพราะมีความเข้าใจผิดในเรื่องข้อกฎหมาย จึงมีปัญหาดังกล่าว และเรื่องนี้คงไม่เลวร้ายที่สุดถึงขั้นทำให้การทำสัญญาเป็นโมฆะ เพราะเราเดินมาถูกต้องตามหลักการทางกฎหมายแน่นอน"
กระนั้น เขาก็บอกว่า ถ้ามีการทำให้สัญญาเป็นโมฆะ ด้วยกระบวนการอื่น ก็ตอบไม่ได้ แต่ยืนยันว่า เป็นการทำสัญญาที่มีการศึกษาทุกขั้นตอนอย่างดีที่สุด เพื่อประโยชน์ของคนกรุงเทพฯ เป็นหลัก



