ข่าว

เล็งยื่นผู้ตรวจฯเอาผิด'กทม.-กรุงเทพธนาคม'

เล็งยื่นผู้ตรวจฯเอาผิด'กทม.-กรุงเทพธนาคม'

21 พ.ค. 2555

"เพื่อไทย" เดินหน้าต่อ เล็งยื่นผู้ตรวจฯ เอาผิด กทม. ต่อสัญญา "กรุงเทพธนาคม" 22 พ.ค.

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 55  นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเซ็นสัญญาว่าจ้างบริษัทบางกอกธนาคม (เคที) เดินรถไฟฟ้าช่วงส่วนต่อขยายว่า ที่ประชุมของคณะกรรมการติดตามทุจริตของพรรคเพื่อไทย มีมติว่าในวันที่ 22 พ.ค. เวลา 10.00 น. จะไปยื่นเรื่องต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อขอให้ตรวจสอบกรุงเทพมหานคร กับบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด วิสาหกิจของกรุงเทพฯและหน่วยงานของรัฐ ในการใช้เงินงบประมาณและการใช้ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นทรัพย์สินของกรุงเทพมหานคร ในกรณีการจ้างเอกชนรายบริษัทว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อคับ มติ ครม. และแผนปฏิบัติราชการในการบริหารการเงินของรัฐว่ามีการทุจริตในการใช้งบประมาณ โดยให้ทางสตงงดำเนินการตรวจสอบใน 8 ประเด็นคือ 1. ขอให้ตรวจสอบบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ที่ไม่ยอมให้ สตง. ดำเนินการตรวจสอบบัญชีรายงานการรับจ่ายเงินประจำปีงบประมาณ

          2. ขอให้ตรวจสอบงบประมาณของกรุงเทพมหานครในการจ้างบริบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ไปทำสัญญาจ้างกับบีทีเอสซีในการบริหารจัดการเดินรถโครงการระบบขนส่งมวลชน กทม. ส่วนต่อขยายสายสีลม 3. ขอให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. และนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. อ้างว่าเป็นเงินที่ กทม.ต้องใช้งบประมาณมาจ่ายจริงเพียง 6,400 ล้านบาทเท่านั้นในการจ้าง บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด 4. ขอให้ตรวจสอบการประมูลโครงการส่วนต่อขยายสายสีลม ที่ไม่มีการเปิดโอกาสให้เอกชนรายอื่นเข้าร่วมประมูล

          นายจิรายุ กล่าวต่อว่า 5. ขอให้ทำการศึกษาและความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีการบริหารจัดการเดินรถเส้นทางสถานีหมอชิต - อ่อนนุช และสนามกีฬาแห่งชาติ - สะพานตากสิน เป็นการใช้ทรัพย์สินของ กทม. เกินกว่า 1,000 ล้านบาท ภายหลังสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลงในปี 2572 6. ขอให้ทำการศึกษาและความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีที่ ผู้ว่าฯ กทม.และรองผู้ว่าฯ กทม. อ้างว่าเงินที่ กทม. ต้องใช้ งบประมาณจ่ายจริงเพียง 6,400 บาทนั้นว่า จะมีกระทบผลต่อการจัดทำงบประมาณของ กทม. หรือไม่ 7. ขอให้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณของ กทม. ในกรณีที่ต้องจ่ายเงิน 6,472 ล้านบาท เป็นค่าชดเชยให้บีทีเอส ที่อ้างว่าสูญเสียรายได้และขาดทุน ในเส้นทางที่เป็นส่วนต่อขยายว่า เป็นไปอย่างถูกต้องและไปตามมติ ครม.หรือไม่

          และ 8.ขอให้ตรวจสอบการจัดเก็บรายได้จากการให้บริการเดินรถส่วนต่อขยายสายสีลม ที่เป็นไปตามสัญญา ตั้งแต่เดือน พ.ค. ปี 52 ของ กทม.และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด รวมทั้งตรวจสอบการประเมินรายได้ ที่ กทม.และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด จัดเก็บ ที่ผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ กทม. อ้างว่า ตามสัญญา 30 ปี จะมีรายได้ประมาณ 3 แสนบาทและกทม.และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด จะมีส่วนแบ่งรายได้ประมาณ 110,000 บาท และบีทีเอส จะมีรายได้ประมาณ 190,000 บาท

 

 

----------

(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)

----------