
ซิ่งเก๋งเร่งเครื่องดังด.ต.เตือนถูกยิงดับ
คนร้ายซิ่งเก๋งมิตซูบิชิ เร่งเครื่องกวนเมือง ดาบตำรวจเรียกคุย เตือนถูกยิงดับ แท็กซี่พลเมืองดี เห็นขับรถตาม แต่คลาดกันหนีลอยนวล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 21 พ.ค. 55 ร.ต.อ.วราวุธ หนูชู พงส.(สบ1) สน.โชคชัย รับแจ้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสข้างร้านชายคาพักกาย ผับเพื่อชีวิต ภายในซอยลาดพร้าว83 ถนนลาดพร้าว แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.เศรษฐศักดิ์ ยิ้มเจริญ ผกก.สน.โชคชัย พ.ต.ท.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ รอง ผกก.สส.สน.โชคชัย พ.ต.ต.คมสันต์ บดิกาญจน์ สว.สส.สน.โชคชัย ฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน
ที่เกิดเหตุเข้าไปภายในซอยลาดพร้าว83 เพียง 50 เมตร ที่พื้นถนนซึ่งอยู่ด้านข้างร้านชายคาพักกาย พบกองเลือดจำนวนหนึ่ง และหัวกระสุนปืนไม่ทราบขนาด 1 หัว ใกล้กันยังพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโอเร่ สีฟ้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจอดอยู่โดยตรงช่องวางของด้านหน้ารถมีแก้วเหล้าภายในยังมีเหล้าอยู่วางไว้ 1 ใบ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลลาดพร้าวไปก่อนหน้านี้ ทราบชื่อต่อมาคือ ด.ต.ประทิน จันทร์หอม ผบ.หมู่ จร.สน.โชคชัย ถูกยิงที่ราวนมซ้ายทะลุหลัง 1 นัดอาการสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมาเนื่องจากกระสุนตัดขั้วหัวใจ
จากการสอบสวน น.ส.ชมัยพร ฉายารัตน์ อายุ 29 ปี ซุปเปอร์ไวเซอร์ของร้านชายคาพักกาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเป็นช่วงที่ร้านปิดให้บริการแล้ว และพนักงานของร้านกำลังทยอยกันกลับบ้าน โดย ด.ต.ประทิน ก็ได้มาเที่ยวกับเพื่อนและใส่ชุดนอกเครื่องแบบมา พอร้านเลิกก็ออกมานั่งคุยกับเพื่อนอยู่ตรงที่จอดรถจักรยานยนต์ที่อยู่ด้านข้างของห้างบิ๊กซี สาขาลาดพร้าว และอยู่ด้านข้างร้านตน อยู่ ๆ ก็มีคนร้ายเป็นชายขับรถเก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นท้ายเบนซ์ ไม่ทราบทะเบียน มาจากปากซอยแล้วเร่งเครื่องยนต์เสียงดังจนแสบแก้วหู ขับตรงเข้ามาในซอยแล้วผ่าน ด.ต.ประทินกับเพื่อนไป ไม่นานคนร้ายก็วกรถกลับออกมาอีก แล้วมาจอดตรงที่ ด.ต.ประทิน ซึ่งกำลังคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่ ด.ต.ประทิน เลยเดินไปคุยกับคนขับรถ น่าจะไปพูดคุยกันในลักษณะสอบถามเรื่องการเร่งเครื่องยนต์เสียงดังหนวกหูชาวบ้าน
น.ส.ชมัยพร ให้การต่อไปว่า แต่คนร้ายไม่พอใจเปิดกระจกออกมาแล้วชักปืนยิงขึ้นฟ้า 1 นัด ตนได้ยินเสียงปืนเลยวิ่งหนีไปหน้าร้าน จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีก 2 นัด ก่อนที่คนร้ายจะขับออกไปทางปากซอยอย่างรวดเร็ว จึงรีบวิ่งมาดูที่เกิดเหตุก็พบ ด.ต.ประทิน ถูกยิงล้มฟุบไปกับพื้น เพื่อนผู้ตายจึงรีบพากันนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนตนรีบโทรศัพท์แจ้ง 191 ทันที โดยไม่รู้ว่าคนร้ายได้มาเที่ยวที่ร้านด้วยหรือไม่ เพราะตนเห็นหน้าไม่ชัด แต่พนักงานของร้านบอกว่าคนร้ายมาจอดรถอยู่ที่ปากซอยพักหนึ่งก่อนจะเลี้ยวเข้ามาในซอยแล้วก่อเหตุดังกล่าว
ขณะที่ นายพรชัย อินเกษา อายุ 41 ปี คนขับรถแท็กซี่ที่เห็นเหตุการณ์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุมาจอดรถรอลูกค้าอยู่ที่ปากซอยดังกล่าว ก็เห็นคนร้ายเป็นชายขับรถคันดังกล่าวเป็นรถเก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นท้ายเบนซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียนจำได้ ฒณ 5295 หรือ 5265 กรุงเทพมหานคร เข้ามาในซอย และมาจอดอยู่ที่หน้าปากซอยประมาณ 5-10 นาที เหมือนมารอใครโดยเร่งเครื่องยนต์ที่ท่อไอเสียเสียงดังหนวกหูตลอดเวลา จากนั้นก็ขับเข้าไปภายในซอย ไม่นานก็เลี้ยวออกมาอีกแล้วมาจอดตรงจุดเกิดเหตุ พอจอดรถเสร็จคนร้ายก็ชักปืนยิงขึ้นฟ้า 1 นัด แล้วเปิดประตูรถเดินลงมายิง ด.ต.ประทิน ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถ โดยมีผู้หญิงอีก 1 คนตามขึ้นรถไปด้วย โดยไปนั่งข้างคนขับ แล้วคนร้ายก็รีบขับรถออกมาทางปากซอยทันที ตนจึงขับรถตามไปแต่ไล่ไม่ทันไปคลาดกันช่วงหน้าโรงพยาบาลลาดพร้าว เลยไม่รู้ว่าคนร้ายหนีไปทางไหน
พ.ต.อ.เศรษฐศักดิ์ ยิ้มเจริญ ผกก.สน.โชคชัย กล่าวว่า จากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ และเพื่อนผู้ตายที่อยู่ในที่เกิดเหตุต่างให้การตรงกันว่า ด.ต.ประทิน ได้มาเที่ยวที่ร้านดังกล่าว และเป็นช่วงที่ร้านปิดให้บริการแล้ว ขณะที่ ด.ต.ประทิน นั่งคุยกับเพื่อนอยู่ที่รถจยย.ของตัวเอง ก็มีคนร้ายขับรถเก๋ง มิตซูบิชิ รุ่นท้ายเบนซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียนจำได้ ฒณ 5295 หรือ 5265 กรุงเทพมหานคร เข้ามาในซอยแล้วเร่งเครื่องยนต์เสียงดังผ่านกลุ่มของ ด.ต.ประทิน ออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักรถคันดังกล่าว ได้ขับกลับเข้ามายังจุดเกิดเหตุ ด.ต.ประทิน คงจะเรียกให้จอดเพื่อตักเตือน เรื่องขับรถส่งเสียงดัง จนทำให้คนร้ายไม่พอใจชักปืนออกมายิงขู่ขึ้นฟ้าก่อน 1 นัด ทำให้ ด.ต.ประทิน กับพวกหมอบลงกับพื้น คนร้ายเลยเปิดประตูรถเดินลงมาเอาปืนจ่อที่หน้าอกของ ด.ต.ประทิน แล้วถามว่าจะเอายังไง ก่อนจะลั่นไกใส่ ด.ต.ประทิน 1 นัด จนล้มลงแล้วขับรถหนีไป
ผกก.สน.โชคชัย กล่าวต่อไปว่า ได้ให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบแล้ว ซึ่งด้านข้างร้านดังกล่าวมีกล้องวงจรปิดอยู่ ในช่วงเช้าจะทำการตรวจสอบกล้องดังกล่าวอย่างละเอียดว่าเป็นรถชนิดใดและทะเบียนอะไรกันแน่ พร้อมจะตรวจสอบกล้องตามถนนที่คนร้ายขับรถหนีไป รวมทั้งนำพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งคดีนี้คนร้ายก่อเหตุอย่างเหี้ยมโหด จะรีบติดตามมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด



