ข่าว

นิติเวชตรวจซากกุมารทองหาผู้ร่วมขบวนการ

นิติเวชตรวจซากกุมารทองหาผู้ร่วมขบวนการ

21 พ.ค. 2555

ผู้บังคับการสถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ พร้อมตรวจซาก 6 กุมารทอง คาด ต้องใช้เวลาพอสมควร จะทราบว่าเสียชีวิตก่อนทำหรือไม่

          วันที่ 21 พ.ค.55 พล.ต.ต.สมบูรณ์ ตันตระกูล ผู้บังคับการสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวถึงการตรวจสอบซากศพทารกว่า หากมีการส่งมาก็พร้อมต้องตรวจสอบทางนิติวิทยาต่อไปว่าเป็นสภาพบุคคลเริ่มตั้งแต่คลอดแล้วอยู่รอดสามารถหายใจได้แล้วหรือไม่ และเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด เพศใดนั้น ทางนิติเวช รพ.ตำรวจ มีผู้เชี่ยวชาญและมีความพร้อมอยู่แล้วและสามารถดำเนินการได้ทันที โดยในส่วนของการตรวจสอบนั้น อาจต้องใช้เวลาสักระยะ สำหรับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ หรือห้องแล็บ รวมถึงการตรวจ DNA เพื่อนำไปพิสูจน์ว่าใครเป็นบิดามารดา ส่วนการจะพิสูจน์ว่า เด็กเสียชีวิตหลังคลอด หรือ ก่อนคลอด ก็สามารถตรวจสอบได้เช่นกัน
 
          ด้าน พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ สายันประเสริฐ ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 กล่าวว่า วันนี้พนักงานสอบสวน สน.พลับพลาไชย 2 จะนำซากทารกส่งไปสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ พิสูจน์ทราบตามคำสั่งอัยการว่า ซากทารกดังกล่าวเป็นสภาพบุคคลเริ่มตั้งแต่คลอดแล้วอยู่รอดสามารถหายใจได้แล้วหรือไม่ และเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด เพศใด เพราะมีอยู่ 2 ซาก น่าจะเป็นสภาพบุคคลแล้ว เนื่องจาก ทางอัยการเห็นว่าสำนวนคดีจะต้องแน่นหนากว่านี้ ไม่เช่นนั้นหากคดีถึงศาลอาจจะถูกยกฟ้องได้
 
          จากนั้น พนักงานสอบสวนจะเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหาที่ได้รับการประกันตัวไปมารับทราบข้อหา ลักลอบ ฝัง ซ่อนเร้น เคลื่อนย้าย หรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการเกิดการตาย หรือเหตุแห่งการตาย มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท แต่หากเสียชีวิตจากการทำแท้ง จะมีอายุในครรภ์กี่เดือน ไม่มีสถานภาพเป็นบุคคล พนักงานสอบสวนจะนำมาพิจารณาในการส่งดำเนินคดีอีกครั้ง ทั้งนี้ ต้องรอผลจากการชันสูตรศพจากผู้เชี่ยวชาญของสถาบันนิติเวชเป็นหลัก โดยระยะเวลาตรวจสอบ ขึ้นอยู่กับทางสถาบันนิติเวชว่า ต้องใช้เวลากี่วัน
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานภายหลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี(ดส.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล จับกุมนายโจว ฮอง ฮุน อายุ 28 ปี ชาวจีนไต้หวัน พร้อมศพทารก 6 ศพถูกย่างลงอักขระอาคม ที่แขน ขา นิ้ว ศรีษะ มัดสายสิญจน์เตรียมส่งขายประเทศไต้หวันบูชาเป็นกุมารทองให้โชคลาภตามใบสั่งจองว่า จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบประวัตินายโจว พบว่า เดินทางเข้าออกประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 16 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2551 โดยครั้งแรกเริ่มลักลอบเอากุมารทองไปขาย 2 ตัว จากนั้นทยอยนำกุมารออกขายเรื่อยมา ซึ่งใช้เส้นทางลำเลียงออกโดยเครื่องบินใส่กระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง แทนการแพ็คใส่กระเป๋าขึ้นเครื่องเกรงถูกตรวจ
 
          เมื่อไปถึงตลาดไต้หวันก็เปิดขายเสรีทางเว็บไซต์ เพราะที่นั่นไม่มีกฎหมายควบคุมในเรื่องนี้ โดยไปขอซื้อซากทารกตามโรงพยาบาล วัด และสถานพยาบาลที่รับทำแท้งในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ กทม.และปริมณฑล นำมาทำพิธี ซึ่งราคาขายในประเทศไทยตัวละ 30,000 บาท หากส่งออกต่างประเทศมีราคาหลักแสนบาท ขึ้นอยู่กับสภาพความสมบูรณ์ของทารก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลสืบสวนอยู่ ซึ่งขณะนี้ได้ข้อมูลแหล่งซื้อขายซากทารกมาแล้ว 2-3 แห่ง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล
 
          สำหรับแหล่งพิธีกรรมทำกุมารทองนั้น ในเบื้องต้นทราบว่ามีแหล่งการทำพิธีอยู่ย่านปริมณฑล เขตติดต่อกับ กทม. โดยนายโจว ผู้ต้องหารายนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกอบพิธีกรรม ทำลูกกรอกหรือกุมารทองแต่อย่างใด เนื่องจากมีหน้าที่เพียงเป็นผู้ค้าคนกลางเท่านั้น โดยนายโจว ถือว่ามีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักกันดี ในฐานะจอมขมังเวทคนหนึ่งที่ไต้หวัน ขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังเร่งคลี่คลายหาแหล่งที่มาของกุมารทอง เพื่อนำตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป