ข่าว

ปชป.ลุ้นยุบรับบริจาคบ.ที่กปภ.ถือหุ้นใหญ่

ปชป.ลุ้นยุบรับบริจาคบ.ที่กปภ.ถือหุ้นใหญ่

21 พ.ค. 2555

ปชป. ลุ้นโดนยุบ พบ กปภ. ถือหุ้นใหญ่ "อีสท์วอเตอร์" บริจาคเข้าข่ายต้องห้าม แถมปกปิดบัญชีรายรับไม่แจ้ง กกต. "สดศรี" ลั่นผิดจริงยุบแน่ "เรืองไกร" จี้ "มาร์ค" เปิดเผยบัญชาเงินบริจาคยืนยันความบริสุทธิ์ "ขวัญชัย” หนุน “ทักษิณ” เดินหน้าปรองดองชี้สู้ไปก็ไม่

              21พ.ค.2555 รายงานข่าวแจ้งว่า ต่อกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์  แกนนำคนเสื้อแดง  ระบุในเวทีปราศรัยรำลึก 2 ปีเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่เวทีราชประสงค์ว่า พรรคประชาธิปัตย์รับเงินบริจาคจากบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออกจำกัด (มหาชน)  หรือ บริษัท อีสต์ วอเตอร์    ซึ่งมีการประปาส่วนภูมิภาคที่เป็นหน่วยงานของรัฐถือหุ้นมากที่สุด ซึ่งอาจนำไปสู่การยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้ยุบพรรค

              ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์ (www.democrat.or.th) พบว่า มีการเปิดศูนย์อำนวยการช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมขึ้นในวันที่ 2 พ.ย.2553  เพื่อรับบริจาคการสนับสนุนจากประชาชนและภาคเอกชนทุกภาคส่วน 

              ต่อมาเมื่อวันที่ 4 พ.ย.2553 มีการเผยแพร่ข่าวผ่านเว็บไซต์ว่า บริษัท  อีสท์วอเตอร์  มอบเงินบริจาค 1,000,000 บาท   พร้อมทั้งลงรูปถ่ายการมอบเงินดังกล่าวมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ขณะนั้น พร้อมด้วยนายสาธิต  ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง  และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์  ส.ส.กทม.  เป็นผู้รับมอบ  แต่กลับไม่ปรากฏว่า อยู่ในรายงานการรับบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้รายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.แต่อย่างใด และอาจมีความผิดตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.  2550 มาตรา  42 ,71 , 82  93 นำมาซึ่งการยุบพรรคการเมืองได้
 
              อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบเว็บไซต์  www.pwa.co.th ของ การประปาส่วนภูมิภาค หรือ กปภ.  ที่ระบุรายนามของ บริษัท อีสท์วอเตอร์    ได้จดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์ ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยมี สัดส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นดังนี้ การประปาส่วนภูมิภาค 44% , การนิคมอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย 5%, ประชาชนทั่วไป 51%  โดยวันที 28 กรกฎาคม 2540 เปิดการซื้อขายหุ้น ในตลาดหลักทรัพย์ ฯเป็นวันแรก โดยใช้ชื่อ บนกระดานตลาดหลักทรัพย์คือ EASTW อยู่ในหมวดอื่นๆ

              นางสดศรี  สัตยธรรม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ขณะนี้ตนยังไม่ทราบเรื่องที่นายจตุพรกล่าวอ้างเป็นเช่นใด  แต่หากพบว่า บริษัท อีสท์วอเตอร์  ซึ่งมีภาครัฐถือหุ้นเสียงข้างมากและบริจาคให้พรรคการเมือง ก็อาจจะนำมาซึ่งการยุบพรรคตาม พรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550   โดยผู้มีส่วนได้เสีย คือ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหรือพรรคการเมืองต่างๆ ร้องเข้ามาที่ กกต. หากพบว่า มีความผิดจริง ก็จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป 


              ขณะที่นายเรืองไกร   ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา  กล่าวว่า เรื่องนี้ตนเคยยื่นให้นายอภิชาต สุขัคคานนท์ นายทะเบียนพรรคการเมืองให้ดำเนินการตรวจสอบ ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 55  และได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวน โดยตนเข้าไปชี้แจงเบาะแสให้ทราบแล้ว รอแค่เพียงเรียกดูความเคลื่อนไหวของยอดบัญชีและยอดเงินคงเหนือ หรือสเตจเม้นท์ ของบัญชีการรับบริจาคเงินจากธนาคารกรุงไทย  ที่พรรคประชาธิปัตย์เปิดให้บริจาค อย่างไรก็ตามหลังจากที่ไปชี้แจงขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ  จึงอยากเรียกร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้เปิดเผย สเตทเม้นท์ ดังกล่าวเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์

              รายงานข่าวแจ้งว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ มีความผิดจริงตามที่นายจตุพรกล่าวอ้างจะมีความผิดตาม  พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.  2550 มาตรา  71  ห้ามมิให้หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ นิติบุคคลที่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ องค์การมหาชน หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่หรือนิติบุคคลอื่นตามที่กำหนดในประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง บริจาคแก่พรรคการเมือง  โดยกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ตามมาตรานี้ให้หมายถึงกิจการที่รัฐเป็นหุ้นส่วนหรือถือหุ้นอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในบรรดาผู้เป็นหุ้นส่วนหรือถือหุ้นแต่ละคนทุกคน และจำนวนหุ้นส่วนหรือหุ้นมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของหุ้นส่วนหรือหุ้นทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น

              นอกจากนี้มาตรา 82 ยังระบุว่า พรรคการเมืองที่ได้รับเงินสนับสนุนต้องใช้จ่ายเงินสนับสนุนให้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในส่วนนี้ และส่วนที่ 5 การใช้จ่ายของพรรคการเมือง และจะต้องจัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุนของพรรคการเมืองในรอบปีปฏิทินให้ถูกต้องตามความเป็นจริง และยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป และให้นำความในมาตรา 42 วรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม

              โดยมาตรา 42  ให้หัวหน้าพรรคการเมืองจัดทำรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมาให้ถูกต้องตามความเป็นจริงตามวิธีการที่นายทะเบียนกำหนด และแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายในเดือนมีนาคมของทุกปี เพื่อประกาศให้สาธารณชนทราบ เว้นแต่พรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นยังไม่ถึงเก้าสิบวันนับจนถึงวันสิ้นปีปฏิทิน

              เมื่อครบระยะเวลาการรายงานตามวรรคหนึ่งแล้ว หากพรรคการเมืองใดยังไม่ได้รายงานให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้หัวหน้าพรรคการเมืองรายงานภายในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าพ้นกำหนดระยะเวลาแล้วยังมิได้รายงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้นายทะเบียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการเพื่อให้มีการยุบพรรคการเมืองนั้น
 
              ขณะที่ มาตรา 93 ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีเหตุต้องเลิกตามข้อบังคับพรรคการเมืองแต่พรรคการเมืองนั้นยังมีสมาชิกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ หรือในกรณีที่พรรคการเมืองใดไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 42 วรรคสอง หรือมาตรา 82 ให้ยุบพรรคการเมืองนั้น

              เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่า พรรคการเมืองใดมีเหตุตามวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ความปรากฏต่อนายทะเบียน เมื่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นกับพรรคการเมืองตามคำร้องของนายทะเบียน ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรคการเมืองนั้น



"ขวัญชัย”หนุน“ทักษิณ”เดินหน้าปรองดองชี้สู้ไปก็ไม่ชนะ 


              นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรฯ กล่าวถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วีดีโอลิงค์ในการชุมนุมครบรอบ 2 ปี ของกลุ่มนปช.ที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 19 พ.ค. สนับสนุนแนวทางการปรองดอง  ว่า  ตนเชื่อและยืนยันเดินตามแนวทางปรองดองมาแต่แรก  เคยโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ขนาดไหน อยากให้หยุดไว้  ต้องลดทิฐิ  หลายเรื่องต้องหยุดไว้ก่อน บ้านเมืองต้องเดินไปข้างหน้า ต้องมีเหตุผล ตนคิดแนวทางสันติ มาโดยตลอด ซึ่งก็มีสมาชิกต่อต้าน ตนก็ได้อธิบายให้สมาชิกฟัง และเข้าใจกันหมด  ซึ่งพล.อ.เปรมมีไมตรีกับน.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี   ถ้าอยากเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้า  ก็ต้องจำยอม  เอาไข่ไปกระแทกหิน สู้ไปก็ไม่ชนะ  ถึงมาเป็นล้านก็ไม่ชนะ  สู้มารักษารัฐบาล  ให้บริหารและประคับประคองประเทศ ให้เดินไป  สะสมมวลชน เพราะขนาดนี้สังคมต้องการปรองดอง นี่คือแนวทางของชมรมคนรักอุดรฯ


              ส่วนกรณีกลุ่มคนที่ออกมาโจมตีว่าพ.ต.ท.ทักษิณ หลอกคนเสื้อแดง ทอดทิ้งคนเสื้อแดง จะเอาตัวรอดนั้น นายขวัญชัย กล่าวว่า เป็นพวกที่เสียประโยชน์  จึงดึงคนตายออกมา แต่ตนอยากบอกว่า เรื่องคดีก็ต้องเดินตามกฎหมาย คดียังไม่หมดอายุ ให้เวลารัฐบาลทำงาน เพราะรัฐบาลชุดที่แล้วไม่ทำ  พอรัฐบาลชุดนี้เข้ามาจะให้จับเลย ไม่ได้  เราต้องออกมาเสนอความจริงและถ้าความจริงปรากฎ สังคมจะยอมรับ และเข้าใจ  อย่าเอาแต่ใจ ทั้งนี้ตนเห็นด้วยกับนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำนปช.ถึงออกมาระบุ ถึงเรื่องแนวทางการเยียวยา  อย่างไรก็ตามที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาโจมตีพ.ต.ท.ทักษิณ ในเรื่องนี้ด้วยนั้น อย่าไปให้ราคา คนเสื้อแดงยังไงก็ไม่เชื่อ