ข่าว

นพดลชี้แม้วไม่รีบสมัครสมาชิกพรรค

นพดลชี้แม้วไม่รีบสมัครสมาชิกพรรค

20 พ.ค. 2555

"นพดล" แจง "ทักษิณ" ไม่รีบสมัครสมาชิกพรรค รอกลับไทยก่อน ชี้ต้องจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วน "สมศักดิ์"สยบข่าวลือหนีซบ"เพื่อไทย"

          วันที่ 20 พ.ค.55  นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยของพ.ต.ท.ทักษิณว่า  ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยหรือไม่ การจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคของพ.ต.ท.ทักษิณต้องรอเวลาที่เหมาะสม  ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบทำในขณะนี้ รอให้พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางกลับประเทศไทยก่อน ค่อยสมัครสมาชิกพรรคก็ยังไม่สาย และยังไม่จำเป็นต้องส่งนายทะเบียนพรรคไปรับสมัครการเป็นสมาชิกพรรคของพ.ต.ท.ทักษิณถึงต่างประเทศ 
 
          นายนพดล กล่าวต่อว่า ยืนยันว่า การสมัครเป็นสมาชิกพรรคของพ.ต.ท.ทักษิณจะเป็นไปตามพรบ.พรรคการเมือง และข้อบังคับพรรคเพื่อไทย  เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ จัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนถูกว่าจะต้องทำอะไรก่อนหรือหลัง  แม้พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคก็ให้คำปรึกษาพรรคเพื่อไทยได้ตลอดเวลา เพราะพ.ต.ท.ทักษิณคนที่พรรคเคารพรัก เป็นยิ่งกว่าสมาชิกพรรค

 


"สมศักดิ์"สยบข่าวลือหนีซบ"เพื่อไทย"


          นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคภูมิใจไทย  กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าจะไปร่วมกิจกรรมกับสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ในวันที่ 30 พ.ค.นี้ว่า   ตนจะเดินทางไปร่วมกับสมาชิก 111 ด้วย เพราะมองว่า สิ่งใดที่สามารถสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นก็ควรให้ความร่วมมือ แต่ความร่วมมือทางการเมืองหลังจากนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่ไปร่วมกิจกรรมแล้วจะต้องไปอยู่ร่วมกัน  ซึ่งหลังพ้นจากถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ก็จะประเมินอีกครั้งภายหลังวันที่ 30 พ.ค.นี้ โดยจะรอความชัดเจนแนวทางความปรองดองก่อน  ส่วนการปรับ ครม.นั้นไม่คิดว่า จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ เพราะผู้ชี้นำทางการเมืองที่เป็นผู้ใหญ่มากๆ  คงต้องคิดให้รอบคอบว่า ทำสิ่งใดแล้วจะทำให้เกิดความปรองดอง รวมถึงเรื่องการปรับครม.ด้วย

 
          ผู้สื่อข่าวถามถึงข่าวที่ ส.ส.กลุ่มกลุ่มมัชฌิมาที่จะย้ายไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย นายสมศักดิ์  กล่าวยืนยันว่า เป็นคำถามที่ง่ายมาก ตนมีคำตอบที่ชัดเจน แต่อยากดูเรื่องความปรองดองก่อนที่จะตัดสินใจทางการเมือง ส่วนเพื่อน ส.ส. ส่วนใหญ่ของตนก็อยู่ที่พรรคภูมิใจไทย ดังนั้นตนจึงคิดว่า พรรคภูมิใจไทยคือเป้าหมาย ดังนั้นเราต้องช่วยกันทำงานการเมืองในเครือข่ายของการปรองดอง ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาในการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย และหลังวันที่ 30 พ.ค.นี้ ตนก็จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยอย่างแน่นอน

 
          ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่หรือไม่  นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่ แต่คงมีการพูดคุยในแนวทางการทำงานการเมือง เมื่อมีความปรองดองแล้ว เราสามารถสร้างผลงานให้กับพรรค ซึ่งการสร้างผลงานให้กับพรรคไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าพรรค แต่ต้องทำให้พรรคได้รับความนิยม หรือได้รับการยอมรับจากสังคมทั่วไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีทางการเมืองที่ทุกคนต้องร่วมกันทำ

 
    “วันนี้ผมเห็นว่า รัฐบาลทำบางเรื่องแต่ไม่ทำบางเรื่อง เพราะเกรงกลัวเกินไป เช่น ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง เรื่องเหล่านี้ประชาชนยังวิตก เมื่อผลสำรวจความเห็นออกมาจึงเป็นเรื่องน่าตกใจ ที่รัฐมนตรีหลายคนสอบไม่ผ่าน โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมที่น่าตกใจ ผมอยู่จังหวัดสุโขทัย ฝนตกที่จังหวัดแพร่ แค่ครั้งเดียว แต่น้ำจะท่วมบ้านผมแล้ว ทั้งๆ ที่ตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ ฝนไม่เคยตกเพิ่งจะมีฝนตกเมื่อกลางเดือน เมษายน จึงอยากให้รัฐบาลเร่งรัดเรื่องเขื่อนแก่งเสือเต้นให้เป็นรูปธรรม จะทำอะไรก็ทำ ส่วนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าขณะนี้ ถือว่าดีอยู่แล้ว” นายสมศักดิ์ กล่าวและแนะนำว่า  รัฐบาลต้องดูการแก้ปัญหาอย่างถาวรสาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมกรุงเทพ สาเหตุหนึ่งมาจากการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น รัฐบาลจึงต้องทำให้เกิดความชัดเจนและเร่งด่วนจึงจะแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ได้


          เมื่อถามว่า มองว่ารัฐบาลใช้รัฐมนตรีเหมาะกับสถานการณ์หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลปรับคณะรัฐมนตรีเร็ว คำว่าปรองดองจะมีผลหรือไม่ ซึ่งมองว่าผู้ชี้นำทางการเมืองต้องมองตรงนี้ด้วย เช่น การออกกฎหมาย พรบ.ฉบับหนึ่ง จะเป็นตัวชี้นำว่าออกได้หรือไม่ ถ้าออกได้ก็จะปรองดอง และยอมรับว่า ร่างพรบ. ปรองดองจะเป็นตัวชี้ทิศทางตัวหนึ่งให้เห็นแนวทางการปรองดองได้

 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า บ้านเมืองจะปรองดองได้ต้องนำพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับประเทศก่อนหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ทุกคนก็เข้าใจกัน อะไรที่จะทำให้เกิดความปรองดองก็ต้องทำ ส่วนอะไรที่เป็นเป็นเหตุปัญหาแห่งความยุ่งยากก็ต้องทำให้ชัดเจน ซึ่งวันนี้ ตัวชี้นำทางการเมืองมีอยู่ 2-3 ฝ่าย

 
    เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่ให้พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาและเริ่มนับหนึ่งความปรองดอง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จะต้องทำเรื่องปรองดองให้จบก่อน ซึ่งตัวชี้เรื่องนี้คือตัวร่าง พรบ.ปรองดอง ส่วนพรรคภูมิใจไทยจะสนับสนุนเรื่องนี้หรือไม่ ตนไม่สามารถตอบได้ ต้องรอให้พ้นจากบ้าน 111 ก่อน



"บังซุป" ไม่เชื่อ "แม้ว" โฟนอินครั้งสุดท้าย ชี้แค่วาทะ


          นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณระบุจะโฟนอินเป็นครั้งสุดท้าย ในเวทีเสื้อแดงที่ราชประสงค์วันที่ 19 พ.ค.ว่า คิดว่า ไม่อยากให้ยึดเป็นสาระเรื่องราว เพราะหลายเรื่องที่เหล่าแกนนำเสื้อแดงเคยพูดไว้ก็ไม่เป็นไปตามนั้นเช่นกัน ซึ่งก็เป็นเพียงวาทะอารมณ์ความรู้สึกชั่วคราว


โฆษก ภท. อัดงบ 56 ขูดรีดภาษีประชาชน

          นายศุภชัยเปิดเผยว่า ในการประชุมพรรควันนี้ ได้เชิญตัวแทนจากสำนักงบประมาณมาชี้แจงเรื่องการจัดทำร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556 เนื่องจากพรรคเห็นว่า การจัดทำงบประมาณของรัฐบาล ยังมีข้อสงสัยจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารประเทศหรือไม่ โดยเรื่องนี้รัฐบาลจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะสามารถจัดเก็บรายได้ 2.1 ล้านล้านบาทได้ เนื่องจากรัฐบาลตั้งงบขาดดุล 3 แสนล้านบาท จึงเป็นห่วงว่าจะมีการมารีดภาษีจากประชาชน นักธุรกิจ พ่อค้าหรือไม่ นอกจากนี้งบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีการจัดสรรงบลดลง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนรากหญ้า เพราะเป็นกระทรวงของพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่

 
          “พรรคยังเป็นห่วงงบเหมาจ่ายรายหัวบัตรทอง ที่ไม่เพิ่มขึ้นในรอบ 10 ปี ทั้งที่ควรจะมีการเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อประมาณ 3.5-4 เปอร์เซนต์ แต่ปรากฏว่า เงินเหมาจ่ายกลับเท่ากับปีที่แล้ว ซึ่งจะกระทบกับการรักษาพยาบาลของประชาชน ขณะที่งบจัดซื้อแท๊ปเล็ต 8,800 ล้านบาท พบว่า เป็นเพียงงบซื้อเครื่องเพียงอย่างเดียว ไม่มีงบสำหรับการติดตั้งสัญญาณไวไฟและอินเตอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนที่ติดไวไฟมีเพียง 700 แห่งจาก 30,000 แห่งทั่วประเทศ สำหรับงบบริหารจัดการน้ำกว่า 43,000 ล้านบาท เป็นงบที่ไปซ้ำซ้อนกับงบ พรก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาทหรือไม่ ดังนั้นรัฐบาลต้องชี้แจงให้ได้ว่า เหตุใดเมื่อมีเงินอยู่แล้ว จึงมาขอจัดงบเพิ่มอีก” โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวและว่า นายกรัฐมนตรี ได้แถลงว่า จะให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เป็นวาระแห่งชาติ แต่กลับตั้งงบไว้เพียง 420 ล้านบาท เช่นเดียวกับงบการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ที่ตั้งไว้เพียง 400 ล้านบาทเท่านั้น ขณะที่ปัญหาราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น แต่รัฐบาลตั้งงบมาแก้ปัญหาแค่ 1,400 ล้านบาท อย่างไรก็ตามพรรคภูมิใจไทย ได้เวลาในการอภิปราย 134 นาทีหรือกว่า 2 ชั่วโมง โดยพรรคได้วางตัวผู้อภิปรายไว้ 10 กว่าคน