
'อภิสิทธิ์'เตือนแดงทบทวนเหตุการณ์
"อภิสิทธิ์" เชื่อ "ทักษิณ" ตั้งธงแก้ รธน. เตือนเสื้อแดงทบทวนเหตุการณ์ "ปู" ปัดตอบช่วยพี่ชายกลับบ้าน "มาร์ค" ชี้ "สุขุมพันธ์" เหมาะลงเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม. อีกสมัย
เมื่อเวลา 13.15 น.วันที่ 20 พ.ค. 2555 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วีดีโอลิงค์ผ่านเวทีการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 19 พ.ค. โดยมีการพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญและให้การยึดโยงตุลาการเข้ากับประชาชน ว่า ตนเองได้ย้ำมาตั้งแต่ต้นว่าการแก้รัฐธรรมนูญสุดท้ายก็จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มอำนาจให้กับฝ่ายบริหาร เป็นธงของรัฐบาลซึ่งเป็นการอ้างหลักประชาธิปไตยที่ผิด
เพราะหลักประชาธิปไตยจะผูกโยงกับเสียงข้างมากและการเลือกตั้งทั้งหมดไม่ได้ โดยเฉพาะการตัดสินผิดถูก ความชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งต้องมีการตรวจสอบถ่วงดุลได้และทั้งหมดเป็นประเด็นสำคัญที่จะต้องจับตาดูในช่วงที่มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งการพูดเรื่องดังกล่าว ทั้งที่ยังไม่มี สสร.ถือเป็นการชี้นำ ทั้งนี้เชื่อว่ามีธงในการแก้รัฐธรรมนูญอยู่แล้วคือ เรื่องการนิรโทษกรรมและการไม่ให้อำนาจตุลาการ แต่ไม่ได้ทราบว่าจะมีรายละเอียดขนาดไหน แต่หลักๆในการแก้ไขค่อนข้างชัด และการพูดถึงการกลับมาของพ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นเป้าหมายใหญ่
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการเปรียบเทียบว่าคนเสื้อแดงเป็นเรือพายมาถึงฝั่งแล้วต่อไปจะขึ้นรถนั้น มองอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนอยากให้คนเสื้อแดงไปทบทวนในวันที่มีการปลุกระดมหรือชักชวนเพื่อให้มาต่อสู้หลายๆ เรื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเรื่องต่างๆกลับไม่มีความสำคัญอีกแล้ว เพราะทำให้พ.ต.ท.ทักษิณและพรรคพวกมีอำนาจและกลับบ้านเท่านั้นเอง รวมถึงการปรองดองของรัฐบาลก็เหมือนล้างผิดของพ.ต.ท.ทักษิณ มากกว่า
ส่วนกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เตรียมตัวยื่นฟ้องยุบพรรคกรณีรับเงินบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วมจากบริษัทอิลีสวอเตอร์นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็สามารถตรวจสอบได้ ยืนยันว่าพรรคทำตามกฎหมายมาโดยตลอด ทั้งนี้ไม่เป็นห่วงเพราะนายจตุพรขู่ไปเรื่อยไม่มีอะไรเป็นความจริง ทั้งนี้พร้อมชี้แจงทุกกรณี
เมื่อถามว่ากรณีที่นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความส่วนตัวพ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมนำกรณีของนายจตุพร ถูกตัดสิทธิ์การเป็น ส.ส.และนำเรื่องที่นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 และทำให้ประชาชนเสียชีวิตถึง 91 ศพ เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลโลกนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นความพยายามที่จะแก้เกี้ยวเพราะในที่สุดก็จะหลีกหนีสิ่งที่ทุกฝ่ายควรจะยอมรับคือการค้นหาความจริง กับกลายเป็นว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่ต้องการให้ค้นหาความจริงแล้วว่าอะไรเกิดขึ้นในช่วง 2 ที่ผ่านมา เพียงเพราะว่าตัวเองได้ในสิ่งที่ต้องการและนำเรื่องศาลโลกมาเพื่อพยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้สนับสนุนทราบว่าไม่ได้ทิ้งประเด็นนี้ ทั้งนี้เห็นว่าสังคมต้องรู้เท่าทันว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นต้องกลับมาสู่เป้าหมายที่พ.ต.ท.ทักษิณวางไว้
"ปู"ปัดตอบช่วย"ทักษิณ"กลับบ้าน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวผ่านวิดีโอลิงค์สนับสนุนและเร่งรัดการออกพรบ.ปรองดองว่า ต้องเป็นกระบวนการของรัฐสภาซึ่งรัฐบาลก็ต้องทำหน้าที่ของฝ่ายบริหาร หากจะมีการเร่งเสนอ พ.ร.บ.ปรองดองเข้ารัฐสภาก็ต้องให้เป็นมติของพรรคซึ่งเรื่องนี้ต้องประสานงานกับรัฐสภาอีกครั้ง อีกทั้งการสร้างความปรองดองเป็นสิ่งที่ดีของประเทศชาติเชื่อว่าทุกคนมีเจตนาดีกับประเทศและอยากจะเห็นประเทศเดินไปข้างหน้าที่สำคัญต้องร่วมกันสร้างบรรยากาศที่ดี
ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าร่างพรบ.ออกมาเรียบร้อยแล้วนั้นจะช่วยให้พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้านได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น พร้อมกับยิ้มให้นักข่าวและกล่าวว่า “มีคำถามอื่นไหมคะ”
"ก่อแก้ว"โดดป้อง"ณัฐวุฒิ"ทำงานหนัก
นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช.กล่าวถึงกรณีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) “นิด้าโพลล์” เปิดเผย ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง "ความพึงพอใจของประชาชนต่อการทำงานของคณะรัฐมนตรี" พบว่านายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีผลคะแนนเป็นอันดับสุดท้าย ว่า ค่อนข้างแปลกใจที่ผลโพลล์ออกมาแบบนั้น โดยส่วนตัว รู้จักกับนายณัฐวุฒิ มาหลายปี เป็นคนที่มีความสามารถทุกด้าน ยังช่วยเหลือรัฐบาลด้านอื่น แต่ผลโพลล์ออกมาแบบนี้ ตนจึงแปลกใจมาก ตนอยากรู้ว่า คำถามของนิด้าโพลล์ เป็นคำถามอย่างไร กลุ่มตัวอย่างที่ไปสำรวจกระจายอย่างไร เพราะผลที่ออกมาขัดแย้งต่อความรู้สึกตน ซึ่งตนพูดในฐานะคนรู้จักไม่ใช่ในฐานะพวก
"เรืองไกร"ชี้ปชป.เสี่ยงสูงถูกยุบ
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหา กล่าวถึงกรณีนายจตุพรระบุได้ยื่นเรื่องยุบพรรคประชาธิปัตย์จากกรณีรับเงินบริจาคจาก บริษัท อีสวอเตอร์ว่ากรณีนี้เห็นว่ามีความชัดเจนกว่าคดีรับเงินบริจาคจากบริษัทเมซไซอะ อันเป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายความผิดตามพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 65 ,71 ,82 ประกอบมาตรา 42 วรรคสอง ซึ่งมีโทษถึงขั้นยุบพรรค
ปชป.เตรียมพร้อมชำแหละงบปี56
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายการประชุมงบประมาณรายจ่ายประจำปี2556 ในวันที่ 21 พ.ค.ว่า มีการเตรียมการไว้อย่างดีเพราะมีหลายแง่มุมที่ต้องเสนอต่อรัฐบาลและประชาชน โดยนโยบายเรื่องงบประมาณซึ่งภาพรวมเป็นการขาดดุล ในทางมหภาค น่าจะมีความเหมาะสม แต่ขณะเดียวกันจะเห็นได้ว่าทิศทางยุทธศาสตร์ของงบประมาณโดยเฉพาะปัญหาระยะยาวของประเทศ มีการแก้ไขน้อยมากซึ่งจะเป็นแง่มุมที่ต้องนำเสนอแก่ประชาชนและรัฐบาล รวมถึงมีหลายโครงการในการจัดซื้อจัดจ้างทุตริตคอรัปชั่น และสิ่งที่จำโดยให้ควาสำคัญเป็นพิเศษคือประเด็นที่รัฐบาลปรับยุทธศาสตร์ระยะยาวในแง่การสร้างความเป็นธรรมในสังคม ในการสร้างระบบสวัสดิการ ถูกเพิกเฉยละเลยค่อนข้างมาก กลายเป็นว่าพยายามจะทุ่มเทในนโยบายประชานิยม ที่ผสมมากับการส่งเสริมให้เกิดความแตกแยก โดยเฉพาะการเปิดหมู่บ้านเสื้อแดง การทำกองทุนต่างๆที่มีลักษณะของการนำเงื่อนไขทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่าการตั้งงบฯครั้งนี้ดูเหมือนการขาดดุลจะลดลงแต่ซ่อนไว้ด้วยส่วนนอกงบประมาณจำนวนมาก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เห็นว่ามีเงินกู้จำนวน 3.5 แสนล้านบาท เป็นส่วนหนึ่ง ที่สำคัญคือความไม่ชัดเจนในการบริหารเรื่องพลังงาน เรื่องนโยบายการจัดเก็บภาษี ซึ่งมีความเห็นที่ไม่ตรงกัน ก็จะเป็นปัญหาในอนาคต ซึ่งหลายโครงการ อาทิ โครงการรับจำนำจะเป็นปัญหาในอนาคตค่อนข้างมาก และยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนี้กองทุนน้ำมัน หรือภาษีน้ำมันที่จะมีการเปลียนแปลงหรือไม่ แม้ภาษีมูลค่าเพิ่มที่รัฐบาลพูดไว้ก่อนหน้านี้ก็ตาม
ชี้"สุขุมพันธ์"เหมาะลงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการเตรียมตัวการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.โดยม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ได้เสนอตัวอีกครั้งว่า ได้แสดงความพร้อมเป็นเรื่องที่ดี ได้เห็นถึงความทุ่มเทที่จะทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธ์มีคุณสมบัติเหมาะสมแต่ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนที่จะเลือกบุคคลซึ่งไม่มีปัญหาที่จะต่อสู้กับบ้านเลขที่111
ส่วนกรณีนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เตรียมตรวจสอบการสัมปทานของบริษัทบีทีเอสที่มีการเชื่อมโยงถึงนามสกุลเวชชาชีวะนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวสั้นๆว่า "เป็นคุณอาของนายสุรนันท์ เวชชาชีวะ"
"ครม."ไฟเขียวร่างก.ม.ฟอกเงิน-เอาผิดผู้หนุนก่อการร้ายดันเข้าสภา
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติหลักการร่าง พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ฉบับที่...) พ.ศ. ... และร่าง พรบ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วส่งให้คณะกรรมการประสาน งานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนจะนำเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุมนิติบัญญัตินี้ต่อไป
การดำเนินการเรื่องดังกล่าวเป็นการพยายามของรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรมใน การแก้ปัญหาที่คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการ ฟอกเงิน (Financial Action Task Force: FATF) ขึ้นบัญชีประเทศไทยว่าเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงเรื่องการฟอกเงินและสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ทั้งนี้จากประเทศไทยประสานงานกับ FATF ได้รับแจ้งว่าหลังจากที่เราออกกฎหมาย 2 ฉบับนี้แล้ว FATF จะมีการตรวจสอบการดำเนินการตามกฎหมายของประเทศไทย แล้วรายงานต่อที่ประชุมเต็มคณะของFATF ที่จะมีขึ้นในเดือน ก.พ.2556 ซึ่งเราจะรู้ผลในการประชุมดังกล่าวว่าไทยจะถูกถอนจากการขึ้นบัญชีดังกล่าวหรือไม่
ครม.ไฟเขียวสลับเก้าอี้บิ๊กกระทรวงอุตฯ
นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม. ว่า ที่ประชุมครม.อนุมัติตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทนักบริหารระดับสูง จำนวน 5 ราย ได้แก่ นายประพัฒน์ วนาพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็น เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นายชัยยง กฤตผลชัย เลขธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เป็นรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนายโสภณ ผลประสิทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เป็นต้นไป



