ข่าว

'มัลลิกา'เห็นใจแดงถูก'แม้ว'หลอกใช้

'มัลลิกา'เห็นใจแดงถูก'แม้ว'หลอกใช้

20 พ.ค. 2555

"ปชป."เชื่อ"ทักษิณ"เตรียมทิ้งเสื้อแดง หลังแก้ไขรธน.แล้วเสร็จ ขณะที่ "มัลลิกา"เห็นใจเสื้อแดงทำใจยากถูก "ทักษิณ" หลอกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อตัวเอง ย้ำปรองดองด้วยการ โละคดีทำไม่ได้ ด้านทนาย "จตุพร" มั่นใจลูกความสิ้นสภาพ ส.ส.ไม่กระทบประกันคดีก่อการร้าย

              20พ.ค.2555 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีการชุมนุมรำลึก 2 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมวันที่  19 พ.ค.2553 ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ว่า ได้เห็นข้อเท็จจริงหลายอย่างเกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากการวีดีโอลิงค์ที่เผยตัวตนออกมาว่าเสื้อแดงเป็นแค่เครื่องมือในการต่อรองอำนาจรัฐ เพื่อให้พ.ต.ท.ทักษิณ ได้อำนาจกลับคืนมา

              "ดูจากคำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ว่า "ขณะนี้พี่น้องเสื้อแดงได้ขับเรือส่งผมมาถึงฝั่งแล้ว แต่ผมต้องใช้พาหนะอื่นเพื่อขึ้น ในระหว่างที่อยู่บนบก อาทิ รถ " ซึ่งคำพูดดังกล่าวสะท้อนความคิดพ.ต.ท.ทกษิณ เพื่อขึ้นไปถึงฝั่งคนเดียว และทุกสิ่งทุกอย่างอย่างใกล้จะถึงฝั่ง เพราะการแก้ไขรรัฐธรรมนูญใกล้จะสำเร็จแล้ว"  นายชวนนท์ กล่าวและว่า

              แต่อยากถามกลับว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ทราบได้อย่างไรว่า สสร.จะแก้ไขรัฐธรรมนูญไปทิศทางไหนหรือพ.ต.ท.ทักษิณ ร่างรัฐธรรมนูญของตนเองไว้หมดแล้ว คือ ม.309 ที่เกี่ยวข้องกับการล้มล้างคดีของคตส. เพื่อให้พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ทรัพย์สินที่ถูกยึดไปกลับคืนมา อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าเมื่อแก้รัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อย พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีวันที่จะวีดีโอลิงค์มายังพี่น้องเสื้อแดงอีกแน่นอน   

              นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า จากการวีดีโอลิงค์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ครั้งนี้พยายามที่จะจี้ให้เอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ ซึ่งแตกต่างจากการวีดีโอลิงค์ที่ประเทศกัมพูชา ที่สนับสนุนให้มีการนิรโทษกรรมทั้งหมด เนื่องจากเกิดกระแสต่อต้านจากลุ่มคนเสื้อแดง จึงทำให้การวีดีโอลิงค์เสมือนจำใจพูดออกมา

              อีกทั้งยังดึงเรื่องไปสู่ศาลโลก ในการนำนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ มาดำเนินคดีให้ได้ เพื่อเอาใจกลุ่มเสื้อแดง และเพื่อให้เกิดการนิรโทษกรรม ทั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ยังระบุว่า "ต้องเกิดการปรองดองก่อนผมถึงจะกลับบ้าน" ซึ่งเรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พลิกลิ้นปลิ้นป้อนตลบแตลงอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ได้คำนึงถึงการเสียชีวิตของกลุ่มคนเสื้อแดง อย่างไรก็ตามสะท้อนให้เห็นว่า 5 ปีที่ผ่านมา ปัญหาความขัดแย้งทุกอย่างเกิดจากพ.ต.ท.ทักษิณ เพียงคนเดียว    

              นายชวนนท์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามตนขอเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ตอบคำถามให้ชัดเจนก่อนที่จะมีการวีดีโอลิงค์มาอีกครั้ง โดยเชื่อว่าจะทำให้พี่น้องเสื้อแดงเห็นตัวตนของพ.ต.ท.ทักษิณ มากกว่า


"มัลลิกา"เห็นใจเสื้อแดงทำใจยากถูก"ทักษิณ"หลอกใช้


              นางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สมาชิกพรรคจำนวนมากแสดงความเห็นว่า เห็นใจคนเสื้อแดงอย่างจริงใจ เพราะประชาชนจำนวนมากเป็นคนที่รู้จักกันดี และจำนวนไม่น้อยที่มาจากภาคเหนือ และอยากเรียกร้องให้ประชาชนกลุ่มอื่นๆ ในสังคมเห็นใจคนเสื้อแดงที่เป็นคนไทยด้วยกัน

              เพราะวันนี้ชัดเจนแล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณ หลอกลวงหลอกใช้ประชาชนมาตลอดเป็นเวลา 6 - 7 ปี หลักฐานที่ได้วีดีโอลิงค์ มายังเวทีชุมนุมครบรอบ 2 ปีบริเวณแยกราชประสงค์ เป็นเหมือนหนังคนละม้วนกับที่พ.ต.ท.ทักษิณ เคยปลุกระดมเอาไว้จนแกนนำพาคนมาตาย และมีการกระทำให้คนตายเพื่อองค์ประกอบที่ครบในการล้มล้างรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เพราะต้องการถืออำนาจเองเพื่อล้มล้างคดีความของตัวเองที่กระทำทุจริตคอรัปชั่นไว้มากมาย    

              "อยากให้ประชาชนชั่งใจว่า อะไรก็ไม่แน่นอน เพราะขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณ พูดได้มีอาการไอเป็นระยะๆ แสดงว่า สุขภาพไม่ดีเหมือนอย่างที่มีการร่ำลือกันจริงๆ ก็อยากให้หันหน้าไปรักษาสุขภาพรักษาโรคภัยที่มาตามวัยก่อนจะดีกว่า และเป็นธรรมดาที่มนุษย์จะเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องหนีไม่พ้น ฝืนกันไม่ได้ แล้วเป็นธรรมชาติมนุษย์จริงๆ ที่เวลาเจ็บป่วยมักคิดได้ตอนอาการน่าห่วง ดังนั้นคำสารภาพของพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อคืนวานนี้ เป็นคำพูดของคนสำนึกได้อย่างหนึ่ง แต่ก็เป็นความจริงที่ว่า ที่ผ่านมาได้หลอกลวง หลอกใช้ประชาชน เพื่อดำเนินการต่อรองคดี ต่อรองอำนาจให้เขามาโดยตลอด จนเหตุการณ์บานปลายมาเรื่อยๆ วันนี้ขอให้ประชาชนอีกส่วนหนึ่งอย่าไปทับถมโจมตีคนเสื้อแดงซ้ำอีกเลย เพราะการนั่งฟังคำสารภาพนั้น ก็สร้างความเจ็บปวดให้ญาติคนเจ็บคนตายมากพอแล้ว"นางสาวมัลลิกา และว่า

              สิ่งหนึ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณ ยังดื้อดึง และคิดไปเองคือความเชื่อที่ว่าถ้าสารภาพแบบนี้แล้วจะทำให้เปลี่ยนแปลงคดีความต่างๆ ที่ค้างอยู่ในศาลได้ โดยเฉพาะหมายจับจากศาลถึง 5 คดีนั้นขอย้ำเตือนว่า เป็นความเชื่อ และความคิดไปเองที่ผิดถนัด เพราะการโละคดีล้มล้างคดีโดยการเขียนกฎหมายใหม่หรือสิ่งใดก็ตามไม่มีโอกาสเป็นไปได้แน่นอนยกเว้นคดีความที่ยังไม่ส่งฟ้องสู่ศาลเท่านั้น เนื่องจากกระบวนการยุติธรรมไม่ใช่ใครๆ จะคิดเองทำเองได้ไม่ว่าจะเป็นพ.ต.ท.ทักษิณหรือผู้ใด


ทนาย"จตุพร"มั่นใจลูกความสิ้นสภาพส.ส.ไม่กระทบประกันคดีก่อการร้าย

              นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช. และจำเลยคดีก่อการรร้าย กล่าวถึงหลักทรัพย์ที่ใช้ในการประกันตัวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ส.ค.2554 ที่นายจตุพร ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวในคดีร่วมกับแกนนำและแนวร่วม นปช. ก่อการร้ายนั้น ทีมทนายความได้ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดยื่นคำร้องต่อศาล โดยนำเอกสารรับรองความเป็น ส.ส.ที่ได้จาก กกต.ซึ่งประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ส่งให้ศาลประกอบการพิจารณาขอปล่อยตัวด้วยว่า เมื่อนายจตุพรได้รับเลือกตั้งแล้วจะต้องไปปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ซึ่งศาลพิจารณาแล้วก็อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายจตุพร โดยตีราคาประกัน 6 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราว ทีมทนายความจึงได้ใช้เงินสด 6 แสนบาทยื่นเป็นหลักทรัพย์ต่อศาล ไม่ใช่ใช้ตำแหน่ง ส.ส.แต่อย่างใด ดังนั้นแม้ว่าล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยชี้ขาดเรื่องความสิ้นสภาพความเป็น ส.ส.ของนายจตุพร ก็ไม่ได้กระทบต่อหลักประกัน และในวันพรุ่งนี้ ( 21 พ.ค.) นายจตุพร ก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปศาลเพื่อเปลี่ยนหลักทรัพย์แต่อย่างใด

              ผู้สื่อข่าวถามว่า หากศาลจะออกหมายเรียก เพื่อตรวจสอบหลักทรัพย์ในการปล่อยตัวชั่วคราวที่ผ่านมา จะเดินทางไปหรือไม่ นายวิญญัติ ทนายความ กล่าวว่า หากศาลมีหมายเรียกก็พร้อมจะเดินทางไปศาล เพราะถือว่าเราต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวที่ผ่านมา แต่ขอย้ำแม้วันนนี้นายจตุพร จะไม่ได้เป็น ส.ส. แล้วแต่สถานะการประกันของนายจตุพรที่ผ่านมาไม่แตกต่างจากนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายก่อแก้ว พิกุลทอง หรือแกนนำคนอื่นๆ ซึ่งศาลตีราคาประกันคนละ 6 แสนบาท แต่หากศาลจะพิจารณาว่าจะปรับเงื่อนไขของการประกันตัวในเรื่องที่ห้ามออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตก็เป็นได้ เพราะการปล่อยตัวชั่วคราวครั้งแรกไม่ได้กำหนดเรื่องนี้ไว้

              ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า กรณีที่นายจตุพร ขึ้นปราศรัยเวทีคนเสื้อแดงที่จัดงานรำลึก 2 ปี เหตุการณ์ 19 พ.ค.53 ที่แยกราชประสงค์ เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา จะผิดเงื่อนไขที่ศาลกำหนดไว้ในการปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ นายวิญญัติ ทนายความว่า ไม่ผิด เนื่องจากเป็นการพูดถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นลักษณะของการรำลึก ไม่ใช่การปลุกระดมอะไร ซึ่งเงื่อนไขที่ศาลกำหนดไว้คือกระทำการใดๆอันอาจก่อให้เกิดอันตรายกระทบต่อความสงบเรียบร้อย แต่เราเคยยื่นคำร้องให้ศาลตีความ ซึ่งศาลไม่ได้ห้ามการขึ้นปราศรัย แต่ห้ามไม่ให้กล่าวถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคดี หรือลักษณะการชี้นำทางคดี ดังนั้นถ้าหากมีฝ่ายใดที่จ้องดูอยู่ว่านายจตุพรขึ้นปราศรัยแล้วจะผิดเงื่อนไขต้องยื่นคำร้องประกันตัวอีกหรือไม่ ทีมทนายความได้เตือนนายจตุพรและแกนนำทุกคนที่ขึ้นปราศรัยไว้แล้วให้ระมังดระวังด้วย อย่ากล่าวอะไรที่กระทบต่อคดี ซึ่งหากจะมีการตีความว่า การพูดย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในวันที่ 19 พ.ค.53 แล้วถือว่าเกี่ยวข้อง ก็ดูจะเป็นการตีความที่เป็นผลร้ายเกินไป