ข่าว

'เฉลิม'เชื่อ'ตู่'พ้นสส.ไม่ส่งผลยุบพรรค

'เฉลิม'เชื่อ'ตู่'พ้นสส.ไม่ส่งผลยุบพรรค

19 พ.ค. 2555

'เฉลิม'เชื่อ 'ตู่'โดนฟันพ้น สส.ไม่กระทบยุบพรรคเพื่อไทย แจงขาดเจตนางดใช้สิทธิ์ โวหากพรรคถูกยุบก็ตั้งใหม่ได้ เชื่อนปช.ชุมนุมครบ 2 ปี ราชประสงค์ไม่บานปลาย ไร้เหตุรุนแรงวอนสังคมเข้าใจคนเสื้อแดงสูญเสียจากผู้บาดเจ็บล้มตาย พร้อมผุดไอเดียส่งนักโทษชั้นดี ทำงานหา

                19 พ.ค. 55   ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากให้ นายจตุพร พรหมพันธุ์  สส.สัดส่วน  พรรคเพื่อไทย สิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็น สส.ว่า เดิมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติรับรองคุณสมบัติครบถ้วนที่จะได้รับการเลือกตั้งไปแล้ว แต่ภายหลังบอกว่าทำไมได้ เพราะไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั้งที่ในความเป็นจริงนายจตุพร มีเจตนาที่จะขอไปใช้สิทธิ์แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว จึงกลายเป็นปัญหาในข้อวินิจฉัย อย่างไรก็ตาม เมื่อศาลมีมติออกมาแล้ว ก็ต้องเคารพคำตัดสินของศาล และไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว

                 สำหรับกระแสข่าวที่ระบุว่า นายจตุพร จะได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีหากมีการปรับคณะรัฐมนตรีนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คงเป็นคนละเรื่องกัน ทั้งนี้เป็นดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรี แต่ตนก็ได้เคยบอกชัดเจนไปแล้วว่านายจตุพร ถือเป็นคนมีความรู้และเหมาะสมที่จะนั่งในรัฐมนตรี ส่วนจะได้นั่งที่กระทรวงใดเป็นดุลยพินิจของนายกฯ  ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ จะยื่นเรื่องยุบพรรคเพื่อไทย หลังจากที่กรรมการบริหารพรรครับรองคุณสมบัติครบถ้วน นั้น ถือว่าเป็นสิทธิ์ที่จะทำได้ ทำไปเลย แต่โดยหลักการในขณะที่พรรคเพื่อไทยมีมติส่งนายจตุพรก็ถือว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน แต่ใครจะรู้ว่าวันที่ลงคะแนนเสียงศาลจะกลับไม่ให้ประกันตัว ดังนั้นถือว่านายจตุพรขาดเจตนาที่จะฝ่าฝืน และในภายหลังกกต.เองก็รับรองผลการเลือกตั้งไปแล้ว พรรคเพื่อไทยจึงมีประเด็นที่จะโต้แย้ง หากต้องถูกยุบพรรคก็สามารถตั้งพรรคใหม่ขึ้นมาได้

                   ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่นายจตุพร พ้นสมาชิกภาพจะทำให้พรรคเพื่อไทยด้อยลงไปหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คงจะด้อยลงบ้าง เพราะนายจตุพรเป็นคนครบเครื่อง เหตุนี้ทำให้ตนเหนื่อยมากขึ้น และนายจตุพรก็ช่วยงานพรรคอย่างมาก ครบเครื่องทุกอย่าง

 

 

เชื่อนปช.ชุมนุมราชประสงค์ไม่บานปลาย

                    ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีครบรอบ 2 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมแยกราชประสงค์ว่า เชื่อว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง โดยก่อนหน้านี้ ตนได้ไปประชุมที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลเพื่อกำชับให้ระมัดระวังความรุนแรงมือที่สามที่จะเข้ามาก่อกวน เชื่อว่าการชุมนุมวันนี้เป็นการชุมนุมเชิงสัญลักษณ์และจะเลิกภายในเวลา 02.00  น.ของวันที่ 20 พ.ค. นี้  อย่างไรก็ตาม ขอให้เข้าใจการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเพราะในการชุมนุมครั้งนั้นมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก นอกจากนี้ทราบว่านายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมส์ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาร่วมงานด้วย ซึ่งตนคงจะไม่ไปตามจับเหมือนที่คนบางกลุ่มพยายามเชื่อมโยง เพราะนายอัมสเตอร์ดัมไม่มีหมายจับ


 

ผุดไอเดียส่งนักโทษชั้่นดีทำงานหาเงิน

                    ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจค้นเรือนจำนครศรีธรรมราชและพบยาเสพติดซุกซ่อนเป็นจำนวนมากว่า ที่ผ่านมาไม่มีใครเอาจริงเอาจังกับเรื่องดังกล่าว พอรัฐบาลนี้เอาจริงก็ต้องเจอแน่นอน และที่สำคัญในการปฏิบัติงานก็มีเจ้าหน้าที่ทั้งดีและไม่ดี  ซึ่งต้องเข้าใจ อาจจะมีบางส่วนรับสินบนบ้างแต่ก็ถือว่าลดน้อยลงแล้ว ทั้งนี้ตนได้กับอธิบดีกรมราชทัณฑ์มีนโยบายให้หาเงินโดยเอานักโทษชั้นดีไปทำงานเพื่อเอาเงินนำเข้ากองกลาง เอาไปเป็นสวัสดิการ ซึ่งคาดว่าจะทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีรายได้ใช้จ่าย มิเช่นนั้นก็จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้ โดยคาดว่าจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น

                    ส่วนความคืบหน้าการจับขบวนการนำยาซูโดอีเฟรดีนไปผลิตเป็นยาเสพติดนั้น  ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ได้รับมอบหมายให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  หาวิธีปฏิบัติการอยู่ ซึ่งรัฐบาลมาถูกทางแล้ว โดยมีการประสานไปยังประเทศเกาหลีและไต้หวัน ทำให้คดีมีความคืบหน้าไปมาก และได้สั่งการไปยังตำรวจให้ดำเนินการกับ 12โรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องในการสั่งยาซูโดฯ ตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ โดยพบว่าทั้งหมดมีพฤติกรรมการสำแดงเท็จ ทั้งนี้ตนสั่งในฐานะอำนาจผอ.ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศพส.) ไม่ใช่รองนายกฯ แม้รองนายกฯจะสั่งตำรวจได้ แต่ในฐานะผอ.ศพส.ยืนยันว่า ทำความเข้าใจกระทรวงยุติธรรมแล้ว ไม่มีความขัดแย้งในการทำงานแต่อย่างใด

                     เมื่อถามกรณีการเดินทางมาจังหวัดชายแดนในครั้งนี้ ได้รับข้อมูลอย่างไรในการจัดการปัญหายาเสพติดบ้างหรือไม่  ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า พื้นที่แถบนี้มีน้อย จุดที่สำคัญคือ ภาคเหนือใน 8 จังหวัด และเริ่มสไลด์ไปภาคอีสาน อาทิ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี  ส่วนกัญชาระบาดอยู่ในมุกดาหาร และหนองคาย