
"เคอิโงะ"โทรคุยพ่อ-แต่ติดเรื่องภาษา
"เคอิโงะ"ได้คุยกับพ่อแล้ว แต่มีปัญหาในเรื่องภาษาญี่ปุ่น เผย พ่อยังไม่พร้อมจะมาหาในตอนนี้ แต่ยืนยันจะมาหาในภายหลัง
(16พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าการตามหาพ่อชาวญี่ปุ่นของ ด.ช.เคอิโงะ ซาโต หรือเคโงะ อายุ 9 ปี นักเรียนชั้น ป.4 โรง เรียนอนุบาลเมือง(ท่าหลวงสงเคราะห์) อ.เมือง จ.พิจิตร หลังจากแม่ได้เสียชีวิต โดยนายสมชัย หทยะตันติ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบว่าพ่อของ ด.ช.เคอิโงะ ยังมีชีวิตอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น หลังจากติดต่อกลับผ่านป้าของ ด.ช.เคอิโงะ ตนพร้อมต่อสายให้พ่อลูกคุยกันทางโทรศัพท์
"ขณะนี้จะพยายามติดต่อสถานทูตญี่ปุ่น เพื่อหาทางคุยกับนายคัทซูมิทางโทรศัพท์ และจะหาล่ามมาแปลภาษาญี่ปุ่นให้ ด.ช.เคอิโงะฟัง เนื่องจากระหว่างมีการคุยกันทางโทรศัพท์นั้นมีชาวญี่ปุ่นคุยภาษาญี่ปุ่น แต่ไม่รู้ว่าคุยเรื่องอะไร และคนที่พูดภาษาญี่ปุ่นเป็นใคร ซึ่ง ด.ช.เคอิโงะก็ปักใจเชื่อว่าเป็นนายคัทซูมิผู้เป็นพ่อ จึงต้องมีการประสานงานอีกครั้ง" ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 08.00 น.วันเดียวกัน นางปัทมา จตุพิศ ป้าของ ด.ช.เคอิโงะ ได้พาหลานไปพบนายสมชัย หลังได้รับโทรศัพท์จากสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ยืนยันว่าพบนายคัทซูมิ ซาโต พ่อของ ด.ช.เคอิโงะแล้ว นางปัทมา กล่าวว่า เย็นวันที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยระบุว่าขณะนี้พบนายคัทซูมิ แต่ยังไม่สามารถมาพบได้ เนื่องจากเรื่องราวดังกล่าวเป็นข่าวดังครึกโครม ทำให้นายคัทซูมิไม่อยากตกเป็นข่าว พร้อมยืนยันว่าจะเดินทางมาพบภายหลัง
อย่างไรก็ตาม จากการรับโทรศัพท์ได้รับแจ้งเบื้องต้นว่านายคัทซูมิและนางทิพย์มณฑาจดทะเบียนหย่าแล้ว แต่ยังไม่แน่ว่าได้หย่าขาดการกันเมื่อใด ตอนนี้ก็ไม่ได้หวังอะไร เพียงแต่อยากให้หลานชายได้พบหน้าพ่อเท่านั้น ส่วนเรื่องการช่วยเหลือจากนายคัทซูมินั้น ครอบครัวไม่ต้องการอะไร เพราะนายสมชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมทั้งชาวบ้านทั่วประเทศให้ความช่วยเหลืออยู่แล้ว
"ตอนนี้ขอเพียงให้นายคัทซูมิเดินทางมาหาเพื่อให้ความอบอุ่นกับหลานเท่านั้น เพราะสภาพจิตใจของหลานชายไม่ดี หลังจากได้รับทราบว่าพ่อมีชีวิต แต่เดินทางมาไม่ได้ ตอนนี้ใครถามอะไรเขาก็ไม่ยอมพูดด้วยและนั่งซึมตลอดเวลา" นางปัทมา กล่าว
ด้าน ด.ช.เคอิโงะ กล่าวว่า เสียใจที่พ่อไม่ยอมเดินทางมาหา วันนี้ต้องการเพียงขอเจอหน้าและกอดพ่อเท่านั้น หากเจอจะมอบตุ๊กตาที่เตรียมไว้ให้ ยอมรับว่าคิดถึงพ่อมาก และอยากให้มาหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง ด.ช.เคอิโงะทราบข่าวว่าพ่อยังไม่พร้อมที่จะมาตอนนี้ จากการสังเกตพบว่า ด.ช.เคอิโงะมีท่าทีที่เปลี่ยนไป จากที่เคยเป็นเด็กร่าเริง พูดเก่ง แต่วันนี้กลับไม่ยอมพูดเหมือนที่ผ่านมา เมื่อถูกถามถึงพ่อน้ำตาก็ไหลออกมาด้วย
ส่วนกิจวัตรของ ด.ช.เคอิโงะ ยังใช้ชีวิตปกติ ด้วยการขายอาหารปลาให้แก่นักท่องเที่ยวที่วัดท่าหลวง จ.พิจิตร โดยบรรยากาศคึกคักมากกว่าทุกวัน นอกจากนักท่องเที่ยวจะมาไหว้พระหลวงพ่อเพชรแล้ว ทุกคนก็อยากทำความรู้จักและขอถ่ายรูปกับด.ช.เคอิโงะ ทำให้บรรยากาศวัดท่าหลวงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมากกว่าปกติ
ด.ช.เคอิโงะ กล่าวอีกว่า ได้พูดคุยกับพ่อแล้ว แต่ติดขัดเรื่องการสื่อสารทางภาษา เพราะไม่มีพื้นฐาน หรือความรู้ภาษาญี่ปุ่น ซึ่งสถานทูตญี่ปุ่นแจ้งว่าพ่อไม่สะดวกที่จะเดินทางมาประเทศไทยในขณะนี้ อีกทั้งหากเดินทางมาก็จะขอพบเป็นการส่วนตัว ไม่ต้องการให้เป็นข่าว



