ข่าว

ชู'ไทยเฟสติวัล'ที่ญี่ปุ่นต้นแบบส่งออกนอก

ชู'ไทยเฟสติวัล'ที่ญี่ปุ่นต้นแบบส่งออกนอก

21 พ.ค. 2555

ชู 'ไทย เฟสติวัล' ที่ญี่ปุ่นต้นแบบ รุกส่งออกผัก-ผลไม้ไปตลาดนอก : เศรษฐกิจ - รายงานพิเศษ : โดย ... ณัฐฎ์ชิตา เกิดแดง

          ประเทศไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์มายาวนานถึง 125 ปี และถือเป็นประเทศที่ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาโดยตลอด โดยเฉพาะช่วงที่ญี่ปุ่นประสบภัยธรรมชาติอย่างหนักจากคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อเดือนมีนาคมปี 2554 ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ให้ความช่วยเหลือในอันดับต้นๆ ขณะเดียวกันช่วงที่ไทยประสบปัญหาน้ำท่วมปลายปีที่แล้ว ญี่ปุ่นก็ให้ความช่วยเหลือกับไทยไม่น้อยเช่นกัน 

          ที่สำคัญความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนยังแนบแน่น โดยเฉพาะมูลค่าการค้าของปี 2554 ที่อยู่ในระดับ 66,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การลงทุนมีมากเป็นอันดับหนึ่งในบรรดานักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยและยืนยันจะไม่ย้ายฐานการผลิต แม้บริษัทญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่แล้วก็ตาม 

          ขณะที่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เดินทางเข้ามาในไทยนั้นถือว่ามีมากเป็นอันดับสามของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทย โดยปี 2554 พบว่า มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวนทั้งสิ้น 1.12 ล้านคน เพิ่มขึ้น 13.34% จากปี 2553 รองจากประเทศมาเลเซียและจีน

          ในโอกาสที่ไทยกับญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์มายาวนาน 125 ปี ในปีนี้การจัดงาน ”เทศกาลไทย” ที่มีขึ้นเป็นครั้งที่ 13 โดยกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงการคลัง รวมถึงภาคเอกชน จึงได้จัดงานอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณญี่ปุ่นที่ให้การสนับสนุนไทยด้วยดีมาโดยตลอดด้วย  

          ทั้งนี้ การจัดงานเทศกาลไทย หรือ "ไทย เฟสติวัล 2012" เมื่อวันที่ 12-13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ สวนสาธารณะโยโยงิ กรุงโตเกียว โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ เอกอัครราชทูตไทยประจำญี่ปุ่น และผู้เกี่ยวข้องทางฝ่ายญี่ปุ่นเข้าร่วมงานมากมาย ซึ่งในงานมีบูธอาหารไทยแทบทุกชนิดที่ชาวญี่ปุ่นชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นผัดไทย ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ส้มตำ ข้าวผัดกะเพราไข่ดาว และอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงผักและผลไม้ไทยอย่างมะม่วง มังคุด มะพร้าว ทุเรียน ไม่เว้นแม้แต่เบียร์ไทยที่ดังในกลุ่มนักดื่มญี่ปุ่นอย่างสิงห์ ช้างและเบียร์ภูเก็ต  

          สำหรับอาหารไทยที่นำมาออกร้านนั้น จะมาจากร้านอาหารไทยที่เปิดขายในญี่ปุ่นอยู่แล้ว วัตถุดิบส่วนใหญ่จึงนำเข้าจากเมืองไทย และได้กำหนดราคาขายอยู่ที่จานละ 300-500 เยน หรือไม่เกิน 200 บาท ซึ่งจากการสอบถามร้านค้าระบุว่าไม่ขาดทุน เพราะการออกร้านในครั้งนี้หน่วยงานราชการของไทยออกค่าใช้จ่ายด้านสถานที่ให้ทั้งหมด 

          "กุ้ง "ไกด์สาวชาวไทยที่ทำงานมาหลายปี ให้ข้อมูลว่า ชาวญี่ปุ่นชื่นชอบงานเทศกาลไทยมาก เพราะได้มีโอกาสมาเที่ยวกันเป็นครอบครัว ซึ่งปกติชาวญี่ปุ่นชอบมาเที่ยวสวนสาธารณะในวันหยุดอยู่แล้ว และยิ่งมีการออกบูธร้านอาหารไทยจำนวนมากและขายในราคาถูก ทำให้ส่วนใหญ่มาจับจองที่ปูผ้ากันตั้งแต่เช้าก่อนเปิดงาน

          กุ้ง เล่าว่า จากการพูดคุยกับชาวญี่ปุ่นที่มาเที่ยวงานส่วนใหญ่ระบุว่าชื่นชอบอาหารไทยมาก ปัจจุบันนี้คนญี่ปุ่นกินเผ็ดเก่ง แม้แต่ผัดกะเพราหรือส้มตำก็กินได้ และอาหารในงานขายไม่แพงราคาแค่ 500 เยน ทำให้เลือกกินได้หลายชนิด หากเทียบกับเมืองไทยอาหารจานละ 200 บาทอาจจะแพง แต่ที่ญี่ปุ่นค่าครองชีพสูงกว่าเมืองไทยมาก 

          “บางคนก็เคยไปเที่ยวเมืองไทยแล้ว บางคนยังไม่เคยไปก็อยากมางานมาชิมอาหารไทยและตั้งเป้าหมายว่าจะไปเที่ยวเมืองไทยสักครั้ง เพราะอาหารไทยอร่อยและรู้สึกว่าคนไทยใจดี” กุ้งระบุ
ขุนคลังหนุนงานโตเกียวต้นแบบ 

          นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า งานเทศกาลไทยจัดโดยสถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียวมาอย่างต่อเนื่องทุกปี และถือว่าประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ จากผู้เข้าชมงานหลักหมื่นคน ขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 3 แสนคน โดยปีนี้มีความพิเศษเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นครบรอบ 125 ปี จึงมีการจัดแสดงดนตรีและแสดงนาฏศิลป์เพื่อเผยแพร่เอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย จากมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี และยังมีการแสดงของวงฟิลฮาร์นิคออเคสตราแห่งประเทศไทย จากมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งไม่ได้น้อยหน้าประเทศอื่น นอกจากนี้ ในงานจะมีอาหารไทยมานำเสนอให้ชาวญี่ปุ่นได้ลิ้มลอง และผลไม้ไทยที่สั่งตรงมาจากแปดริ้ว ระยอง มาขายในราคาถูก จากจำนวนเอกชนที่มาออกร้านร่วม 200 บูธนั้น คาดว่าจะทำยอดขายได้ไม่ต่ำกว่ารายละ 1 ล้านเยนทีเดียว 

          “นอกจากจะมีเงินสะพัดในงานจำนวนมากแล้ว ยังทำให้อาหารไทยได้รับความนิยมมากขึ้น และยังมีประโยชน์ต่อเนื่องคือหากหลายคนติดใจในรสชาติอาหารก็อาจจะอยากไปเที่ยวเมืองไทยเพราะสินค้าจะมีราคาถูกกว่าที่ขายในญี่ปุ่นมาก หรืออาจจะอยากซื้อสินค้าไทยที่นำเข้ามาขายในญี่ปุ่นมากขึ้น ก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศชาติตามมา” นายกิตติรัตน์ระบุ 

          จากความสำเร็จของการจัดงานดังกล่าว ทางกระทรวงพาณิชย์จึงมาศึกษาดูงานเพื่อนำไปเป็นต้นแบบในการจัดงานที่ประเทศอื่นๆ ต่อไป โดยจะเน้นที่ประเทศที่มีความผูกพันกับประเทศไทยทั้งด้านการค้าการท่องเที่ยว เช่นในยุโรปอาจจะมี 2-3 ประเทศที่น่าสนใจ หลังจากนี้จะไปดูข้อมูลความเหมาะสมอีกครั้ง 

 

สินค้าไทยส่งไปญี่ปุ่นอนาคตรุ่ง 

 

          นายไผท สุขสมหมาย อัครราชทูตฝ่ายการพาณิชย์ประจำกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า แม้ญี่ปุ่นจะประสบปัญหาภัยธรรมชาติอย่างหนักเมื่อปีก่อน แต่ขณะนี้ถือว่าฟื้นตัวได้เร็ว โดยในช่วง 5 เดือนของปีนี้สินค้าไทยที่ส่งมาญี่ปุ่นขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 5% ถือว่าเป็นระดับค่อนข้างดี ถ้าเทียบกับภาวะเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่ยังไม่ดีนัก ขณะที่การส่งออกจากไทยไปญี่ปุ่นมีประมาณ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ญี่ปุ่นส่งออกมาไทยประมาณ 2.7-2.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยยังขาดดุลการค้าญี่ปุ่นอยู่ 5-6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในระยะที่เหลือน่าจะเป็นโอกาสที่ดีของสินค้าไทยเมื่อเทียบกับปลายปีก่อนต่อเนื่องถึงเดือนมกราคมปีนี้ที่การค้าอยู่ในแดนลบ  

          สำหรับสินค้าที่ไทยส่งออกไปญี่ปุ่นมากเป็นอันดับต้นๆ คืออาหาร และอะไหล่ยานยนต์ รวมทั้งของประดับบ้าน สินค้าที่มาแรงคือเสื้อผ้า ที่พบว่าเริ่มมีอัตราการขยายตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะญี่ปุ่นหนีจากเข้าไปลงทุนในจีนและเวียดนาม เนื่องจากขณะนี้ปัจจัยด้านค่าแรงในจีนเริ่มจะสูงขึ้นไม่ได้เปรียบไทยมากนัก แม้ว่าไทยจะมีการปรับขึ้นค่าแรงก็ตามโดยเฉลี่ยแล้วสินค้าไทยจะถูกกว่า 10-15% อีกทั้งในจีนและเวียดนามยังมีความเสี่ยงสูงทั้งด้านการเมืองและค่าแรงที่ผันผวนรวมทั้งคุณภาพของสินค้าไทยก็ได้เปรียบกว่า  

          “สินค้าที่ผลิตในจีนมีความเสี่ยงเรื่องการก๊อบปี้สูงมาก อีกทั้งค่าแรงยังสูงกว่าไทยแล้ว ยิ่งช่วงนี้คนญี่ปุ่นจะเน้นประหยัดและหันมาซื้อเสื้อผ้าที่ไม่ใช่แบรนด์เนมมากขึ้น จึงเป็นโอกาสดีของสินค้าประเภทเสื้อผ้าจากไทยที่ราคาถูกกว่าและคุณภาพดีกว่า ส่วนสินค้าจำเป็น เช่นอาหารก็หันมานำเข้าจากไทยมากขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน”  

          อย่างไรก็ตาม การทำการค้ากับญี่ปุ่นนั้นมีเสียงสะท้อนจากกลุ่มนักธุรกิจญี่ปุ่นว่า ผู้ประกอบการไทยไม่ค่อยง้อลูกค้า  หรืออาจจะไม่ค่อยทำตลาดในเชิงรุกเหมือนประเทศอื่น อย่างจีน เวียดนาม จึงอาจทำให้เราเสียส่วนแบ่งไป ทั้งๆ ที่ราคาของเราสามารถแข่งขันได้  

          นายไผทยังกล่าวถึงการจัดงานเทศกาลไทยว่า จะส่งผลดีต่อตลาดส่งออกสินค้าไทย ประเภทอาหาร ผักผลไม้ได้มากขึ้น เพราะคนญี่ปุ่นนิยมอาหารไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ดูได้จากจำนวนร้านอาหารไทยที่เปิดในญี่ปุ่นปัจจุบันนี้มีประมาณ 500 ร้าน โดย 400 ร้านอยู่ในโตเกียวและครึ่งหนึ่งมีเจ้าของเป็นคนไทย ทำให้จำนวนผู้มาเที่ยวงานในช่วง 2 วันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากช่วงเริ่มต้นมีแค่ 4-5 หมื่นคน ขณะนี้มีประมาณ 3 แสนคน และกว่า 90% เป็นคนโตเกียว 

 

ผนึกสหกรณ์ผู้บริโภคผลไม้ไทย 

 

          นายฉันทานนท์ วรรณเขจร อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการเกษตรประจำกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้ร่วมออกบูธในงาน ไทย เฟสติวัล 2012 ด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้คนญี่ปุ่นได้ชิมผลไม้ไทยฟรี และจะทำหน้าที่ผลักดัน ”กีวีโมเดล” อีกครั้ง หลังจากพูดกันมานานว่าจะใช้กีวีโมเดลในการผลักดันการส่งออกผลไม้ไทย แต่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่เมื่อโปรโมชั่นอย่างเดียวไปไม่รอด กระทรวงเกษตรฯ จึงต้องทำหน้าที่แนะนำสินค้า หรือผลไม้ไทยให้เป็นที่รู้จัก  

          ดังนั้น การขยายฐานลูกค้าเพื่อส่งออกผลไม้ไทยไปญี่ปุ่น ทางสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ จึงประสานกับสหกรณ์ผู้บริโภคในญี่ปุ่นที่มีจำนวนมากและเข้มแข็ง เพื่อคัดเลือกสหกรณ์ผู้ผลิตของไทยในการสร้างกลไกและความร่วมมือ ให้อำนวยความสะดวกในการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไทยมายังประเทศญี่ปุ่นมากขึ้นด้วย โดยเจรจาสำเร็จแล้ว 2 แห่งจากเป้าหมายปี 2555 คาดว่าจะเจรจาให้สำเร็จอย่างน้อย 4 แห่ง ซึ่งมีสมาชิกที่เป็นผู้บริโภคถึง 9.2 ล้านคน ซึ่งน่าจะเพิ่มการส่งออกผลไม้ไปญี่ปุ่นได้ปีละ10% จากที่ผ่านมาเติบโต 5% 

          นายฉันทานนท์ ระบุว่า สินค้าที่ญี่ปุ่นนำเข้าจากไทย จะเป็นสินค้าด้านปศุสัตว์ มูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านบาท อาทิ ไก่แปรรูป ไก่พร้อมบริโภค สินค้าประมง 3 หมื่นล้านบาท สินค้าเกษตร เช่น ยางพารา 5.5 หมื่นล้านบาท ส่วนผลไม้ยังมีน้อย เพราะติดปัญหาโรคแมลง และเป็นผลไม้เมืองร้อนต้องมีการอบไอน้ำ ซึ่งจะมีปัญหาเรื่องรสชาติ โดยปัจจุบันผลไม้ส่งออกหลักมาญี่ปุ่นมีประมาณ 9 ชนิด คือ ทุเรียน มังคุด มะม่วง กล้วย สับปะรด มะพร้าว มะขาม ลิ้นจี่ ลำไย มะเฟือง และส้มโอ เป็นสินค้าตัวสุดท้ายที่เพิ่งส่งขายในญี่ปุ่น หลังจากเจรจามาเป็นเวลายาวนานถึง 6 ปี

 

 

----------

(หมายเหตุ : ชู 'ไทย เฟสติวัล' ที่ญี่ปุ่นต้นแบบ รุกส่งออกผัก-ผลไม้ไปตลาดนอก : เศรษฐกิจ - รายงานพิเศษ : โดย ... ณัฐฎ์ชิตา เกิดแดง)

----------