
'จตุพร'เผยถูกองค์คณะศาลรธน.เกลียด
'จตุพร'เผยถูกองค์คณะศาลรัฐธรรมนูญเกลียด จวก ศาลรัฐธรรมนูญ สง่างามหรือไม่ยัน ไม่ส่งผล เพื่อไทยโว 19 พ.ค. คนร่วม 2 แสน 'โรเบิร์ต' ชี้ คดีตู่ไร้สาระ รับไม่ได้ชี้ 2 เดือนรู้ผล ศาลอาญาระหว่างประเทศรับเรื่องหรือไม่'หมอเหวง' เตือนศาล ระวังหมดความน่าเชื่อถือ'ธิดา
18 พ.ค.55 นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานนปช.นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ น.พ.เหวง โตจิราการ นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษก นปช. นายยศวริศ ชูกล่อมหรือเจ๋ง ดอกจิก และ นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความ พร้อมด้วยแกนนำนปช.ร่วมกันแถลงข่าว
โดยนายจตุพร แถลงว่า ได้ทำใจมาแต่ต้นแล้ว เพราะกกต.ชุดนี้เป็นชุดเดียวที่ได้แขวนความเป็น สส. และรับรองความเป็นผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง แต่ต่อมากลับส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญมีองค์คณะ 9 คน แต่มีคนเกลียดตนถึง 10 คน ก่อนหน้ามีคนถามว่าคิดว่า ศาลจะให้ความเป็นธรรมหรือไม่ เลยบอกว่าเป็นคนที่กินข้าว ถ้ากินหญ้าก็จะบอกไปว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะให้ความเป็นธรรม และเมื่อศาลนัดตัดสินวันที่18 พ.ค.นี้ โดยที่รู้ว่าวันที่ 19 พ.ค.เป็นวันครบรอบเหตุการณ์ราชประสงค์ จึงถามว่าศาลต้องการอะไร ก่อนหน้ามีการเพิกถอนประกันตัวเอาผิด ในการปราศรัยครบรอบเหตุการณ์ 10 เม.ย. เพื่อจะกล่าวหาไปยังนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพว่าไม่ให้เอาสถาบันมาปกป้องตนเองแล้วมาใส่ร้ายฝ่ายตรงข้าม แต่กลายเป็นว่า ตนโดนข้อกล่าวหาว่าจะล้มสถาบันเสียเอง จึงต้องติดคุกและยื่นประกันตัวถึง7 ครั้ง ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นจึงบอกได้ว่ามีความพยายามทุกขบวนการไม่ให้ตนเป็น สส.และวันนี้พวกเขาทำสำเร็จแล้ว
ทั้งนี้ เมื่อถูกขังก็ลงสมัครรับเลือกตั้ง ขออนุญาตศาลไปสมัคร สส.แต่ได้เหตุผลกลับมาว่า เนื่องจากการสมัคร สส.ระบบัญชีรายชื่อ ไม่ต้องสมัครด้วยตัวเอง วันนั้นถ้าศาลบอกว่าไม่มีสิทธิ์ ก็ต้องบอกว่าไม่มีสิทธิแต่ต้น ต่อมา กกต.ได้ตรวจคุณสมบัติและรับรองว่ามีคุณสมบัติถูกต้องลงสมัครรับเลือกตั้งได้ อีกทั้งก่อนวันเลือกตั้ง 3 ก.ค. ทีมทนายก็อ้างคำพูดของ นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ที่เกรงว่าจะมีปัญหาตามมาและยื่นแนบไปให้ศาลพิจารณาอีกครั้ง แต่ศาลบอกว่าเป็นเพียงความคิดเห็นนางสดศรี และเนื่องจากความคิดเห็นวันนั้นทำให้ตนต้องสิ้นสุดความเป็น สส.
นายจตุพร กล่าวต่อว่า ขอให้เก็บความรู้สึก เขาไม่ต้องการให้ตนขึ้นเวทีราชประสงค์ในฐานะ สส. แต่จะขึ้นในตำแหน่งซึ่งใหญ่กว่า สส. คือตำแหน่งประชาชน ตนเดินเข้าศาลอย่างสง่างาม ไม่แน่ใจว่า องค์คณะศาลจะมีความสง่างามเหมือนที่ตนสง่างามหรือไม่ ทันทีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า การถูกคุมขัง ศาลไม่ให้ประกันตัว บอก พรบ.พรรคการเมือง ต้องการให้เป็น สส.ที่ดี ก็อยากถามว่าแล้วที่ฆ่าคนในชาติเดียวกัน ฆ่าคนยังเป็นนายกรัฐมนตรีได้ อย่างนี้เป็นคนดีหรือไม่ พวกเขาสะใจ หวังกดดันให้เราทำอะไรบางอย่าง เราไม่ควรตกเป็นเหยื่อเขา ต้องอยู่อย่างผู้ชนะ ไม่เป็นอะไรก็ยังชนะ เรายังเป็นมนุษย์ ไม่ได้เป็น สส.ก็ไม่เห็นตาย เลยเรียนว่าต้องตั้งหลักให้มั่นอย่าตกเป็นเหยื่อการยั่วยุ เรามีภารกิจแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย เขาคิดว่าการเหยียบย่ำจะทำให้เรายอมจำนน เรายอมจำนนกับความดี ไม่ยอมจำนนกับความชั่วแม้ต้องเอาชีวิต
ส่วนความกังวลที่คิดว่ากรณีตนอาจส่งผลมาถึงพรรคเพื่อไทย แต่ก่อนหน้าได้คุยกับทีมกฎหมายและได้ถามว่าจะกระทบกับพรรคหรือไม่ ถ้าใช่จะลาออกก่อนวันตัดสิน แต่เมื่อฝ่ายกฎหมายเห็นว่าไม่กระทบ ดังนั้นถ้าจะเอาเหตุนี้มายุบพรรคเพื่อไทย ก็ต้องยุบกกต.ชุดนี้ก่อน พรรคประชาธิปัตย์ทุจริตเงิน 258 ล้านบาท ยักยอกเงินพรรคการเมืองอีก 29 ล้านบาท ตอนนั้นเป็นคนบอกให้ นายอภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.ให้ไปยื่นศาลภายใน15วัน เพื่อไม่ให้คดีขาดอายุความ สุดท้ายศาลก็ได้วินิจฉัยกรณีนี้ว่า คดีขาดอายุความ แล้วอย่างนี้ใครผิด แต่สำหรับคดีของตนหรือคนเสื้อแดงไม่เคยมีคำว่าขาดอายุความ มีแต่จะต่ออายุความไปเรื่อย ๆ
อย่างไรก็ตาม วันที่ 19 พ.ค.ครบรอบ 2 ปี เหตุการณ์ราชประสงค์ ขอให้ไปร่วมงานไว้อาลัยวีรชน เพื่อบอกคนทั้งโลกว่าประเทศนี้ไม่ยอมให้ใครมาฆ่าประชาชนอีกต่อไป คิดว่าจะมีคนมาร่วมงาน 2 แสนคน สื่อถามว่ารู้สึกท้อแท้หรือไม่ บอกว่าไม่ เพราะยังมีชะตากรรมดีกว่าพี่น้องที่ตาย ถูกขัง คนเจ็บ ตราบใดที่เขายังไม่ได้รับความเป็นธรรม เราไม่มีสิทธิท้อแท้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการแถลงข่าวได้มีกลุ่มชายประมาณ 10 คน ได้เข้ามอบดอกไม้ให้กับนายจตุพร โดยทั้งหมดได้สวมเสื้อ สกรีนคำว่า เพื่อนจตุพร พรหมพันธ์ นอกจากนี้บรรยากาศในการแถลงข่าวได้มีประชาชนเดินทางมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา และระหว่างนายจตุพร แถลงข่าว มีสีหน้าที่เคร่งเครียด ตาแดง มีน้ำตาคลอเบ้า
ด้านนายโรเบิร์ต กล่าวว่า ในวันนี้นอกจากจะพูดในฐานะทนายคนเสื้อแดง และยังพูดในฐานะที่เป็นทนายให้กับนายจตุพรด้วย ที่จะเอาเรื่องนี้ขึ้นสู่ระดับสากล เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้กับนายจตุพรเป็นเรื่องที่ไร้สาระไม่สามารถยอมรับได้เพราะไม่เป็นไปตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม แม้การปฎิบัติตามกฎหมายเป็นเรื่องสำคัญ แต่การดำเนินคดีในประเทศไทย ต้องยอมรับว่าไม่มีความยุติธรรม โดยเฉพาะสำหรับคนเสื้อแดงและกรณีของนายจตุพรก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง ซึ่งในอีก 2-3 สัปดาห์ ตนจะได้ยื่นข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติมต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ เพื่อที่จะบอกว่านายอภิสิทธิ์ ไม่ใช่เป็นคนโกหกเล็กๆ โกหกกลางๆ แต่เป็นคนที่โกหกใหญ่โตมาก โกหกทุกวัน โกหกว่าตัวเองเป็นประชาธิปไตย ไม่ได้ฆ่าประชาชน และก็โกหกว่า ตนเองไม่ใช่พลเมืองของประเทศอังกฤษ เราจึงได้เดินทางไปที่เมือง ที่นายอภิสิทธิ์เรียนมหาลัยที่ประเทศอังกฤษ เพื่อที่จะถามว่า นายอภิสิทธิ์ มีสิทธิ์เลือกตั้งที่อังกฤษหรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบได้ นายอภิสิทธิ์ มีชื่อเป็นผู้มีสิทธิ์ เลือกตั้ง ในเขตที่นาอภิสิทธิ์ เรียนอยู่ ซึ่งเป็นการมีสิทธิ์ในฐานะพลเมืองอังกฤษ
นายโรเบิร์ต กล่าวต่อว่า ในอีก 2-3 สัปดาห์ศาลอาญาระหว่างประเทศจะมีคำตัดสินว่าจะรับพิจารณาคดีของเราหรือไม่ ซึ่งตนอยากให้ทุกคน เข้าใจใน 3 อย่าง 1.ศาลอาญาระหว่างประเทศจะไม่ตัดสินว่า เราถูกหรืออภิสิทธิ์ถูก 2.ศาลอาญาระหว่างประเทศจะบอกเพียงว่าจะรับพิจารณาคดีหรือไม่เท่านั้น 3.หากไม่รับเราจะเดินหน้ายื่นเรื่องนี้ต่อไป เราจะดำเนินการฟ้องร้องนายอภิสิทธิ์ ทุกที่ ที่สามารถฟ้องได้ ทั้งนี้ตนมีความสุขที่จะบอกว่า ฝรั่งคนนี้ไม่เห็นด้วยกับการปรองดอง เพราะสิ่งที่ตนต้องการอย่างเดียวคือ ความยุติธรรม ซึ่งความยุติธรรมนี้หมายความว่าทุกคน จะต้องมีความเท่าเทียมกัน ภายใต้กฎหมายนั่นคือเหตุผลที่จะยื่นเรื่องต่างๆที่ยังองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อให้โลกได้รู้ว่าประเทศยังไม่มีความยุติธรรมเกิดขึ้น ตนขอยกตัวอย่าง ที่แม้จะฟังดูหดหู่ เพราะที่อาร์เจนติน่า ใช้เวลาถึง 30 ปี กว่าจะเอาคนผิดมาลงโทษได้ แต่ตนคิดว่าสำหรับเราคงไม่ต้องรอนานขนาดนั้น ตนอยากจะบอกไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่า พรรคนี้ ทำหน้าที่ปกป้องฆาตกรเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น และตนอยากบอกไปถึงพี่น้องเสื้อแดง เราอย่ายอมให้ประชาธิปัตย์ทำสำเร็จและไม่ให้ประชาธิปัตย์ ทำเราอตกแยกกัน ทั้งหมดนี้ เราจะต้องทำโดยใช้กฎหมาย ที่มีความยุติธรรม
ขณะที่ นพ.เหวง กล่าวว่า วันนี้ขอแสดงความสิ้นหวังเสื่อมศรัทธากับศาลรัฐธรรมนูญ ตนไม่ใช่คนเคียดแค้นพยาบาท แต่อยากส่งสัญญาณเตือนให้พวกคุณปรับปรุงตัวเอง ที่เกิดความเสื่อมทราม เพราะพวกคุณเป็นคนทำ และวันนี้ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าศาลยังเกาะเกี่ยวกับทหาร ที่วันนี้ไม่สามารถให้หลักนิติรัฐนิติธรรมได้เลย กับการตัดสินของศาลรัฐธธรรมนูญต่อกรณี ของนายจตุพรในวันนี้มาก อนาคตหากมีการยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญก็อย่ามากล่าวหาพวกตนแต่เป็นการทำตัวของศาลรัฐธรรมนูญเองและในสมัยที่ นายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ถูกตัดสินจากการทำกับข้าวมาแล้วทั้งนี้กรณีของนายจตุพร ทำให้เกิดความสงสัยว่ามีการตั้งธงไว้แล้วหรือไม่ จากนั้นจึงมาหาคำอธิบาย เพื่อนำไปหาธงที่ตั้งไว้ก่อนแล้ว พวกคุณทำให้ความน่าเชื่อถือของศาลหมดไป
นางธิดา กล่าวว่า ตนขอส่งสารไปยัง พรรคประชาธิปัตย์ที่โจมตีและโกหกในทุกวัน ภาคใต้เป็นประเทศของประชาธิปัตย์หรือไม่ ที่คนเสื้อแดงจะเข้าได้ต้องขอพาสปอร์ตและวีซ่า เข้าพื้นที่โดยการที่คนเสื้อแดงจะไปเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ การที่พรรคประชาธิปัตย์เอาคนมารื้อเวทีปิดถนนเป็นการกระทำของอันธพาล คนเสื้อแดงถูกกระทำ การตั้งเวทีของเราไม่ได้เป็นการกระทำผิดแต่กลับถูกใส่ร้ายป้ายสีว่าเผาบ้านเผาเมืองแต่คนในพรรคเก่าแก่ศาลาก็ยังเผา เมื่อแพ้การเมืองในระบบแพ้การเลือกตั้งจึงต้องทำตัวเป็นอันธพาล พรรคประชาธิปัตย์อย่าปฏิเสธว่าไม่ได้ทำเพราะคนทั้งประเทศไม่ได้กินแกลบ
"หมู่บ้านเสื้อแดงเป็นเรื่องถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ปลอดยาเสพติดอาชญากรรมแบบนี้ผิดด้วยหรือขอให้ประชาขนชาวภาคใต้อย่าตกใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นหรือท่าทีที่พรรคเก่าแก่ออกมาก่อกวนเราจะเดินหน้าเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงในภาคใต้โดยในสิ้นปีนี้ภาคใต้จะมีหมู่บ้านเสื้อแดงเกิน100 หมู่บ้าน ภาคใต้อาจเป็นฐานที่มั่นของพรรคประชาธิปัตย์ แต่วันนี้คนเสื้อแดงได้รวบรวมเงินเพื่อสร้างศาลาใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยใช้หลังคาเป็นสีแดง นปชฺ.จะเคลื่อนไหวในภาคใต้ไม่ได้เหยียบหัวใครมีแต่คนมาให้เหยียบหัวเอา ส่วนกรณีที่มีบุคคลออกมาระบุว่าคนเสื้อแดงได้ดึงที่ปรึกษาในหน่วยงานราชการมาช่วยงาน นางธิดากล่าวว่าขอยันยันว่า หมู่บ้านเสื้อแดงไม่จำเป็นต้องมีที่ปรึกษาเป็นหน่วยงานราชการ" นางธิดา กล่าว
ด้านนายยศวริศ กล่าวว่า กรณีเสื้อแดงที่ จ.ภูเก็ต มีนักการเมืองชายและหญิงโดยฝ่ายหญิงได้ว่าจ้างมอเตอร์ไซค์รวบรวม 1,000 คันว่าจ้างคันละ 1,000 บาทโดยแบ่งภารกิจออกเป็น 3 ส่วน1.ก่อกวนผู้ชุมนุม 2.เผาเวที 3.ทำร้ายแกนนำคนเสื้อแดง นี่คือฝีมือนักการเมืองฝ่ายหญิง ด้านฝ่ายชายจ้างประชาชน 500 คน ออกมาเดินประท้วงไม่เห็นด้วยกับการเปิดปราศรัยที่ จ.ภูเก็ต
"วรวัจน์”เมินเสียงค้าน"พร้อมพงศ์"อยากให้เปลี่ยนตัวรมต.คุมโซนภาคใต้
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีที่รับผิดชอบดูแลโซนภาคใต้ฝั่งตะวันออกเป็นนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวพรรครับผิดชอบแทนว่า เรื่องนี้เป็นการมอบหมายของหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค จะเป็นอย่างไรก็ต้องรอฟังคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย และอยู่กรรมการบริหารพรรคจะดูว่าต้องเปลี่ยนแปลงหรือไม่
ขณะนี้ก็ต้องอยู่ที่นายยงยุทธ จะพิจารณามอบหมายอย่างไรทั้ง 19 โซน และทุกคนต้องทำงานตามที่ได้รับมอบหมายไม่ว่าอยู่พื้นที่ใด เพราะความเป็นรัฐมนตรีรับผิดชอบทั้งประเทศอยู่แล้ว ส่วนพื้นที่จะมอบหมายใครลงไปทำงานก็เป็นมุมมองของหัวหน้าพรรค
เมื่อถามย้ำว่าความเห็นของส.ส.ภายในพรรค ยังขัดแย้งกับความเป็นจริง มีส.ส.ออกมาระบุว่าควรมีการเลี่ยนแปลง นายวรวัจน์ กล่าวย้ำว่าเป็นเรื่องของหัวหน้าพรรคที่มอบหมายงาน และรัฐมนตรีก็ต้องรับฟัง ไม่ว่าจะไปจุดใดและปกติก็รับผิดชอบทั้งประเทศอยู่แล้ว ไม่ใช่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเท่านั้น



