
หนุ่มป.โทหัวใจเกษตรลุยปลูก'กล้วยหิน'
'อารี หมัดสมัน' หนุ่ม ป.โท หัวใจเกษตร ทิ้งงานสายตรงลุยปลูก 'กล้วยหิน' : คอลัมน์ ท่องโลกเกษตร : โดย ... ธรณิศวร์ พิรุณละออง
พูดถึงผู้ที่สำเร็จการศึกษามาในระดับปริญญาโท มีน้อยคนนักที่จะหันหน้าเข้าสู่เส้นทางอาชีพเกษตรกรรมอย่างเต็มตัว แต่สำหรับ "อารี หมัดสมัน" หนุ่มวัย 34 ปี ดีกรีปริญญาโท กลับมองว่า อาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพดั้งเดิมของวงศ์ตระกูลและทุกวันนี้เขามายืน ณ จุดนี้ได้ ก็เพราะเงินรายได้ที่ได้มาจากอาชีพเกษตรกรรมของครอบครัว นั่นคือ ทำสวนยางพารา และสวนผลไม้
อารี เป็นคน ต.สำนักแต้ว อ.สะเดา จ.สงขลา สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จากนั้นศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช ก่อนเข้าทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ส่วนกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นระยะเวลา 6 ปี
จากนั้นมาเป็นอาจารย์คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเอกชนใน อ.หาดใหญ่ ระยะหนึ่งแล้วลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัวเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ กระทั่งเริ่มผันตัวเองเข้าสู่วงจรอาชีพเกษตรกรรม คือ ปลูกกล้วยหิน แทรกในร่องสวนยางพาราบนเนื้อที่ 40 ไร่ ปลูกไว้กว่า 550 หน่อ และขณะนี้กำลังโตวันโตคืน บางต้นก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว
"เห็นว่าพื้นที่ส่วนหนึ่งของสวนยาง บริเวณตรงกลางระหว่างต้นไม่ได้รับการใช้ประโยชน์ จึงคิดใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดังกล่าว โดยปลูกพืชเสริม เพื่อให้มีรายได้ระหว่างรอยางพาราที่ปลูกจนกว่าจะกรีดเอาน้ำยางไปขายได้ ซึ่งต้องใช้เวลา 5-7 ปี ฉะนั้นเหตุที่เลือกกล้วยหิน เพราะมองเห็นว่าอนาคตของตลาด เนื่องจากราคากล้วยหินขายกันแพงมาก 1 หวี ขายปลีก 35-60 บาท ส่วนขายส่งหวีละ 20-35 บาท บ้างก็ขายปลีกแบ่งเป็นผล โดย 3 ผล ราคา 10 บาท เป็นต้น"
อารีให้ข้อมูลอีกว่า นอกจากนี้ในปัจจุบันกลุ่มผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกก็มีความต้องการกล้วยหินมากเพื่อนำมาเป็นอาหารให้นกกรงหัวจุกที่เลี้ยงไว้ จนทำให้วงการเลี้ยงนกกรงหัวจุกเติบโตแบบก้าวหน้าต่อเนื่อง และมีแนวโน้มขยายถึงภาคใต้ตอนบน ภาคกลางตอนล่าง ส่งผลให้มีผลต่อความต้องการกล้วยหินตามมา เพราะกล้วยหินสามารถเก็บรักษาได้นานกว่ากล้วยชนิดอื่น เนื้อแข็งไม่เละหรือช้ำง่าย และนกที่กินกล้วยหินพบว่าอัตราการเป็นโรคมีน้อย มีผลต่อสุขภาพ และน้ำเสียงที่ดีตามมา จึงเป็นที่นิยมกันมากในกลุ่มผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก ที่ต้องการหาซื้อกล้วยหินมาให้นกกิน มากกว่ากล้วยชนิดอื่น
ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ผลิตกล้วยหินที่เป็นในรูปแบบไร่ขนาดใหญ่มีน้อย จึงทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอจำหน่ายในท้องตลาด นอกจากนี้กล้วยหินมีต้นกำเนิดอยู่ที่ จ.ยะลา เนื่องจากเป็นพืชเฉพาะถิ่น ปลูกกันมากในพื้นที่ อ.บันนังสตา อ.ธารโต และอ.เบตง แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ปลูกกันเป็นไร่สวนขนาดใหญ่ ส่วนพื้นที่จังหวัดอื่นปลูกกันน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกที่ปลูกไว้เพื่อนำผลมาเป็นอาหารของนกที่เลี้ยงไว้
เพราะฉะนั้นจึงเล็งเห็นหนทางของตลาดในจุดนี้ จึงตัดสินใจปลูกกล้วยหินในเชิงธุรกิจเป็นไร่ขนาดใหญ่ เพราะปลูกและดูแลง่าย เป็นโรคน้อย แต่กล้วยหินมีข้อเสียนิดหนึ่ง คือ กว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้จะใช้ระยะเวลานานกว่ากล้วยชนิดอื่น 12-14 เดือน ซึ่งในจุดนี้เองทำให้เกษตรกรรายอื่นๆ ไม่นิยมปลูกกล้วยหิน เหตุเพราะให้ผลผลิตและรายได้ช้า แต่ตนเองคิดแตกต่างกับคนอื่น เมื่อไม่มีคู่แข่งหรือคู่แข่งน้อย การเริ่มธุรกิจก่อนจึงได้เปรียบ
"ผมยังเชื่อมั่นว่า ตราบใดที่วงการนกกรงหัวจุกยังเติบโตขึ้นต่อเนื่อง ตลาดของกล้วยหินก็จะเติบโตตามอย่างแน่นอน และนอกจากจะนำมาเป็นอาหารนกกรงหัวจุกแล้ว กล้วยหินยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ ได้อีกด้วย เช่น กล้วยฉาบ"
หนุ่มปริญญาโท หัวใจเกษตรกรรายนี้ ระบุอีกว่า ปลูกกล้วยหินแล้ว ม่มีสภาวะผลไม้ตาย คือ ขายไม่ได้ กล้วยหินสามารถขายได้ตลอดต่อเนื่อง หากเรามีผลผลิตออกสู่ท้องตลาดเพียงพอ เพราะผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกจะหาซื้อให้นกกินอย่างต่อเนื่องไม่ว่าฤดูกาลไหน อีกทั้งส่วนต่างๆ ของกล้วยหิน ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด อย่างหน่อกล้วยหินจะขายกันที่ราคาประมาณ 40-80 บาทต่อ 1 หน่อ ปลีกล้วยหิน ราคาต่อปลี 10-25 บาท
ส่วนใบราคาไม่แตกต่างจากกล้วยอื่นๆ ขณะที่ต้นหรือที่เรียก "หยวกกล้วย" ก็นำมาประกอบอาหารได้ ที่รับทราบข้อมูลอีกอย่างหนึ่ง คือนักวิชาการได้ค้นคว้าวิจัยพบว่ากล้วยหินมีปริมาณแป้ง คาร์โบไฮเดรต และเส้นใยสูงกว่ากล้วยชนิดอื่นด้วย อีกทั้งการที่ปลูกกล้วยหินในสวนยางพารา ยังเสมือนกับติดระบบน้ำให้แก่สวน เพราะกอกล้วยหินจะช่วยรักษาความชื้นในดิน
"หากเราไม่เลือกงาน เราก็จะไม่ยากจน งานเกษตรเป็นงานที่ท้าทาย หากเรามีคำตอบให้ตัวเองก่อนทำอะไร ผลิตออกมาแล้ว ลูกค้าของเราคือใคร เป้าหมายของเราที่ว่าคืออะไร ทำอย่างไรเพื่อให้สำเร็จตามที่เราคาดหวังตั้งใจไว้ แล้วให้ลงมือทำ อย่าหยุดจนกว่าสิ่งนั้นจะสำเร็จลุล่วง รับรองคุณจะพบกับความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้" เกษตรกรดีกรีปริญญาโท กล่าวอย่างมั่นใจ
----------
(หมายเหตุ : 'อารี หมัดสมัน' หนุ่ม ป.โท หัวใจเกษตร ทิ้งงานสายตรงลุยปลูก 'กล้วยหิน' : คอลัมน์ ท่องโลกเกษตร : โดย ... ธรณิศวร์ พิรุณละออง)
----------



