
ย้ำ!รถเมล์-รถร่วมเก็บเกินราคาโดนปรับแน่
กรมการขนส่งทางบก ย้ำ!!! รถประจำทางขสมก. และรถร่วมบริการ ยังไม่มีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสาร หากเก็บเกินอัตราที่กำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 55 นายสมชัย ศิริวัฒนโชค อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง มีมติปรับอัตราค่าโดยสารรถโดยสารประจำทาง ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. เป็นต้นมานั้น มีการปรับขึ้นเฉพาะรถมินิบัส จากราคา 6.50 บาท เป็น 8 บาท และหากวิ่งระหว่างเวลา 23.00-05.00 น. เก็บเพิ่มอีก 1.50 บาทเหมือนเดิม รถโดยสารขนาดเล็กและรถสองแถว ปรับจาก 5.50 บาท เป็น 7 บาท และหากวิ่งช่วงระหว่างเวลา 22.00-05.00 น. เก็บเพิ่มอีก 2 บาท ส่วนรถประจำทางกรุงเทพไปต่างจังหวัด และรถระหว่างจังหวัดที่วิ่งระยะทาง 40 กิโลเมตรแรก ปรับขึ้นเพียงกิโลเมตรละ 4 สตางค์ กิโลเมตรที่ 40-100 ปรับขึ้นอีกกิโลเมตรละ 6 สตางค์ กิโลเมตรที่ 100-200 ปรับขึ้นกิโลเมตรละ 7 สตางค์ และกิโลเมตรที่ 200 ขึ้นไป ปรับขึ้นเพียงกิโลเมตรละ 3 สตางค์ ทั้งนี้ไม่ได้มีการปรับขึ้นค่าโดยสารรถประจำทางขสมก.และรถร่วมบริการแต่อย่างใด โดยรถประจำทางขสมก. ยังคงเก็บ 7.00 บาท และรถร่วมบริการเก็บอัตรา 8 บาท หากวิ่งช่วงระหว่างเวลา 23.00-05.00 น. เก็บเพิ่มอีก 1.50 บาทเหมือนเดิม ทั้งนี้จนกว่าราคาก๊าซ CNG ที่ผู้ประกอบการขนส่งต้องจ่ายสุทธิในราคา 9.50 บาทต่อกิโลกรัม จึงจะมีการปรับขึ้นอีก 1 บาท ซึ่งจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการต่อไป
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวด้วยว่า หากรถประจำทางขสมก. รถร่วมบริการคันใด มีการฉวยโอกาสเรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนด จะมีความผิดตามมาตรา 31(7) แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มีบทลงโทษตามมาตรา 131 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งผู้ใช้บริการที่ถูกเรียกเก็บค่าโดยสารเกิน สามารถแจ้งหรือร้องเรียนได้ที่ ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบุรายละเอียด เช่น หมายเลขทะเบียนรถ วัน เวลา สถานที่ และเก็บตั๋วโดยสารที่เดินทางไว้ เพื่อความสะดวกในการติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย และเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้บริการไม่ให้ถูกเอาเปรียบ จากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะต่อไป



