ข่าว

ชวนมอบโอกาสที่สองให้เด็กไร้ที่พึ่ง

ชวนมอบโอกาสที่สองให้เด็กไร้ที่พึ่ง

21 พ.ค. 2555

ชวนมอบโอกาสที่สองให้เด็กไร้ที่พึ่ง

          คงไม่มีความอบอุ่นใดจะดีเท่ากับการได้รับความอบอุ่นจาก "ครอบครัว" อย่างแน่นอน เพราะครอบครัวคือจุดเริ่มต้นของทุกชีวิต ที่จะประกอบร่างสร้างชีวิตให้เติบใหญ่ในสังคม และเมื่อวันครอบครัวสากลที่ผ่านมา พล.ต.ต.นรรัฒน์ เจริญรัชต์ภาคย์ ประธานกรรมการอำนวยการมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จึงถือฤกษ์งามยามดีนี้ จัดงาน "ครอบครัว คือ ชีวิต" ขึ้น เพื่อให้ทุกคนได้เห็นถึงความสำคัญของครอบครัว และตระหนักว่ายังมีเด็กอีกกลุ่มใหญ่ที่สูญเสียบิดามารดาและญาติมิตรจนไร้ที่พึ่ง ภายใต้การดูแลของมูลนิธิ ในรูปแบบของครอบครัวทดแทนระยะยาว
 
          แม้เด็กๆ เหล่านี้จะไม่เคยพบเห็นหน้าคร่าตาของบิดามารดาหรือญาติมิตร แต่คุณแม่โสสะที่ให้การดูแลด้วยความรักความเอาใจใส่ กลับหล่อหลอมให้พวกเขาเติบโตขึ้นท่ามกลางสายสัมพันธ์ของพี่น้องในครอบครัวโสสะได้เป็นอย่างดี "คุณแม่อ้อย" ลักษณี เลื่อนล่อง คุณแม่โสสะบ้าน 12 ที่ต้องเลี้ยงดูลูกทั้งหมด 12 คน ซึ่งอายุไล่เลี่ยกัน เผยว่า เด็กๆ ที่มาอยู่ในบ้านจะต่างวัยและต่างอายุกัน เพื่อให้เด็กได้รู้จักสังคมของครอบครัว มีพี่น้องทั้งพี่ชายและพี่สาว ดังนั้นการทำหน้านี้แม่โสสะจะต้องเป็นทั้งแม่ เพื่อน พ่อ เป็นหมอ เป็นครู ให้ความดูแลเหมือนลูก จึงผูกพันกับพวกเขามาก จนสามารถเรียกว่าติดลูกก็เป็นได้
 
          "คุณแม่โสสะจะเป็นหญิงโสด ซึ่งการเลี้ยงเด็กจำนวนมากที่มาจากต่างที่ต่างวัยกันแบบนี้ ต้องอาศัยจิตวิทยาในการเลี้ยงมาพอสมควร เมื่อมีเด็กหลายวัยเราจะสอนให้พี่คนโตสุดของบ้านช่วยกันดูแลน้อง ยิ่งเวลามีน้องเล็กเข้ามาอยู่ในบ้านเราจะอธิบายลูกคนอื่นๆ ให้เข้าใจว่าน้องยังเล็ก ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ แล้วก็สอนให้พวกเขาช่วยกันดูแลน้องเล็ก ถ้าแม่ไม่อยู่พวกเขาจะดูแลกันเองได้ จะให้ความรักเขาให้มากที่สุด เขาจะไม่รู้สึกขาดความรัก หรือโหยหาความรักจากที่อื่นๆ แน่นอน แล้วถ้าพวกเขาอายุ 17 ปี จบมัธยมศึกษาปีที่ 6 จะออกจากบ้านไปใช้ชีวิตของตัวเองในระดับมหาวิทยาลัย แต่ยังติดต่อกัน เราพยายามปลูกฝังให้เขามีแบบอย่างที่ดี แล้ววันใดที่เขาประสบความสำเร็จในชีวิต ก็เป็นความสุขของแม่โสสะอย่างเราแล้ว" คุณแม่อ้อย กล่าวด้วยรอยยิ้ม
 
          ด้านลูกสาวของคุณแม่โสสะ เรือนแก้ว คงทอง แห่งบ้านโสสะหาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ฟูมฟัก "สาว" สุภาวดี คงกระพันธ์ จนเติบใหญ่และได้ทำงานเป็นคุณครูสอนภาษาอังกฤษให้แก่พนักงานของโรงแรมภายในเครือคันทารี่ ที่ จ.ภูเก็ต สาวบอกกับเราว่า เข้ามาอยู่ในบ้านแห่งนี้ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ และคุณแม่เรือนแก้วเลี้ยงดูเหมือนลูกตัวเอง ให้ความรักความอบอุ่นจนเธอไม่รู้สึกว่าขาดเหลืออะไร
 
          "ตอนที่อยู่ในบ้านมีความสุขมากอยู่กับพี่น้องหลายคน สิ่งหนึ่งที่แม่จะเน้นย้ำเสมอคือ  เรื่องการเรียนให้ตั้งใจ เพราะเป็นวิชาความรู้ที่จะติดตัวเราไปตลอดชีวิตและจะเป็นใบเบิกทางที่จะเลี้ยงดูตัวเองได้ ถึงแม้ตอนนี้จะออกจากบ้านเด็กโสสะมาแล้ว แต่ก็กลับไปหาคุณแม่และน้องๆ บ่อยๆ ถ้าเป็นไปได้อยากจะช่วยสนับสนุนเรื่องการเรียนให้น้องๆ ในบ้านให้มากขึ้น การดำรงชีวิตทุกวันนี้ต้องใช้เงิน อยากให้ทุกคนเล็งเห็นตรงนี้ด้วย ทุกวันนี้แม่ก็แก่ตัวลงเรื่อยๆ แต่สาวตั้งใจจะดูแลท่านสม่ำเสมอเหมือนที่ท่านเลี้ยงดูเรามา" อดีตเด็กในปกครองของมูลนิธิเด็กโสสะฯ แจง
 
          หากใครที่พอมีกำลังสามารถร่วมบริจาค เพื่อสนับสนุนการเลี้ยงดูเด็กของทางมูลนิธิ และมอบโอกาสที่สองให้เด็กไทย ที่ยังรอความช่วยเหลือ สามารถชมรายละเอียดได้ที่ www.sosthailand.org