
ถ้าไม่อยากเป็นหมันช่วยกันรักษ์สิ่งแวดล้อม
เวิลด์วาไรตี้ : ถ้าไม่อยากเป็นหมัน ก็ต้องช่วยกันรักษ์สิ่งแวดล้อม : โดย...วัจน พรหโมบล
นี่ไม่ใช่คำขวัญเท่ๆ ที่จะมาพูดกันเล่นๆ แต่ “ถ้าไม่อยากเป็นหมัน ก็ต้องช่วยกันรักษ์สิ่งแวดล้อม” เป็นเรื่องสำคัญที่มีผลยืนยันจากการทดลองในประเทศอังกฤษ ที่พบว่าร่างกายสิ่งมีชีวิต (รวมทั้งมนุษย์) จะผลิตสเปิร์มน้อยลงเมื่อสัมผัสกับสารพิษที่ปะปนอยู่ในสิ่งแวดล้อม (อันเกิดจากฝีมือมนุษย์อีกนั่นแหละ) แม้จะอยู่ในระดับที่กฎหมายที่เข้มงวดของอังกฤษกำหนดไว้ก็ตาม
นั่นหมายความว่า โอกาสที่มนุษย์ผู้ชายจะกลายเป็นบุคคล “ไร้น้ำยา” หรือมีแต่เส้นขนมจีนเพียงอย่างเดียวนั้น เป็นไปได้มากในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน ที่ขยะ และสารเคมีปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมกันมากมายเหลือคณานับ
ทีมวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ ร่วมกับนักวิจัยแห่งสถาบันเจมส์ (ฮัตตัน) ในเอดินเบอเรอะห์ และมหาวิทยาลัย อะเบอร์ดีน และไอเอ็นอาร์เอ ในฝรั่งเศส ทำการศึกษาผลกระทบจากสารเคมีที่เป็นอันตรายและแพร่กระจายอยู่ในสิ่งแวดล้อมต่อการสืบพันธุ์ของแกะ ซึ่งเป็นตัวแทนของสิ่งมีชีวิตอื่นๆและมนุษย์
การทดลองแบ่งแกะออกเป็นสองกลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มควบคุม และกลุ่มทดลอง โดยใช้เวลาในการศึกษานาน 12 ปี ก่อนจะทำการุณยฆาตแกะทั้งหมด และตรวจอวัยวะภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบสืบพันธุ์
นักวิจัยถึงกับอึ้ง เมื่อพบว่าแกะตัวผู้ในกลุ่มทดลองมีการผลิตสเปิร์มในถุงอัณฑะน้อยกว่าแกะกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้เผชิญกับสภาพแวดล้อมทั่วไป ที่มีทั้งมลภาวะและสารเคมีต่างๆ ที่ล่องลอยอยู่ในอากาศและสิ่งแวดล้อมถึง 42%
นอกจากนั้นยังพบด้วยว่า ถุงอัณฑะของแกะในกลุ่มทดลองมีขนาดเล็กกว่าปกติ ทั้งยังทำงานผลิตฮอร์โมนเพศชายได้น้อยกว่าแกะในกลุ่มควบคุมอีกด้วย
ศ.นีล อีแวนส์ แห่งมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ กล่าวว่า ผลที่เกิดขึ้นกับแกะตัวผู้ในกลุ่มทดลองจำนวนหนึ่งอาจจะเกิดจากพันธุกรรมหรือสารเคมีที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม แต่การทดลองนี้เป็นการตอกย้ำว่า การที่สารเคมีชนิดหนึ่งชนิดใดที่ปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อม แม้จะมีปริมาณเจือจางมาก แต่เมื่อสัมผัสไปนานๆ ก็อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบของร่างกายได้เช่นกัน หรือมนุษย์จะสูญพันธุ์ด้วยน้ำมือมนุษย์ด้วยกันเองเสียแล้ว
------------------------------
(เวิลด์วาไรตี้ : ถ้าไม่อยากเป็นหมัน ก็ต้องช่วยกันรักษ์สิ่งแวดล้อม : โดย...วัจน พรหโมบล)



