ข่าว

'ยิ่งลักษณ์'ปัดตอบ'พี่ชาย'สมัครสมาชิกพท.

'ยิ่งลักษณ์'ปัดตอบ'พี่ชาย'สมัครสมาชิกพท.

18 พ.ค. 2555

'ยิ่งลักษณ์'ชม'ตู่'มีความสามารถจะได้ตำแหน่งอะไรยังไม่ขอพูด ปัดตอบ'ทักษิณ'จะสมัครสมาชิกเพื่อไทยหรือไม่ สั่งทุกหน่วยผุดโครงการต้านทุจริตภายใน 1 เดือน พร้อมนำประกาศเจตนารมณ์ต้านทุจริต

                   18 พ.ค.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย สิ้นสุดความเป็น สส. ว่า เรื่องนี้คงต้องปรึกษาทีมกฎหมายของพรรคเพื่อไทย ส่วนจะถือเป็นโอกาสที่ นายจตุพร จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีเลยหรือไม่นั้น ทั้งหมดต้องดูตามความเหมาะสม ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับแต่ละกระทรวงและจังหวะเวลา อย่างไรก็ตามตนติดตามการทำงานของครม.มาตลอด

                   ผู้สื่อข่าวถามว่า นายจตุพร มีความเหมาะสมที่จะเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องไปดูในรายละเอียดแต่ก็ถือว่าเป็นคนที่มีความตั้งใจ มีความสามารถ ต้องไปดูว่าจะอยู่ตรงไหน ตำแหน่งไหนอย่างไร แต่ไม่ขอพูดในวันนี้ เพราะต้องทำงานก่อน ยังไม่ถึงเวลาที่จะมาคุยกันในวันนี้

                   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์สื่อพยายามถามกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ตอบคำถาม โดยเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที

 

นายกฯสั่งทุกหน่วยผุดโครงการต้านทุจริตภายใน 1 เดือน

                    น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ยุทธศาสตร์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน“ ภายใต้แนวคิด “ประเทศไทยก้าวไกลไร้ทุจริต” ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (กพร.) ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ ตอนหนึ่งว่า การทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นศัตรูร้ายของระบบราชการที่สั่งสมกันมายาวนานทำให้รัฐต้องสูญเสียงบจำนวนมากโดยไม่จำเป็น ดังนั้นต้องร่วมกันกำจัดวงจรต่างๆไม่ให้เกิดขึ้นเพื่อให้การพัฒนาประเทศดีมากขึ้น คุ้มค่ากับที่ประชาชนคาดหวังและสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศ ทั้งนี้จากผลการศึกษาขององค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและองค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) แสดงให้เห็นว่าการทุจริตเป็นบ่อนทำลายทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นพ้องร่วมกันที่จะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง แต่จะไม่สำเร็จหากไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกส่วน

                   “เพราะจากดัชนีการชี้วัดการคอร์รัปชั่นรอบ 18 ปีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นสถานการต่างๆว่าไม่ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในปี 2550-2554 ที่อยู่ในระดับ 3.3 - 3.5 คะแนนจากเต็ม10 ดังนั้นนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันปราบปรามทุจริตในภาครัฐจะมีความจริงจัง โปร่งใส มีธรรมาภิบาล ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเกิดประโยชน์ต่อประเทศโดยรวม ซึ่งรวมไปถึงการแต่งตั้งโยกย้ายที่ต้องไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง ที่ต้องมีความเป็นธรรม ต้องโยกย้ายโดยยึดประสบการณ์ มีความรู้ นั่นคือสิ่งที่เราอยากเห็น” นายกฯ กล่าว

                   นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เรามาเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงในหน่วยงานของท่าน โดยแนวทางที่รัฐบาลจะทำคือมุ่งป้องกันเชิงรุก ไม่ใช่แค่การปราบปรามเท่านั้น แต่จะให้ความชอบกับบุคลที่ปฏิบัติเป็นตัวอย่าง โดยเรื่องนี้จะต้องมีจิตสำนึกร่วมกัน เน้นการมีส่วนร่วม กำหนดแนวทางร่วมกัน ดูทั้งเรื่องของการปรับปรุงระบบการทำงานมากกว่ามุ่งจับผิดรายบุคคล และการปรับปรุงแก้ไขต้องเกิดจากภายในองค์กร รวมทั้งอยากเห็นทั้ง 235 หน่วยงานที่รวมไปถึงจังหวัดต่างๆ ในการขอความร่วมมือในการที่ 1 เดือนจากนี้ในการเสนอโครงการด้านการต่อต้านการทุจริต โดยเราจะมีการตั้งคณะกรรมการที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นมา และรัฐบาลก็จะให้ทุนในการสนับสนุนเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ และจะมีการติดตามการดำเนินการเป็นระยะเวลา 1 ปี

                   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการกล่าวเปิดงาน นายกรัฐมนตรีได้นำคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ในการประทับฝ่ามือเพื่อประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นทางการ

 

'ปู'นำประกาศเจตนารมณ์ต้านทุจริต


                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันในวันนี้ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ จะมีการประชุมเชิงปฏิบัติการ "ยุทธศาสตร์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน" ภายใต้แนวคิด "ประเทศไทยก้าวไกลไร้ทุจริต" ซึ่งงานดังกล่าวจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ(กพร.) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วน เพื่อเร่งดำเนินการ 4 แผนเชิงรุก (Anti-Corruption Quick Win Program) โดยมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานเปิดการประชุมฯ และนำคณะรัฐมนตรี(ครม.) หัวหน้าส่วนราชการและผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมประกาศเจตนารมณ์การไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น

                   นอกจากนี้ภายในงานตลอดทั้งวันจะมีการบรรยายพิเศษจากบุคลชั้นนำ อาทิ หัวข้อ "แนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต" โดยนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานปปช. หัวข้อ "แนวทางการแก้ไขปัญหาทุจริตประพฤติมิชอบในประเทศไทย" โดย นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รักษาราชการแทนผู้ตรวจเงินแผ่นดินและนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานภาคีเครือข่ายต้านคอร์รัปชั่น และปิดท้ายในหัวข้อ "การสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบในวางราชการ" โดย นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา