ข่าว

ทุบรถฉกทรัพย์ระบาดครูสูญกว่า4แสนหมอหนึ่งแสน

ทุบรถฉกทรัพย์ระบาดครูสูญกว่า4แสนหมอหนึ่งแสน

15 พ.ค. 2552

คนร้ายทุบรถยนต์ครูสาวโรงเรียนหนองยางพิทยาคม ฉกเงินสดกว่า 4.3 แสนบาท เหยื่อเผย เบิกเงินมาจากธนาคารเตรียมมอบให้ผู้ปกครองนักเรียน ม.1-ม.6 โครงการเรียนฟรี 15 ปี ในวันที่ 17 พฤษภาคม ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากธนาคาร พบผู้ต้องสงสัย 2-3 คน ผู้อำนวยการโรงเรีย

เหตุการณ์คนร้ายทุบรถยนต์ฮอนด้า แจ๊ซ ทะเบียน กพ 2119 นครราชสีมา ฉกเงินไปกว่า 4 แสนบาท เปิดเผยเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 พฤษภาคม โดย พ.ต.อ.บุญเลิศ ว่องวัจนะ ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณลานจอดรถ ซึ่งอยู่ด้านหลังห้างสรรพสินค้าคลังพลาซ่า สาขาอัษฎางค์ (คลังเก่า) เขตเทศบาลนครนครราชสีมา หลังรับแจ้งได้วิทยุสกัดจับคนร้ายก่อนนำกำลังรุดไปยังที่เกิดเหตุ

 ที่เกิดเหตุ น.ส.อัญชลี เต็งตะคุ อายุ 32 ปี ครูโรงเรียนหนองยางพิทยาคม อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ให้การว่า ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการโรงเรียนให้ไปเบิกเงินสดกว่า 4.3 แสนบาท ที่ธนาคารกรุงไทย สาขานครราชสีมา เพื่อนำมาแจกจ่ายให้ผู้ปกครองนักเรียน ชั้น ม.1-ม.6 ตามโครงการเรียนฟรี 15 ปี โดยเดินทางไปพร้อมกับเพื่อนครูอีกหนึ่งคน หลังจากเบิกเงินเสร็จแล้วได้ขับรถมาจอดไว้ในที่เกิดเหตุ เพื่อเข้าไปรับประทานอาหารกลางวันในห้างสรรพสินค้าดังกล่าว โดยเงินสดที่เบิกมาไม่ได้นำติดตัวไปด้วย แต่เก็บไว้ในรถยนต์

 น.ส.อัญชลี ให้การต่อว่า หลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็เดินกลับมาที่รถยนต์ เพื่อเดินทางกลับไปที่โรงเรียน ก็พบว่ากระจกรถยนต์ด้านหลังข้างขวาแตกเสียหาย สิ่งของภายในรถถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย จึงตรวจสอบจุดที่เก็บเงินสดไว้ ปรากฏว่าเงินทั้งหมดหายไป สอบถามผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวก็ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์

 ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานกับธนาคารกรุงไทย สาขานครราชสีมา เพื่อขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดหาเบาะแสคนร้าย ซึ่งคาดว่าคนร้ายเข้าไปดูลาดเลาในธนาคาร และติดตามผู้เสียหายออกมาหลังจากเห็นว่าเบิกเงินสดออกมาเป็นจำนวนมาก และจากการตรวจสอบร่วมกับผู้บริหารของโรงเรียนและทางธนาคาร พบผู้ต้องสงสัย 2-3 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามตัวมาสอบปากคำต่อไป

 นายเจต รุจิวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองยางพิทยาคม กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ น.ส.อัญชลี และ นางสุภัทรนุช กรมศรี ไปเบิกเงินสดจำนวน 433,170 บาท จากธนาคารกรุงไทย เพื่อเตรียมไว้มอบให้ผู้ปกครองนักเรียนชั้น ม.1- ม.6 ในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ อย่างไรก็ตาม แม้เงินจะถูกขโมยไปผู้ปกครองนักเรียนก็จะได้รับเงินตามกำหนดการเดิม โดยทางโรงเรียนจะนำงบประมาณที่ได้รับจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดมาสำรองใช้ไปก่อน

ทุบกระจกรถรองผอ.รพ.พหลฯสูญกว่า1แสน

 เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 15 พ.ค. พ.ต.ท.สุขสันต์ ชัยรัตน์ พงส.สบ.3 สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรีได้รับแจ้งจากนายแพทย์สหเทพ สว่างเนตร รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ รพ.พหลพลพยุหเสนา ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ว่ามีคนร้ายได้ทุบกระจกรถยนต์แล้วขโมยทรัพย์สินไปขณะร่วมฟังพระสวดพระอภิธรรมงานศพที่วัดเทวสังฆราม(วัดเหนือ) ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

 หลังจากรับแจ้งเหตุพ.ต.ท.สุขสันต์รีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อจากนั้น พ.ต.อ.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภัทรชัย กอสนาน รอง ผกกป.ฯ,พ.ต.ท.พลัฎฐ์ วิเศษสิงห์ รอง ผกก.สส.ฯและพ.ต.ท.สุขสันต์พร้อมตำรวจวิทยาการ บก.ตร.กจ เดินทางไปที่เกิดเหตุ

 เมื่อไปถึงพบ นายแพทย์สหเทพ รออยู่ในที่เกิดเหตุข้างรถคันที่ถูกก่อเหตุเป็นรถยนต์เบ๊นซ์แวน สีบรอนด์เงิน หมายเลขทะเบียน ศง 4736 กรุงเทพมหานคร โดยจอดอยู่ที่ลานจอดรถข้างเมรุวัดเทวสังฆราม (วัดเหนือ) เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ถูกทุบกระจกหลังด้านขวาแตกกระจาย และมีร่องรอยการรื้อค้นมีสิ่งของ

 ตรวจสอบพบมีทรัพย์สินหลายรายการหายไป คือกระเป๋าสะพายหนังสีน้ำตาล ภายในบรรจุทรัพย์สิน คือ แว่นที่แพทย์ใช้สำรับตรวจคนไข้ 1อัน, มือถือไอโฟนที่ใช้บันทึกข้อมูลการแพทย์ 1 ตัว, โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ปากกาไทยทาเนียม 3 ด้าม,รีโมทเปิดประตูบ้าน,กุญแจบ้านและกล้องถ่ายรูปโซนี่รุ่น C 300 1 ตัวหายไปจากภายในรถดังกล่าว รวมราคาทรัพย์สินประมาณ 100,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการได้ทำการเก็บหลักฐานลายนิ้วมือแฝงเพื่อประกอบสำนวนการสอบสวน

 สอบสวนนายแพทย์สหเทพ ซึ่งเป็นหมอด้านศัลยกรรมกระดูกที่มีชื่อเสสียงเป็นอันดับหนึ่งของ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ตนมาร่วมฟังสวดพระอภิธรรมในงานศพที่ศาลาข้างเมรุวัดเทวสังฆราม และได้จอดรถไว้แล้วตนเองเข้าไปฟังสวด และเมื่อเสร็จสิ้นการสวดตนจึงเดินทางที่รถเพื่อเดินทางกลับบ้านแต่พบว่ารถถูกทุบกระจกและทรัพย์สินถูกคนร้ายขโมยไป

 รายงานข่าวว่า แก็งค์ทุบกระจกรถฉกทรัพย์สินกำลังระบาดก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี มักจะก่อเหตุในช่วงหัวค่ำโดยเฉพาะในจุดชุมชนหรือที่จอดรถร้านอาหารที่คนมาใช้บริการเยอะ หรือลานจอดรถในห้างดังต่างๆ ซึ่งครั้งนี้ถือว่าเป็นการลงมือที่อุกอาจอีกครั้ง โดยลงมือไม่เกรงบาปก่อเหตุในวัดอารามหลวงชื่อดังกลางตัวเมืองกาญจนบุรี