รวบหนุ่มไต้หวันค้า'ศพทารก'ปลุกเสกขายนอก
ตะลึง!หนุ่มไต้หวันลอบค้า'ศพทารก'อ้างทำพิธีปลุกเสก ขายผ่านเว็บไซต์ ด้าน'ผกก.ดส.'เผยวิญญาณซากทารกร้องขอความช่วยเหลือ-ก่อนใช้ประสบการณ์จับเณรแอมาสืบขยายผล
18 พ.ค.55 นายโจว ฮอง ฮุน อายุ28ปี ชาวไต้หวัน ถูกตำรวจกองกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล จับกุมได้ในห้องพักโรงแรม ย่านถนนเยาวราช พร้อมของกลาง ศพเด็กทารก 6 ศพ ซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทาง หลังได้รับการร้องเรียนว่า มีการนำซากศพทารกมาทำพิธีทางไสยศาสตร์ และนำไปประกาศขายผ่านเว็ปไซด์ในต่างประเทศ โดยโฆษณาว่าผ่านการทำพิธีไสยศาสตร์ในไทยมาแล้ว
จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับว่า ได้รับว่าจ้างจาก นายเฉิน ให้มารับศพทารกในไทย โดยติดต่อกับ นาย กุน ยิเชน ซึ่งเป็นชาวไต้หวัน ที่เดินทางเข้าออกประเทศไทยบ่อยครั้ง ผ่านทางโทรศัพท์ และจะนัดแนะสถานที่รับศพทารก เพื่อนำมาทำพิธีไสยศาสตร์ โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 และซื้อศพทารกมาใน ราคารวม 200,000 บาท ก่อนจะประกาศขายทางเว็บไซต์ในไต้หวัน
ทั้งนี้ สภาพศพทารก มีการลงอักขระ มัดสายสิญจ์ บรรจุกล่องใส่กระเป๋าเดินทาง เพื่อเตรียมนำกลับไป ขายต่อ แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ลักลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย และจะเร่งติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดี
ผกก.ดส.เผยวิญญาณซากทารกร้องขอความช่วยเหลือ
พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.ดส.บช.น. เปิดเผยถึงการสืบสวนจับกุมนายโจว ฮอง ฮุน (Mr.Chow Hok kuen) สัญชาติจีน ไต้หวัน อายุ 28 ปี พร้อมของกลางซากศพทารก จำนวน 6 ศพ ที่ผ่านพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ทำเป็นกุมารทองว่า เริ่มแรกทาง กก.ดส. ได้รับการประสานจาก สน.พลับพลาไชย2 ว่ามีเสียงเด็กร้องขอความช่วยเหลือภายในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านเยาวราช โดยได้เข้าตรวจสอบที่ห้องพักของนายโจว แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ กระทั่งมีพลเมืองดีโทรศัพท์มาแจ้งที่ กก.ดส. อีกครั้งว่ามีเสียงเด็กร้องขอความช่วยเหลือ จึงได้จัดกำลังเข้าตรวจสอบ พร้อมกับตรวจสอบชื่อนายโจว กับ สตม. พบว่า นายโจวเข้าออกประเทศไทย 12 ครั้ง และเข้าออกประเทศลาวกับประเทศกัมพูชาเป็นบางครั้ง ก่อนจะทราบว่านายโจวเปิดห้องพักที่โรงแรมอีกแห่งคือโรงแรมเอ็มไพร ซึ่งอยู่ใกล้กันกับโรงแรมแห่งแรกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ดส. กับสน.พลับพลาไชยเข้าตรวจสอบ เมื่อเข้าตรวจสอบที่โรงแรมเอ็มไพรภายในห้องพักขิงนายโจวเจ้าหน้าที่ก็พบซากทารก จำนวน 6 ซาก ทั้งที่ลงอักขระ ทำคุณไสยน์ ผ่านพิธีกรรมการทำกุมารทอง บางตัวก็ปิดแผ่นทองคำเปลวเรียบร้อย แต่บางตัวเหมือนพิธีกรรมไม่สมบูรณ์จึงทำให้ส่งกลิ่นของซากศพ เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมและยึดของกลาง ก่อนจะประสานล่ามชาวจีนมาร่วมสอบสวน
พ.ต.อ.วิวัฒน์ กล่าวต่อว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเจอของกลางดังกล่าวเป็นซากศพทารกที่ผ่านพิธีกรรม จึงมั่นใจว่าเสียงเด็กร้องขอความช่วยเหลือที่ผู้คนได้ยินนั้น เป็นดวงวิญญาณของซากเด้กทารกเหล่านี้ เพราะไม่อยากจะไปต่างประเทศ จนส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนายโจว ผู้ต้องหารายนี้ได้ ขณะเดียวกันเมื่อตนเจอคดีลักษณะนี้จึงได้ใช้ประสบการณ์เมื่อครั้งจับเณรแอ ที่ตนเคยสืบจับมาทำคดีนี้ เพื่อขยายผลต่อ เนื่องจากนายโจวผู้ต้องหาสารภาพว่าในเบื้องต้นว่าเป็นพ่อค้าคนกลาง รับซื้อและขนซากเด็กทารกเหล่านี้เป็นครั้งที่ 2 โดยรับซื้อซากเด็กทารกทั้ง 6 ศพนี้ 2 แสนบาท เพื่อไปปล่อยขายให้กลุ่มคนที่ต้องการสร้างบารมี และมีความเชื่อว่าซากเด็กทารกที่ทำเป็นกุมารทองเหล่านี้จะเสริมดวงเสริมความร่ำรวยและอื่นๆ ในประเทศใต้หวัน ซึ่งนายโจวบอกว่าจะนำซากทารกเหล่านี้ไปปล่อยให้พวกยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ในใต้หวัน และมีทั้งบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ดารา รวมถึงนักการเมืองมาซื้อไป
"จากราคาที่ซื้อซากเด็กทารกเหล่านี้ตกซากละไม่กี่หมื่นบาท เมื่อนำไปขายในประเทศใต้หวันจะได้ซากละไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท แล้วแต่ความสมบูรณ์ และการลงอักขระของซากทารก จากนี้เป็นก็จะเป็นขั้นตอนการขยายผล เพราะเชื่อว่าซากทารกที่ผู้ต้องหาขนครั้งนี้อยู่ในประเทศไทยอย่างแน่นอน โดยมีขบวนการคนไทยร่วมด้วย และจะใช้ประสบการณ์เมื่อครั้งจับเณรแอมาทำการสืบสวน รวมทั้งจะแกะรอยของโทรศัพท์ของนายโจว เพื่อให้ทราบเส้นทางการติดต่อซื้อขาย ซึ่งในเร็วๆนี้จะมีความคืบหน้า และจะจับคนที่ทำพิธีกรรมกับซากเด็กทารกเหล่านี้มาดำเนินคดีให้ได้อย่างที่ตนได้จับเณรแอมาแล้ว" พ.ต.อ.วิวัฒน์ กล่าว



