ข่าว

 โอไอซีกับไทยและปัญหา‘ไฟใต้’

โอไอซีกับไทยและปัญหา‘ไฟใต้’

18 พ.ค. 2555

โอไอซีกับไทยและปัญหา‘ไฟใต้’ : วิถีมุสลิมโลก โดยศราวุฒิ อารีย์ [email protected]

              แม้การสังเกตการณ์สถานการณ์ ‘ไฟใต้’ รอบล่าสุดขององค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) จะเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่การติดตามสถานการณ์ดังกล่าวของโอไอซี ก็คงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องตราบใดที่ปัญหา ‘ไฟใต้’ ยังดำรงอยู่ ด้วยเหตุนี้ เราควรพิจารณาอย่างรอบคอบว่านับจากนี้ต่อไปไทยควรดำเนินความสัมพันธ์กับโอไอซี และโลกมุสลิมอย่างไรในปัญหา ‘ไฟใต้’
 
              ข้อเสนอแนะส่วนหนึ่งจากงานวิจัยของผมเรื่อง ‘นโยบายโอไอซีต่อปัญหาชนกลุ่มน้อยมุสลิม‘ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) คงมีประโยชน์บ้าง ดังนี้
 
              1.หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหา ‘ไฟใต้’ ต้องปรับทัศนคติและพยายามทำความเข้าใจในบทบาทของโอไอซีซึ่งเป็นการรวมตัวของกลุ่มประเทศมุสลิม 57 ประเทศ ที่มีหน้าที่ทางศาสนาในการดูแลช่วยเหลือประชาคมมุสลิม โดยเฉพาะประชากรมุสลิมชนกลุ่มน้อยในประเทศต่างๆ ที่ได้รับความทุกข์ยาก ภายใต้กรอบแนวคิดเรื่องประชาชาติอิสลาม (Islamic Ummah) ซึ่งคำนึงถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนตามหลักสากล และความเท่าเทียมเสมอภาคตามหลักการศาสนา
 
              2.ไทยควรให้ความสำคัญกับโอไอซี โดยอาจจัดให้มีหน่วยงานเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของโอไอซีอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ให้ความสำคัญเฉพาะตอนที่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนั้น ไทยควรมีตัวแทนพิเศษที่ประจำอยู่ในสำนักงานใหญ่โอไอซี และส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง ตามความเหมาะสมของวาระและโอกาส ทั้งนี้การประชุมระดับรัฐมนตรีทุกครั้งของโอไอซี จะมีการพิจารณาถึงปัญหาชนกลุ่มน้อยมุสลิม ซึ่งรวมถึงปัญหา ‘ไฟใต้’ หากไทยไม่ให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องสถานะของประชากรมุสลิมในประเทศอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้โอไอซีได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง จนทำให้ภาพลักษณ์ของไทยในสายตาของประชาคมมุสลิมโลกเสียหาย
 
              3.ทุกกรณีที่โอไอซีเข้ามามีบทบาท จุดเริ่มต้นเกิดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนของประเทศนั้นๆ ต่อประชากรชนกลุ่มน้อยมุสลิมอย่างเห็นได้ชัด ทั้งกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเชิงกายภาพ และการละเมิดสิทธิทางวัฒนธรรมความเชื่อหรือศาสนา ฉะนั้น ผู้ปฏิบัติงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหา ‘ไฟใต้’ โดยเฉพาะหน่วยงานความมั่นคง ต้องระมัดระวังในการจัดการกับปัญหา ซึ่งต้องหลีกเลี่ยงการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อการตีความว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ควรมีการศึกษาทำความเข้าใจเรื่องหลักสิทธิมนุษยชนอิสลามควบคู่กันไป เพราะการดำเนินความสัมพันธ์กับโลกมุสลิมในเรื่องปัญหา ‘ไฟใต้’ (ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่เป็นมุสลิม) ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจเรื่องหลักสิทธิมนุษยชนอิสลามควบคู่ไปกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล
 
              4.ไทยควรร่วมมือกับประเทศมุสลิมเพื่อนบ้าน เราควรให้ความสำคัญและรับฟังข้อเสนอที่มีเหตุผล ตลอดจนสร้างความร่วมมือและทำความเข้าใจในเรื่องสถานการณ์ นโยบาย และแนวทางการแก้ปัญหาความไม่สงบกับมาเลเซียอย่างจริงใจ เพราะมาเลเซียนอกจากจะเป็นประเทศสำคัญต่อการแก้ปัญหาภาคใต้ของไทย ทั้งในฐานะที่มีเขตแดนติดไทย ประชากรส่วนใหญ่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้และตอนเหนือของมาเลเซียมีลักษณะร่วมกันในโลกวัฒนธรรมมลายูแล้ว มาเลเซียยังเป็นมิตรประเทศที่มีบทบาทสำคัญในเวทีโอไอซีอีกด้วย
 
              ดังนั้น การแก้ไขปัญหาร่วมกันในสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างรัฐบาลไทยและมาเลเซีย ควรให้อยู่บนบรรทัดฐานและความเข้าใจที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
 
              5.ไทยไม่ควรปิดกั้นในเรื่องของการเข้ามาศึกษาข้อเท็จจริงของโอไอซี แต่ควรปรึกษาหารือร่วมกันถึงวิธีการศึกษาข้อเท็จจริง อันจะทำให้ฝ่ายไทยมั่นใจได้ว่า ผลสรุปจากการศึกษาจะสะท้อนออกมาอย่างมีความเป็นกลางและมีความน่าเชื่อถือ และนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างโอไอซีกับไทย ในการช่วยกันแก้ปัญหา ‘ไฟใต้’