
เล็งสอบกทม.ต่อสัญญาBTSไม่ชอบกม.
"ชูชาติ" เล็งสอบกทม.ต่อสัญญาบีทีเอส ไม่ชอบกฎหมาย ระบุทำอะไรไม่เคยบอก
วันที่ 17 พ.ค.55 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ช่วงกระทู้ถามสด กรณีการต่อสัญญารถไฟฟ้าบีทีเอส ว่า กรุงเทพมหานคร เป็นส่วนราชการที่อยู่ในสังกัดของกระทรวงมหาดไทย โดยประเด็นการต่อสัญญารถไฟฟ้าบีทีเอส โดยวิสาหกิจของกรุงเทพฯ คือ บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด กับบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี ทางกรุงเทพมหานครได้รายงานต่อกระทรวงมหาดไทยก่อนหรือไม่ และประเด็นดังกล่าวทางกระทรวงมหาดไทยรับทราบและได้อนุญาตหรือไม่
นายจิรายุ กล่าวต่อว่า สัญญาสัมปทาน ระหว่าง กรุงเทพฯ กับบริษัทบีทีเอสซี ข้อ 27.1 ระบุว่าหากบริษัทประสงค์จะขอให้กรุงเทพฯ ขยายอายุสัญญาสัมปทานดังกล่าว บริษัทต้องแจ้งความประสงค์ไปยังกรุงเทพมหานคร และในเวลาไม่มากกว่า 5 ปีและไม่น้อยกว่า 3 ปีก่อนวันสิ้นสุดสัญญา และต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐมนตรีมหาดไทยก่อน แต่สัปดาห์ที่ผ่านมามีการต่อสัญญาสัมปทานแล้ว ทั้งที่ยังไม่ครบตามที่สัญญากำหนดไว้
โดยนายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า กรณีการต่อสัญญาของกรุงเทพมหานคร ไม่ได้แจ้งกับกระทรวงมหาดไทย เพราะเขาถือว่าเขาเป็นอิสระ เมื่อมีประเด็นก็เอะอะ อ้างกฤษฎีกา ระบุให้เขาทำได้ อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครถือเป็นเมืองพิเศษที่มีความอิสระ แต่เขาคงลืมไปว่าต้องอยู่ภายใต้ของกฎหมาย ทุกอย่างที่กรุงเทพมหานครลงทุน ได้ใช้เม็ดเงินซึ่งเป็นภาษีของประชาชนทั่วทั้งประเทศ
“ผมไม่ได้เป็นนักกฎหมาย แต่ในด้านสัจธรรมทำไม่ได้ เพราะเงินที่ลงทุนเป็นเงินภาษีของประชาชน ในปี 2556 ใช้เงินอุดหมุนกว่าหมื่นล้านบาท วันนี้ไม่ถูกต้อง ในรายละเอียดตนไม่ได้ดูแลโดยตรง ดังนั้นผมขอเอกสาร เพื่อจะนำไปดำเนินการต่อไป” นายชูชาติ ชี้แจง
นายจิรายุ ถามคำถามที่ 2 ว่า เหตุที่กรุงเทพมหานคร ให้บริษัทกรุงเทพธนาคม ฐานะวิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร ไปทำสัญญากับบริษัทบีทีเอสซี แทนการทำสัญญาโดยตรงนั้น เป็นการเลี่ยงเงื่อนไขที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ (พ.ร.บ.ร่วมทุน) และ พ.ร.บ.ว่าด้วย ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (พ.ร.บ.ฮั้ว) ใช่หรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้ในความเห็นของกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานครสามารถทำได้หรือไม่
นายชูชาติ ชี้แจงว่า เรื่องนี้ ถือว่าผิด ที่ทุกหน่วยงานของรัฐอ้างคำตัดสินของกฤษฎีกา แต่มันขัดกับความรู้สึกของสังคม ตนขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบ คือ การประปาส่วนภูมิภาค จ้างบริษัทอีสวอร์เตอร์ แต่ในประเด็นของรถไฟฟ้าบีทีเอสในส่วนต่อขยายไปวงเวียนใหญ่ รัฐลงทุนทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อนายชูชาติ ได้อภิปรายถึงประเด็นนี้ มีส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายชื่นชอบ คงอุดม ส.ส.กทม., นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ ส.ส.ตรังได้ลุกประท้วง ว่า กระทู้ถามและการตอบกระทู้ดังกล่าว ผิดข้อบังคับการประชุม ข้อที่ 143 (5) เป็นการแสดงความเห็น และ(6) เป็นปัญหาด้านข้อกฎหมาย และไม่สามารถถามหรือตอบได้ แต่นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมวินิจฉัยว่าให้ถามและตอบได้ต่อไป
จากนั้นนายชูชาติ ชี้แจงต่อว่า ตนจะรับข้อซักถามนี้ไปหารือและมาตอบภายหลัง
ทั้งนี้นายจิรายุ ถามในข้อที่ 3 ต่อว่าการต่อสัญญาจ้างดังกล่าว จะกระทบต่อราคาค่าโดยสารในส่วนของรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายอื่นๆ เช่น สายบางซื่อ-บางใหญ่, สายหมอชิต-สะพานใหม่ และนโยบายเดินทางทุกสายราคาเดียวจะทำได้จริงหรือไม่ โดยนายชูชาติ กล่าวตอบว่า ว่า เรื่องนี้ถือเป็นข้อกฎหมาย ส่วนกรณีที่กรุงเทพมหานครไปทำสัญญาถือเป็นเอกสิทธิ์ แต่เขาอาจไม่เข้าใจว่าต้องปฏิบัติภายใต้กฎหมายเช่นเดียวกัน สำหรับประเด็นคำถามตนจะนำไป หากพบว่ามีการทำผิดกฎหมายจะดำเนินการให้เฉียบขาด



