ข่าว

นศ.ชิลีประท้วงต่อต้านระบบการศึกษา

นศ.ชิลีประท้วงต่อต้านระบบการศึกษา

17 พ.ค. 2555

นักศึกษาหลายพันคนของชิลี รวมทั้งคณาจารย์และสหภาพแรงงาน ประท้วงต่อต้านระบบการศึกษา

                     17 พ.ค.55 นักศึกษาชาวชิลีหลายพันคน ได้เดินขบวนประท้วงตามท้องถนนในกรุงซานติเอโก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพื่อหาทางยกเครื่องสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า เป็นหนึ่งในระบบการศึกษาที่ราคาแพงที่สุด และไร้ความยุติธรรมที่สุดในโลก

                     กลุ่มนักศึกษา , เหล่าคณาจารย์และพ่อแม่ผู้ปกครอง ได้เดินขบวนผ่านจตุรัส พลาซ่า อิตาเลียและนับเป็นการประท้วงล่าสุด หลังการเดินขบวนประท้วงต่อต้านระบบการศึกษาเดิม อันเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยจอมเผด็จการออกุสโต ปิโนเช่ต์ มากกว่า 40 ครั้ง เมื่อปีที่แล้ว

                     พวกที่ร่วมเดินขบวน ได้ร้องเพลงและร้องตะโกนไปตามถนนหลายสายในกรุงซาติเอโก ที่มุ่งไปยังศูนย์วัฒนธรรม โดยระบุว่า พวกเขาจะแสดงพฤติกรรมต่อต้านต่อไป เนื่องจากสิ่งที่พวกเขาเคลื่อนไหวไม่ได้รับการแก้ไข พร้อมยืนยันว่า มีคนเข้าร่วมถึง 1 แสนคน แต่ตำรวจไม่ได้ยืนยันตัวเลขดังกล่าว

                     การเคลื่อนไหวของนักศึกษา ได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์และสหภาพแรงงาน ที่ร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาลของประธานาธิบดีเซบาสเตียน ปิเนร่า ยกเครื่องระบบการศึกษาเพื่อเป็นหลักประกันว่า ระบบการศึกษาของรัฐจะฟรีและมีคุณภาพสำหรับชาวชิลีทุกคน แต่รัฐบาลกลับไม่สามารถตอบสนองข้อเรียกร้องพื้นฐานของนักศึกษาได้

                     ระบอบของจอมเผด็จการปิโนเช่ต์ ที่ยุติลงเมื่อทศวรรษที่ 1990 ได้ตัดลดงบประมาณด้านการศึกษาของรัฐลงจนเหลือไม่ถึงครึ่ง การประท้วงบางครั้งเมื่อปีที่แล้ว มีผู้เข้าร่วมมากกว่า1 แสนคน ทำให้กลายเป็นการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ นับตั้งแต่สิ้นสุดยุคเผด็จการ แต่ก็มีบางครั้งที่บานปลายกลายเป็นความรุนแรงระหว่างนักศึกษาและตำรวจ

                     การประท้วงที่ซานติเอโก เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ได้สิ้นสุดลงด้วยการจับกุมผู้เข้าร่วมอย่างน้อย50 คน หลังจากมีรายงานว่านักศึกษาก่อเหตุรุนแรงประมาณ 5 พันคน ประธานาธิบดีปิเนร่าได้เสนอให้เอาธนาคารของเอกชนออกจากระบบการกู้ยืมเพื่อการศึกษาของนักศึกษา และตั้งองค์กรของรัฐขึ้นมาบริหารเงินกู้เพื่อการศึกษาแทน

                     แต่ระบบดังกล่าวก็ต้องเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงถึง 6 เปอร์เซ็นต์ โดยที่รัฐบาลสัญญาว่าจะลดลงให้เหลือ 2 เปอร์เซ็นต์ และให้นักศึกษาจ่ายขั้นต่ำในวงเงิน 10 เปอร์เซ็นต์ ของ
เงินเดือนที่พวกเขาได้รับในแต่ละปี เพื่อเป็นการใช้หนี้เมื่อพวกเขาได้เข้าไปอยู่ในโลกของคนทำงานแล้ว