
รับตัว9ผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับไทย
ตำรวจ ปอศ. รับตัว 9 ผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขบวนการหลอกโอนเงินข้ามชาติ ที่ถูกทางการจีนจับกุมกลับไทย
วันที่ 17 พ.ค.55 เมื่อเวลา 03.00 น. พันตำรวจเอก สถิต พรมอุทัย ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ. พร้อมด้วยตำรวจท่องเที่ยวท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เดินทางมาที่อาคารผู้โดยสารขาเข้าชั้น 2 สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อคุมตัว 9 ผู้ต้องหาชาวไทย เป็นหญิง 3 คนชาย 6 คน ซึ่งเป็นขบวนการหลอกโอนเงินข้ามชาติ หรือ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ถูกทางการของเมือง ตงกวน มณฑล กวางตุ้ง ประเทศจีน จับกุมเอาไว้ได้เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมาโดยทั้ง 9 คนถูกจับกุมได้ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ของเมืองตงกวน มณฑล กวางตุ้ง บุกเข้าทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังได้รับเบาะแสของแก๊งดังกล่าวจากตำรวจไทย ว่าตั้งแต่เดือน มีนาคม 2555ที่ผ่านมา แก๊งดังกล่าวซึ่งมีฐานอยู่ในเมืองกวางตุ้ง ได้โทรศัพท์มาหลอกคนไทยให้โอนไปยังประเทศจีน มีผู้ถูกหลอก 210 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 150 ล้านบาท นอกจากคนไทย 9 คนแล้ว ยังมีชาวจีน 1 คนและชาวไต้หวันอีก 1 คนร่วมขบวนการอยู่ด้วย หลังที่จับกุมทางการจีนได้ควบคุมตัวมายังท่าอากาศยานไป่หยุนในนครกวางโจว ส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอศ. ของไทยที่เดินทางไปรับตัว และเดินทางกลับมายังประเทศไทยด้วย
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พันตำรวจเอก สถิต พรมอุทัย ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ. เปิดเผยว่า กลุ่มคนไทยทั้ง 9 คน เป็นผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทำงานอยู่ที่เมือง ตงกวน มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน โดยพฤติกรรมจะมีหัวหน้าชาวไต้หวัน จะให้ผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นผู้กดโทรศัพท์สุ่มตามบ้านของเหยื่อในประเทศไทย เมื่อมีผู้รับพนักงานผู้หญิงก็จะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรศัพท์มาเพื่อแจ้งว่ามีการกดเงินจากตู้เอทีเอ็มตามสถานที่ต่าง ๆ เมื่อผู้เสียหายตอบปฏิเสธก็จะอ้างว่าบัญชีอาจถูกขโมยไปใช้ฟอกเงิน หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากนั้นจะมีเสียงผู้ชายโทรศัพท์มาอีกครั้งอ้างว่าเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตรสังกัดกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ.บ้าง หรือเป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ บ้าง
ซึ่งหลังจากเหยื่อหลงเชื่อก็จะแจ้งว่าตรวจสอบไม่พบว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่บัญชีถูกอายัดไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อป้องกันการขโมยใช้อีก ซึ่งผู้เสียหายไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ ก็จะหลอกให้ไปที่ ตู้ เอทีเอ็ม ป้อนข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษโดยอ้างว่า เพื่อปลดล็อคบัญชี แต่แท้จริงเป็นการหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีของแก๊งคอลเซนเตอร์เหล่านี้ ซึ่งหลังถูกจับกุม ทางการจีนได้ดำเนินคดีกลุ่มคนไทยทั้ง 9 คนนี้ ในข้อหา เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พร้อมประสานทางการไทยให้ไปรับตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะเดียวกันซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหา ได้อ้างว่า ถูกหลอกให้ไปทำงานที่ประเทศจีย ทั้งที่ไม่อยากทำ แต่จำเป็นต้องทำเพราะไม่สามารถเดินทางกลับได้ ทำได้เพียงรอให้เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม จึงกลับประเทศไทยได้ จึงอยากเตือนให้ทุกคน อย่าหลงเชื่อผู้ที่ชักชวนให้ไปเที่ยวต่างประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เนื่องจากเป็นการหลอกลวงให้ไปทำงานในลักษณะนี้
เบื้องต้น ตำรวจได้คุมตัว 9 ผู้ต้องหาชาวไทยไปควบคุมตัวกองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ. เพื่อสอบสวนว่า กระทำผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงหรือไม่ รวมทั้ง ถูกหลอกให้ไปทำงาน หรือ สมัครใจ เนื่องจากบางรายมีประวัติการเดินทาง ระหว่างไทยกับประเทศจีน บ่อยครั้ง หากพบว่า กระทำผิดจริงก็จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย สำหรับประชาชนรายใดที่เคยถูกหลอกลวงในลักษณะนี้ ขอให้ไปแจ้งความที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ.ได้ทันที เพื่อเป็นข้อมูลขยายผลไปจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป



