
นับถอยหลังวันกระชับพื้นที่19พ.ค.53
นับถอยหลังวันกระชับพื้นที่ 19 พฤษภาคม 2553 : ประชาธิปไตยที่รัก โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])
ความจริงบางอย่างคนเราก็ไม่อยากเห็น ไม่อยากได้ยิน
แต่ความจริงก็คือความจริง
ความจริงกับความจริงเพื่อการปรองดองไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป
ดังนั้น คนเราก็ต้องมีความกล้าหาญที่จะยอมรับความจริงหลายๆ ชุด
มันไม่ถึงกับตายหรอกครับ เพราะที่ตายน่ะตายไปแล้ว
และถามตรงๆ ก็คือ ที่เหลือเนี่ยคงไม่มีใครกล้าให้โทษตายหรอกครับ
ใจเย็นๆ ไม่ต้องเครียดมาก...
สองปีที่ผ่านมา เรื่องราวเกี่ยวกับความจริงมากมายเกิดขึ้น จนถึงวันนี้และจนถึงวันหน้า ผมก็คิดว่าความจริงทั้งหมดคงจะค่อยๆ ทยอยออกมา
ผมพยายามคิดว่าเราจะมีโอกาสอะไรไหมที่จะทำให้เกิดการบันทึกความจริงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเปิดกว้าง
ไม่ว่าความจริงนั้นจะเข้าข้างใครหรือไม่
แม้ว่าข้างที่เรายืนอยู่นั้นอาจจะมีความจริงบางอย่างที่เป็นบวก
และอีกข้างนั้นก็มีความจริงบางอย่างที่เราต้องพยายามยอมรับเช่นกัน
ผมอยากจะเขียนเรื่องนี้เอาไว้ให้เราคิดกันว่าอย่างน้อยความจริงในวันนั้นและในช่วงเหตุการณ์นั้นมีหลายระดับ
หนึ่ง ความจริงระดับที่เป็นความจริงที่แยกขาดจากทุกคน เป็นความจริงในระดับที่เราเชื่อว่าทุกคนน่าจะหรือควรจะเข้าถึงความจริงชั้นนี้
ซึ่งเอาเข้าจริงอาจเป็นไปได้ว่าไม่มีใครเข้าถึงความจริงในชั้นนี้ได้ ทั้งที่เป็นอุดมคติในการค้นหาความจริง และในการบันทึกความจริงเป็นประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์
สอง ความจริงในระดับที่เราต้องกล้ายอมรับเช่นกัน ในแง่ที่ว่า อาจมีความเป็นไปได้ว่าในการตัดสินใจของแต่ละฝ่ายนั้น ต่างก็ไม่ได้มีความจริง หรือข้อมูลที่สมบูรณ์ และการตัดสินใจของแต่ละฝ่ายนั้นทำไปด้วยข้อมูลที่ตนมี แต่อาจไม่ใช่ข้อมูลและความจริงทั้งหมด
ความคิดว่าความจริงในระดับนี้ต่างหากที่เป็นความจริงที่เป็นอุดมคติเช่นกัน และเป็นความจริงเพื่อความปรองดองที่ไม่ค่อยมีใครขยายความถึงเท่าไหร่ ทั้งที่หัวใจสำคัญของเรื่องนั้นอยู่ที่ว่า ไม่มีใครคิดร้ายกับใคร (นี่ก็คืออุดมคติ) แต่ทำไปด้วยความเชื่อมั่นในเป้าหมายของตนและเท่าที่ข้อมูลและข้อจำกัดของตนจะมี
ผมอยากเห็นสังคมไทยไปถึงจุดนี้ แต่ไม่รู้จะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน
สาม ความจริงในระดับนี้คือความจริงในระดับที่เราสามารถล่วงรู้ไปได้ว่า แต่ละฝ่ายนั้นล่วงรู้ความจริงในระดับที่หนึ่ง หรือรู้ความจริงในระดับที่สอง (เพราะเข้าไม่ถึงระดับที่หนึ่ง) แต่ด้วยอคติบางประการจึงพยายามปกปิดกับผู้อื่นเอาไว้ หรือให้ข้อมูลกับผู้ที่อยู่ในฝ่ายของตัวเองอย่างไม่ถูกต้อง
นี่แหละครับเป็นเรื่องท้าทาย ไม่ใช่แค่ในเรื่องของการสืบค้นความจริง (ในแบบที่หนึ่ง) เท่านั้น แต่ท้าทายตัวผู้ที่ตัดสินใจ และท้าทายผู้ที่ยึดมั่นถือมั่นของแต่ละฝ่ายด้วยว่า เมื่อเราทราบว่าผู้นำ/ผู้ตัดสินใจของเรานั้นได้กระทำเช่นนั้นไป เราจะมีท่าทีกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาอย่างไร
และอย่าลืมความจริงขั้นที่สี่ นั่นก็คือความจริงในขั้นของตัวพวกเราเองที่ไม่ใช่ผู้นำ/แกนนำ แต่ก็เป็นผู้ที่ตัดสินใจเช่นกัน เราคงต้องลองสำรวจตัวเราด้วยว่าเวลาที่เรามีท่าทีหรือกระทำการใดๆ ในห้วงเวลานั้น เราได้เผื่อใจและเข้าใจความจริงมากน้อยแค่ไหน นี่ก็คือเรื่องของความจริงเพื่อความปรองดองเช่นกัน
ความจริงคงต้องปรากฏทุกระดับนั่นแหละครับ ถึงจะเดินหน้าแล้วอยู่ร่วมกับ "มัน" ได้



