ข่าว

คลี่ปม'ยกแก๊ง'พ.ต.อ.ปล้นเงินธนาคาร

คลี่ปม'ยกแก๊ง'พ.ต.อ.ปล้นเงินธนาคาร

17 พ.ค. 2555

คลี่ปม'ยกแก๊ง'พ.ต.อ.ปล้นเงินธนาคาร : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ

               หลังจากใช้เวลาในการสืบสวนสอบสวนนานกว่า 1 เดือน ในที่สุดตำรวจภูธรภาค 1 ก็สามารถติดตามจับกุม 3 ใน 6 คนร้าย ที่ร่วมกันปล้นรถขนเงินของธนาคารกสิกรไทย เหตุเกิดที่หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาอินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาได้ และยังขยายผลจนทราบว่า การปล้นครั้งนี้มีผกก.สภ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร เป็นผู้สั่งการ
 
               คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะพนักงานขนเงินของธนาคารกสิกรไทยขับรถเข้าไปจอดที่หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาอินทร์บุรี ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสุขาภิบาล 1 ทางเข้าตลาดอินทร์บุรี เพื่อรับ-ส่งเงิน ได้มีคนร้าย 4 คน ใช้รถกระบะเป็นพาหนะ ขับเข้ามาจอดประชิดแล้วใช้ปืนอาก้าและปืนขนาด 9 มม.กระหน่ำยิงใส่พนักงานขนเงินจนบาดเจ็บสาหัส 1 คน ก่อนจะชิงเอาถุงบรรจุเงินสดกว่า 2 ล้านบาทหลบหนีไป
 
               หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. และ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.ภ.1 เข้าควบคุมสั่งการในการติดตามไล่ล่าคนร้ายอย่างใกล้ชิด โดยมอบหมายให้ตำรวจชุดสืบสวน บก.สส.ภ.1 ร่วมกับฝ่ายสืบสวน บก.ภ.จว.สิงห์บุรี และฝ่ายสืบสวนของ สภ.อินทร์บุรี ไล่เรียงตรวจสอบกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางที่พนักงานขนเงินของธนาคารกสิกรไทยขับรถผ่าน โดยไล่ตั้งแต่ธนาคารกสิกรไทย สาขานครสวรรค์ มาถึงธนาคารกสิกรไทย สาขาบางระจัน กระทั่งถึงธนาคารกสิกรไทย สาขาอินทร์บุรี ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ
 
               จากการตรวจสอบภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดพบว่า ตลอดเส้นทางที่รถขนเงินของธนาคารกสิกรไทยขับผ่าน มีรถกระบะอีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ และรถยนต์ฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด ขับติดตามอยู่ห่างๆ กระทั่งมาถึงหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาอินทร์บุรี คนร้ายจึงลงจากรถกระบะปฏิบัติการปล้นโดยมีรถยนต์ฮอนด้าทำหน้าที่คุ้มกัน
 
               ระหว่างชุดสืบสวนกำลังไล่เรียงภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด ก็ได้รับเบาะแสจากสายลับยืนยันว่า ปฏิบัติการปล้นอุกอาจครั้งนี้มีนายนิรุธ เพชรรัตน์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฆาตกรรมในพื้นที่ สภ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ รวมอยู่ด้วย ชุดสืบสวนจึงประสานไปยังพนักงานสอบสวน สภ.พยุหะคีรี เพื่อนำหัวกระสุนขนาด 9 มม. ที่คนร้ายใช้ยิงผู้เสียชีวิตในคดีดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับหัวกระสุนขนาด 9 มม. ที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุคดีปล้นรถขนเงิน พบว่าเป็นหัวกระสุนที่ยิงมาจากปืนกระบอกเดียวกัน
 
               ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบประวัติของนายนิรุธและผู้ใกล้ชิดจำนวนหนึ่ง ทราบว่า เป็นคนสนิทของผู้กว้างขวางรายหนึ่งใน จ.อุทัยธานี โดยห้วงเวลาเกิดเหตุนายนิรุธและกลุ่มเพื่อนสนิท อยู่ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ไล่เรียงมาถึง จ.สิงห์บุรี ตำรวจจึงนำภาพถ่ายของนายนิรุธและกลุ่มเพื่อนมาให้พยานดู ได้รับการยืนยันว่าคนร้ายที่ลงมือปล้นมีรูปพรรณสัณฐานคล้ายกับนายนิรุธและกลุ่มเพื่อน
 
               ตำรวจจึงกระจายกำลังออกติดตามหาตัวนายนิรุธและกลุ่มเพื่อน กระทั่งสามารถควบคุมนายคมกริช กล้าณรงค์ อายุ 28 ปี ซึ่งหลบหนีอยู่ในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้ จากการสอบสวนนายคมกริชรับสารภาพว่า ร่วมอยู่ในทีมปล้นรถขนเงินธนาคารกสิกรไทย โดยทำหน้าที่ขับรถกระบะคันที่ใช้ก่อเหตุ ขณะที่ทีมปล้นประกอบด้วย นายนิรุธ เพชรรัตน์ อายุ 37 ปี นายแมน (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี และนายพรชัย พูลเกษม อายุ 27 ปี ส่วนทีมสั่งการคือพ.ต.อ.พิจิตร กรมประสิทธิ์ ผกก.สภ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร จ.ส.ต.นารายณ์ ทิพย์ปรีชาธร ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จว.นครสวรรค์ และนายศิวัช วารี อายุ 31 ปี ทำหน้าที่จัดหาอาวุธ
 
               "นายคมกริชอ้างว่าในวันเกิดเหตุเขาทำหน้าที่ขับรถกระบะ นายนิรุธเป็นผู้ใช้ปืนอาก้ายิงใส่พนักงานขนเงิน โดยมีนายพรชัยใช้ปืนขนาด 9 มม.ช่วยยิง นายแมนทำหน้าที่ชิงถุงเงิน พ.ต.อ.พิจิตร ทำหน้าที่ขับรถยนต์ฮอนด้าแอคคอร์ดตามคุ้มกัน ส่วนนายศิวัช และ จ.ส.ต.นารายณ์ ไม่ได้เดินทางมาด้วย โดยหลังปฏิบัติการปล้นได้แบ่งเงินกันในพื้นที่ จ.นครราชสีมา โดยพ.ต.อ.พิจิตรได้เงินไปกว่า 1 ล้านบาท" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 บอก
 
               แหล่งข่าวในชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 บอกด้วยว่า คำให้การของนายคมกริชสอดคล้องกับการสอบปากคำพยานแวดล้อม รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เก็บได้ในสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อทำสำนวนเสนอขออำนาจจากศาลจังหวัดสิงห์บุรีพิจารณาออกหมายจับทีมปล้นครั้งนี้ได้หมดทุกคนแล้ว โดยจนถึงขณะนี้สามารถจับกุมได้แล้ว 3 คน คือนายพรชัย นายคมกริช และนายนิรุธ ส่วนที่เหลืออีก 3 คน อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม
 
               หลัง พ.ต.อ.พิจิตร ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีปล้นรถขนเงินธนาคารกสิกรไทย ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" พยายามติดต่อทางโทรศัพท์หมายเลข 081-888-36xx ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือที่ พ.ต.อ.พิจิตร ใช้อยู่เป็นประจำ ปรากฏว่า พ.ต.อ.พิจิตรรับสายแต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ก่อนจะตัดสายโทรศัพท์ทิ้งทันที


(หมายเหตุ : คลี่ปม'ยกแก๊ง'พ.ต.อ.ปล้นเงินธนาคาร : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)