
พฤติการณ์น่ารังเกียจ
พฤติการณ์น่ารังเกียจ : เลียบค่าย โดย ทัศชยันต์ วาหะรักษ์ ([email protected])
คุณผู้อ่านคงจำได้ เมื่อหลายเดือนก่อน ตำรวจแถวๆภาคอีสานยิงหนุ่มอนาคตไกลเสียชีวิตคารถยนต์เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเอเย่นต์ค้ายาบ้า
พอรู้ความจริงแทนที่จะละอายต่อบาปที่ฆ่าผู้บริสุทธิ์ กลับสร้าง "พฤติการณ์น่ารังเกียจ" ขึ้น โดยพยายามจัดฉากสร้างมลทิลให้ผู้ตาย แล้วตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ สรรสร้างละครน้ำเน่า แหกตาผู้เป็นนาย
ซึ่งไม่รู้ว่าผู้เป็นนายโง่เขลาเบาปัญญาด้วยความสัตย์จริง หรือแกล้งโง่เพราะมีบางสิ่งบางอย่างปิดหูปิดตา จึงหลับหูหลับตาเชื่อลูกน้องโดยไม่ทันจะตรวจสอบความจริงให้กระจ่าง ก็ทำ "พฤติการณ์น่ารังเกียจ" โดยการกางปีกป้องลูกน้องอย่างเต็มที่ว่า ทำถูก...ทำต้อง...ไม่มีความผิด
สาเหตุที่ต้องไล่ยิงชาวบ้านราวกับฉากหนึ่งของภาพยนต์ฮอลลีวู้ด ก็เพราะผู้ตายขัดขืนการจับกุม
ต่อมาครอบครัวผู้ตายเดินสายเรียกร้องขอความเป็นธรรมกับหลายหน่วยงาน จนเกิดกระบวนการตรวจสอบจนมีหลักฐานเชื่อได้ว่าน่าจะเป็นการยิงผิดตัว จนกลายเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาหนาหู "ตำรวจใหญ่" ไม่น่าหูเบาเชื่อลูกน้องจนหลงลืมความเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นคุณสมบัติขั้นพื้นฐาน ที่ข้าราชการระดับสูงพึงมี
ผมคาดหวังว่าเหตุการณ์ในวันนั้นจะเป็นกรณีตัวอย่าง ที่ตำรวจผู้นำหน่วยทั้งหลายแหล่จะหยิบมาเป็นบทเรียนเตือนใจที่
แต่เพียงไม่กี่เดือนก็เกิดเหตุซ้ำ ตำรวจในภาคกลางจับผู้ต้องหาผิดตัว แทนที่ตำรวจผู้นำหน่วยจะพึงระวัง กลับกระทำ "พฤติการณ์อันน่ารังเกียจ" ซ้ำ
เพราะหลังเรื่องราวความชุ่ยเปิดเผยไม่นาน นายตำรวจใหญ่ระดับผู้นำหน่วย ก็กางปีกป้องลูกน้องสุดลิ่มทิ่มประตู แถมยังคำรามจะใช้กฎหมายสารพัดข้อหาเอาผิดผู้ที่เปิดเผยเรื่องราวความเน่าเฟะที่เกิดขึ้น
แทนที่จะสืบสาวราวเรื่องให้กระจ่าง!
กรณีที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้สลับซับซ้อน เพียงตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือก็สามารถแยกแยะตัวบุคคลได้ ฉะไหนไม่ทำ? จนเกิดมั่วซั่วจับผิดฝาผิดตัว
ผมไม่ได้มีอคติกับคุณตำรวจ แต่อยากให้ใช้ความละเอียดรอบคอบในการทำคดี เรื่องไหนใครก่อ ก็ให้ว่ากันไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่ใช่มั่วซั่วจับใครต่อใครให้เสียอิสรภาพ ทั้งที่ไม่ได้ทำผิด
ทั้งสองกรณี สิ่งที่นายตำรวจระดับผู้นำหน่วยควรกระทำคือ ต้องสืบสาวราวเรื่องให้ได้ว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นไปอย่างที่ผู้เสียหายเขาร้องเรียนหรือไม่ แล้วหาทางสางปัญหาด้วยใจเที่ยงธรรม ไม่ใช่ยืนกระต่ายขาเดียว
"ลูกน้องทำถูก...ทำต้อง...และทำดีที่สุดแล้ว..."



