
ฝนถล่มกรุงฝั่งธนฯท่วมเร่งระบายน้ำลงคลองไม่ทัน
ฝนกระหน่ำกรุงทำฝั่งธนฯท่วมขังหลายชั่วโมง กทม.ระบายลงคลองไม่ทัน คาดหลัง พ.ค.นี้ฝนเริ่มซาแต่ระลอกใหม่จะกลับมาอีก ส.ค.-ก.ย.นี้ พายุฝนกระหน่ำกาญจน์น้ำป่าไหลท่วมขัง 4 อำเภอ ปภ.เชียงใหม่ ตั้งกองอำนวยการเฉพาะกิจ รับมือน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม ชาววังชิ้นพร้อมอพยพห
นายชาญชัย วิทูรปัญญากิจ ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ ( สนน .) กทม. เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝนตกและน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯ หลังจากที่มีปริมาณฝนตกติดต่อกันมาตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 14 พ . ค . จนถึงช่วงบ่ายวันที่ 15 พ.ค.ว่า ปริมาณฝนในกรุงเทพฯนั้นพบว่ามีฝนตกสูงสุดในพื้นที่ฝั่งธนฯ โดยเขตทุ่งครุ ตกสูงสุดประมาณ 155 มิลลิเมตร / ชั่วโมง และเขตบางขุนเทียนประมาณ 148 มิลลิเมตร / ชั่วโมง เมื่อช่วงประมาณ 04.00 น. ทำให้มีน้ำท่วมขังอยู่จนถึงช่วงบ่าย อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างไกลจากคูคลองต่าง ๆ จึงไม่สามารถระบายน้ำออกได้ทัน ขณะที่ระดับน้ำในคลองต่าง ๆ ขณะนี้ก็อยู่ในปริมาณที่เต็มคลองเกือบทุกแห่ง คาดว่าต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการระบายน้ำออกจากพื้นที่หมด
ส่วนในฝั่งพระนครนั้นมีปริมาณฝนตกไม่หนักมาก มีน้ำท่วมขังถนน แต่ใช้เวลาในการระบายเพียง 1 ชั่วโมงก็สามารถลดปริมาณน้ำได้หมด ส่วนปริมาณน้ำในคลองยังสามารถรองรับน้ำเพิ่มได้อีก อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์สถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องในช่วงนี้ว่า หลังจากช่วงกลางเดือน พ.ค.นี้ไป ร่องความกดอากาศต่ำจะพัดผ่านกรุงเทพฯ ไป ทำให้ปริมาณฝนตกหนักนั้นขาดช่วงไป และจะกลับมาตกอีกครั้งในช่วงฤดูฝน คือเดือน ส.ค.-ก.ย.
พายุฝนกระหน่ำกาญจน์น้ำป่าไหลท่วมขัง4อำเภอ
จากการที่มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ในจังหวัดกาญจนบุรี ดังนั้น วันที่ 15 พ.ค.เมื่อเวลา 16.30 น. นายไชโย ฤทธิรงค์ ปภ.กาญจนบุรี ได้เปิดเผยเกี่ยวกับผลกระทบจากพายุฝนตกที่ในพื้นที่จ.กาญจนบุรีสว่า ว่า “ เนื่องจากใน 2-3วันนี้มีฝนตกหนักจึงทำให้หลายพื้นที่กาญจนบุรี ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในหลายพื้นที่ รวม 4 อำเภอ
ฃ
ทั้งนี้ที่ อ.บ่อพลอย ในพื้นที่ 5 ตำบล คือ ต. ช่องด่าน,ต.บ่อพลอย,ต.หนองกุ่ม,ต.หลุมรัง,ต.หนองรี และ ต.หนองกร่าง เกิดภาวะน้ำป่าไหลหลากเอ่อไหลท่วมบ้านเรือนอาคารสิ่งปลูกสร้างเสียหาย 22 หลัง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 887ไร่ ถนนเสียหาย 96 สาย ส่วนที่ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เกิดน้ำท่วมจำนวน 7 ตำบล คือ ต. พระแท่น, ต.หนองลาน,ต.ตะคร้ำเอน,ต.ท่ามะกา,ต. ดอนชะเอม,ต.สนามแย้ และ ต.ดอนขมิ้น มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน1,402 คน พื้นที่และทรัพย์สินทางการเกษตรเสียหาย 1,725 ไร่ สะพานเสียหาย 1 แห่ง
ส่วนอำเภอที่อ.หนองปรือ น้ำท่วมพื้นที่ 3 ตำบล คือต.หนองปรือ,ต. หนองปลาไหล,ต.สมเด็จเจริญ มีราษฎรได้รับความเดือดร้อนจำนวน 3,085 คน จำนวน 730 ครัวเรือน ถนนเสียหาย 30 สาย และที่ อ.เมืองกาญจนบุรี เกิดฝนตกหนักมีน้ำท่วมในพื้นที่ หมู่ที่ 1 ต. เกาะสำโรง ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 40คน จำนวน 11 ครัวเรือน พื้นที่และทรัพย์สินทางการเกษตรเสียหาย 87 ไร่
นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ รอง ผวจ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ในส่วนของความเสียหายจากฝนตผหนักที่เกิดขึ้น ตนได้สั่งการให้ ปภ.กาญจนบุรีได้ประสานงานกับทางส่วนราชการในพื้นที่ทั้งฝ่ายปกครองอำเภอต่างๆได้รวมทั้งได้ประสานอปท.ในทุกแห่งได้เข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือนร้อนในเบื้องแล้ว โดยการนำน้ำดื่มและอาหารแห้งไปแจกและนำเครื่องสูบน้ำไปช่วยเหลือในการสูบน้ำออกจากพื้นที่สถานการณ์ส่วนหนึ่งได้บรรเทาแล้ว
ปภ.เชียงใหม่ตั้งกองอำนวยการเฉพาะกิจรับมือน้ำป่าไหลหลาก
นายประจญน์ ปรัชสกุล ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยภาย หลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภัยฝนตกหนักในหลายพื้นที่รวมถึงจังหวัดเชียงใหม่ว่า ผู้ว่า ราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้ออกประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เชียงใหม่ แจ้งเตือนไปยังทุกพื้นที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเตรียมเครื่องมือ กำลังเจ้าหน้าที่กู้ ชีพกู้ภัย ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือในทันทีหากหากเกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม พร้อมจัดเตรียมแผนอพยพราษฎรและให้มิสเตอร์เตือนภัยที่กระจายอยู่ทุกพื้นที่กว่า 2,000 คน เฝ้า ตรวจสอบปริมาณน้ำฝนเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตามแม้ขณะนี้จะมีฝนตกเฉลี่ยที่ 40 มิลลิเมตร ซึ่งยังไม่ถึงเกณณฑ์ฝนตกหนักที่ 50 มิลลิเมตรขึ้นไป แต่ ปภ.เชียงใหม่ ได้เสนอไปยังนายอมรพันธ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มีคำสั่งตั้งกองอำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขอุทกภัย วาตภัย และ โคลนถล่ม เนื่องจากพบว่ามี หลายพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมดินเริ่มอิ่มตัวจนอาจถล่มสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของ ประชาชนได้ โดยหลังจากได้รับการอนุมัติจะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทันที
ชาววังชิ้นพร้อมอพยพหนีน้ำป่าหวั่นซ้ำรอยปี 44
นายดำรงค์ เจริญจิต ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.วังชิ้น จ.แพร่ กล่าวถึงความพร้อมในการรับมือน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม หลังจังหวัดแพร่ได้ประกาศให้อำเภอวังชิ้นเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยในช่วงฤดูฝนว่า ในวันที่ 20 เม.ย. จะมีการฝึกซ้อมแผนการช่วยเหลือและอพยพราษฎรในพื้นที่จริง คือ ตำบลสรอย ซึ่งมี 9 หมู่บ้าน เคยประสบกับเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากในปี 2544 จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 40 คน พร้อมทั้งให้ อบต. ในพื้นที่เตรียมความพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและอุปกรณ์เครื่องมือให้พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องแล้ว 4 วัน แต่ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงไม่ได้หวั่นวิตก แต่ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ โดยหากประกาศแผนอพยพสามารถออกจากพื้นที่ไปยังจุดที่เตรียมไว้ได้ในทันที



