ข่าว

พท.ยื่นกมธ.ปปช.สอบกทม.ต่อสัญญาBTS

พท.ยื่นกมธ.ปปช.สอบกทม.ต่อสัญญาBTS

16 พ.ค. 2555

พท.ยื่น กมธ.ป.ป.ช.สอบ 'สุขุมพันธุ์'ต่อสัญญารถไฟฟ้า

               เมื่อเวลา 10.30 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สส.กทม.พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นเรื่องต่อ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการทำสัญญาจ้างระหว่างบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด(เคที) กับบริษัทขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) (บีทีเอส)

                นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า คณะทำงานพรรคเพื่อไทยเห็นว่ากรณีดังกล่าวอาจเป็นการกระทำขัดต่อ พรบ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ และ พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ในขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เหลือวาระดำรงตำแหน่งอีกเพียง 8 เดือน การลงนามในสัญญาแบบเร่งรีบอาจเข้าข่ายกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้ จึงขอให้คณะกรรมาธิการฯตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการทางกฎหมายต่อไป ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นการเมือง แต่พรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ว่ากทม.พยายามบิดเบือนว่าเป็นการดิสเครดิตก่อนจะมีการเลือกตั้ง

                นายจิรายุ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นการทำนิติกรรมอำพราง แบ่งงานกันทำเป็นขั้นตอน และอาจกลายเป็นโมเดลให้ส่วนราชการอื่นทำตามต่อไป เช่น กระทรวงกลาโหมอาจตั้งบริษัทรถถังขึ้นมา หรือเป็นบริษัทคมนาคม จำกัด หรือบริษัทพัฒนาสังคมจำกัด ถือว่าเป็นอันตรายต่อประเทศ แล้วผู้ว่ากทม.ทราบหรือว่าบ้านเมืองในอีก 17 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร หรือรู้ได้อย่างไรว่าบริษัทนี้ดีที่สุดในโลก เพราะอาจมีบริษัทอื่นจัดการเดินรถที่ดีกว่าก็ได้ เรื่องนี้ผลประโยชน์ไม่ได้ตกอยู่กับประชาชน แต่คนที่ใช้รถไฟฟ้าจะเห็นอยู่ทั่วไปว่ามีป้ายโฆษณาอยู่ตามสถานีต่างๆ ซึ่งมีผลประโยชนร์มหาศาล ในเมื่อฝ่ายค้านคือพรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล พวกตนก็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของกทม. และอยากให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ชี้แจงกับประชาชนเอง ไม่ใช่ให้ลูกน้องชี้แจงแทน ไม่เช่นนั้นท่านก็ไม่ใช่เบอร์ 1 ของกทม. อย่าเอาอนาคตมาพูดในปัจจุบัน เพราะอีก 17 ปี ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ อายุเกือบ 100 ปี ใครจะไปตามตรวจสอบได้

                ด้านพล.ต.ท.วิโรจน์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องผลประโยชน์ของบ้านเมือง ไม่ใช่เรื่องการเมือง ขนาด นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯยังยื่นญัตติให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าวเอง ดังนั้นจะรวมทั้ง 2 คำร้องมาพิจารณาร่วมกัน โดยจะตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา รักษาผลประโยชน์ประเทศ ส่วนข้อชี้แจงของทางกทม.ว่ามีอำนาจตามกฎหมายสามารถดำเนินงานได้นั้น เราก็รับฟัง โดยจะเชิญ ผู้บริหารกทม. ผู้บริหารบริษัทเคที ผู้บริหารบริษัทบีทีเอส เข้าชี้แจงต่อไป ส่วนจะเกี่ยวพันกับใคร พรรคใดบ้าง เราต้องดูตามหลักใหญ่ๆ ดูตามหลักฐาน และต้องดูพฤติกรรมประกอบ