ข่าว

เฉลิมแถลงจับยาไอซ์-ยาบ้ามูลค่า330ล.

เฉลิมแถลงจับยาไอซ์-ยาบ้ามูลค่า330ล.

16 พ.ค. 2555

ร.ต.อ.เฉลิม แถลงจับขบวนการค้ายาไอซ์ 64.9 กก. ยาบ้า 4 หมื่นเม็ด มูลค่า330 ล้านบาท

          วันที่ 16 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 11.30 น.  ร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   พล.ต.อ.ปานศิริ  ประภาวัต  รองผบ.ตร. พล.ต.ต.สุรพล  ทวนทอง  รองผบช.ปส.  และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนบช.ปส.  ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายซาฮัด  บิน  กัสสิม ( Sahat  Bin Kassim ) อายุ  55 ปี   นายอับดุล  ราฮิม  บิน กัสสิม (Abdul Rahim Bin Kassim) อายุ 45 ปี นางซาลาวาติ บินติ  วากิโย (Salawati binti Wagiyoh)  อายุ 37 ปี  นางนอร์ซาวาติ  บินติ รามลิ (Norzawati binti Ramli) อายุ 34 ปี  สัญชาติมาเลเซีย นางยูรีซา  อิมือซา  อายุ 34 ปี ชาวนราธิวาส และนายมูหามัด นาซูซี มะยูโซ๊ะ อายุ 31  ปี ชาวนราธิวาส  พร้อมของกลาง ไอซ์ 26 กก.  เฮโรอีน 25 กรัม รถยนต์โปรตอน สีขาว ทะเบียน PKB 4090(ทะเบียนมาเลเซีย) รถเก๋งซันยอง สีดำ ทะเบียน สท4853 กทม.  ซึ่งดัดแปลงไฟท้ายรถยนต์เป็นช่องลับซุกซ่อนยาเสพติด  รถยนต์กระบะมิตซูบิชิไททันสีขาว ทะเบียน ญฬ 1083 กทม.
 
          พล.ต.ท.สุรพล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. สืบทราบว่า นางยูรีซา อิมือซา และนายซาฮัด สามี มีพฤติกรรมค้ายาเสพติดข้ามจากประเทศไทยไปยังมาเลเซีย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เฝ้าสังเกตการณ์พบสองสามีภรรยาขับรถกระบุ มิตซูบิชิ ไททัน สีขาว ทะเบียน ญฬ 1083 กทม. จากบ้านพักเลขที่ 426  ม.ลพบุรีราเมศวร์สงขลาธานี หมู่ 6  ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปพบนายมูหามัดและนางนอร์ซาวาติ   บริเวณที่จอดรถยนต์ด้านข้างโรงแรมวินสตาร์ อ.หาดใหญ่ จ.ลงขลา และได้ยื่นกุญแจรถกระบะให้นายมูหามัด ก่อนที่สองสามีภรรยาได้ขับรถเก๋งซันยองสีดำ กลับบ้านไป จากนั้น มีนายอับดุล และนางซาลาวาติ  ลำเลียงยาเสพติดออกจากช่องลับ ที่จัดทำไว้บริเวณไฟท้ายรถยนต์ทั้งสองข้าง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพบ ไอซ์ 26 ถุง ๆ ละ 1 กก. เมื่อตรวจคันบ้านพักพบเฮโรอีนอีก 1 ถุง หนัก25 กรัม  เงินสด 5.704 ล้านบาท เงินสกุลริงกิต จำนวน 773,290 ริงกิต  เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1  (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต
 
          คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจบก.ปส. 3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป.ป.ส. นำโดย พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผบช.ปส. จับกุมนายสุทัศน์ หรือ น้ำ ส่วยเหย่ ชาวเขาเผ่ามูเซอ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95 หมู่ที่ 7 ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน นายบัณฑิต หรืิอเอก หทัยวรกาญจน์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ที่ 7 ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมของกลาง ยาบ้า 40,000 เม็ด ยาไอซ์ 38.9 กก.พร้อมยึดสมุดบัญชีธนาคารไว้ตรวจสอบ โดยแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย  การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบจากสายลับว่านายสุทัศย์ มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไม่มีงานทำแต่มีเงินใช้่จ่ายและมีคอนโดหลายที่ และทราบว่่านายสุทัศน์ พักอยู่ที่ห้องเลขที่ 69/85 ชั้น 4 อาคารบุญสิตาคอนโด ซ.นวมินทร์ 123 ถ.นวมินทร์ แขวงคลองกุม เขตบึงกุ่ม กทม. จนได้จัดกำลังชุดสืบสวนติดตามพฤติกรรม จนกระทั่งวันที่ 15 พ.ค. พบนายสุทัศย์ขับรถจักรยานยนต์ ออกจากคนโด เพื่อไปส่งของให้นายบัณฑิตซึ่งขับรถยนต์มาสด้า สีเทา ทะเบียน ฎร-4220 มารับของย่านนวมินทร์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้แยกออกไป 2 ชุด ชุดหนึ่งติดตามนายบัณทิตไปตรวจค้นภายในรถพบยาบ้า 20,000 เม็ด อีกชุดได้ติดตามนายสุทัศย์ไปตรวจค้นที่บุญสิตาคอนโด พบยาไอซ์รวม 38.9 กก.และยาบ้าอีก 20,000 เม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมทั้งสองคนพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
 
          ด้านร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า นับจากนี้ขบวนการค้ายาเสพติดจะฆ่ากันเองมากขึ้น เรียกว่าฆ่าตัดตอน โดยพวกขาใหญ่จะคิดว่าลูกน้องหักหลัง เพราะตำรวจจับกลุ่มได้มากขึ้น ยืนยันว่าพวกที่ฆ่ากันเองพวกนี้ ตำรวจไม่สามารถป้องกันได้เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร และขอบอกไว้ว่าตำรวจไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ถ้ารู้ว่าใครเกี่ยวข้องจะถูกดำเนินการหมดตำรวจยุคนี้จะไม่มีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเพสติด   นอกจากนี้ ตนได้สั่งการให้พล.ต.อ.ปานศิริ เข้าไปเข้มงวดกับสถาบริการที่ลักลอบจำหน่ายยาเสพติด บางครั้งก็ต้องค้นกันเอง ถ้าเจ้าของไม่รู้เห็นเป็นไปไม่ได้ โดยจะให้เริ่มปฎิบัติตั้งแต่วันนี้ ถ้าผับเธคไหนไม่ให้ความร่วมมือก็ให้สั่งปิดไปเลย  คิดว่าถ้าไม่มีผับเธค เด็กก็ไม่ตายหรอก
 
          ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีการจับกุม นายนะคำมวย ว่า  เป็นสัญญาณที่ดีที่ทางพม่าขอหลักฐานต่าง ๆ เพิ่มจากไทย เราก็จะได้จัดส่งสำนวนการสืบสวน  คำให้การพยานแวดล้อม คำพิพากษาส่งไปให้ และทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ตัวนายนะคำมวย   ตอนนี้นับได้ว่า นายนะคำมวยไม่กล้าผลิตยาบ้า ก็ถือว่าดีแล้ว  ส่วนเรื่องที่มีคนพูดว่า ตนทำให้การค้าชายแดนซบเซานั้น คิดว่า คนพูดคิดได้อย่างไร ถ้าจะมีปัญหาก็คงทำให้การค้าของผิดกฎหมายซบเซามากกว่า