
ปชป.โต้'ธิดา'ปัดเอี่ยวเผาศาลาเสื้อแดง
ปชป. ปัดไม่เกี่ยวเผาศาลาหมู่บ้านเสื้อแดงซัด 'บุญทรง' แก้ของแพงแบบขายผ้าเอาหน้ารอด อัด 'มินิบัส-สองแถว-บขส.' ขึ้นค่าโดยสารสวนทางตรึงแอลพีจี
16 พ.ค.55 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำนปช. ออกมาระบุถึงเหตุการณ์การเผาศาลา ในหมู่บ้านเสื้อแดง ที่อ.จะนะ จ.สงขลา โดยพยายามเชื่อมโยงว่าพรรคการเมืองบางพรรคอยู่เบื้องหลังว่า ขอปฏิเสธว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการเผาศาลาดังกล่าว เพราะเราไม่ถนัดที่จะใช้น้ำมันหรือไฟในการแก้ไขปัญหา ซึ่งนางธิดาจะต้องเข้าใจว่าทำไมถึงมีคนอีกกลุ่มที่พยายามจะต่อต้าน ไม่ใช่ท่านฝ่ายเดียวที่จะสามารถออกมากระทำการรุนแรง ใช้กำลังทำกับคนอื่นได้ ซึ่งเขาก็พร้อมที่จะออกมาต่อสู้ และปกป้องสิทธิ นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในภาคใต้ ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องการเห็นความรุนแรงและการใช้กำลังเกิดขึ้น ดังนั้นขอให้หยุดพฤติกรรมในการสร้างความขัดแย้ง แตกแยกในแผ่นดิน และจะเป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่ความปรองดองได้
นายชวนนท์ ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงออกมาเคลื่อนไหวให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า ขอชื่นชมรัฐบาล ที่พยายามพูดอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลไม่มีแนวคิดที่จะแก้ไขมาตราดังกล่าว ทั้งนี้มีสมาชิกในรัฐบาลหลายคน ไปขึ้นเวทีที่มีสัญลักษณ์ของการแก้ไขมาตราดังกล่าว รวมถึงทีวีที่สนับสนุนรัฐบาลก็มีการขึ้นสัญลักษณ์ต่อต้านประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อยู่เป็นเวลานาน ซึ่งก็ไม่แปลกใจว่าคนที่สนับสนุนรัฐบาลจะมีใจที่โอนเอียง ต่อต้าน จึงอยากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมาพูดให้ชัดเจนว่า มาตราการดังกล่าวไม่เป็นปัญหาต่อการบังคับใช้แต่อย่างใด
อัด'มินิบัส-สองแถว-บขส.'ขึ้นราคาสวนทางตรึงแอลพีจี
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เรียกผู้ประกอบการ เข้าพบเพื่อขอให้ตรึงราคาสินค้ากว่า 200 รายการว่า ตนอยากถามว่า การขอให้ตรึงราคาสินค้า 4 เดือน และหลังจากนั้นก็จะพิจารณาตามราคาพลังงาน ทั้งๆที่รัฐบาลประกาศตรึงราคาพลังงานเพียงแค่ 3เดือน ซึ่งหมายความว่าเมื่อครบระยะเวลาตรึงราคาสินค้า 4เดือน ราคาพลังงานจะขึ้นไปดักหน้าราคาสินค้า การทำเช่นนี้ถือเป็นการทำงานในลักษณะขายผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ และอยากถามว่าเมื่อครบ 4เดือนรัฐบาลจะมีมาตรการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าอย่างไร
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นการที่รัฐบาลอนุมัติให้รถมินิบัส บขส. ขึ้นราคาค่าโดยสาร เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ขณะที่วันที่ 16 พ.ค. กลับมีนโยบายตรึงราคา แอลพีจี ออกไปอีก 3เดือน ซึ่งทำให้เห็นว่าราคาสินค้าปลายทางสูงขึ้นแต่ต้นทุนกลับถูกลง อย่างนี้ใครได้ประโยชน์ เป็นรัฐบาลของประชาชนหรือรัฐบาลของนายทุนกันแน่ ส่วนกรณีที่นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ออกมาระบุว่า การขึ้นค่าแรง 300 บาทกระทบต่อต้นทุนราคาสินค้าเพียง 0.25 เปอร์เซ็นต์ อยากถามว่าเป็นสินค้าอะไร ซึ่งวันนี้มีผู้ถูกเลิกจากจากนโยบายค่าแรง 300บาท เมื่อเทียบกับเดือนก.พ. 54 จำนวน 40 คน แต่ในเดือนก.พ. 55 มีแรงงานถูกแรงจ้างถึง 7,903 คน หากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์สูงถึง 19,600 เปอร์เซ็นต์ ส่วนจำนวนผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้างปี 55 มีจำนวน 1.59 หมื่นคน เพิ่มขึ้น 206 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้ประกันตนที่ได้รับการชดเชยกรณีว่างงาน ปี 55 จำนวน 1.13 แสนคน เพิ่ม 38.63 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้นำมาจากสำนักงานเศรษฐกิจการแรงงาน กระทรวงแรงงาน นี่ถือเป็นสัญญาณอันตรายรัฐบาลชุดนี้ และอยากให้นายยรรยง ออกมาอธิบายให้ประชาชนได้รับทราบ
'ปชป.' แฉรัฐเมินเปิดรับสมัครกองทุนเงินออม
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต แถลงว่า พรบ.กองทุนเงินออมแห่งชาติ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 11 พ.ค.2554 ซึ่งพรบ.ดังกล่าวมีสาระสำคัญในการให้ความช่วยเหลือกับคนที่ไม่มีประกันสังคมหรือสวัสดิการอื่นๆ เช่น เกตรกร ชาวนา ชาวไร่ โดยรัฐบาลจะต้องงเปิดรับสมัครผู้ที่มีสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 แต่รัฐบาลก็ยังนิ่งเฉยไม่ได้ดำเนินการอะไร ทั้งที่ผ่านมาแล้ว 8 วัน โดยในขั้นต้นผู้ทีเป็นสมาชิกคือ ชาวนา ชาวไร่ จะต้องจ่ายเงินสะสมการออม ครั้งละ 50 บาท แต่ไม่เกินปีละ 13,200 บาท และรัฐบาลต้องสมทบให้อีก 50 % และเงินออมทั้งหมดรัฐบาลก็เอาไปลงทุนและค้ำประกันผลตอบแทนไม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคาร อีกทั้งรัฐบาลต้องนำเงบประมาณจำนวน 16,000 ล้านบาทเป็นเงินต้น แต่รัฐบาลของพรรคเพื่อไทยนำเงินไปสมทบเพียง 225 ล้านบาท
นายชวนนท์ กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้หมกเม็ดและไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย ทั้งที่เป็นสิทธิประโยชน์ของประชาชนกว่า 30 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งตนทราบข่าวมาว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว.คลัง พยายามชละโครงการนี้ด้วยเหตุคือ เป็นโครงการของพรรคประชาธิปัตย์ และมีความพยายามที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานในโครงการดังกล่าว ไม่ให้เป็นไปตามที่พรรคประชาธิปัตย์วางรากฐานไว้ จึงขอถามว่า เป็นความจริงหรือไม่ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องชะลอโครงการดังกล่าวและขณะนี้ก็ไม่มีคำสั่งแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนฯ หรือกอช.แต่อย่างใด ที่สำคัญกองทุนดังกล่าวให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้สูงอายุ หากอายุเกิน 60 ปี จะได้รับบำนาญรายดือนจนเสียชีวิตจำนวน 500-10,795 บาทต่อปี ซึ่งน่าเสียดายที่รัฐบาลไม่เคยพูดถึง ซึ่งทำให้เกษตกร หรือชาวนา ชาวไร่ ผู้ที่ไม่มีประกันสังคม เสียผลประโยชน์จากองทุนดังกล่าว จึงอยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการในโครงการนี้โดยเร็วเพราะถือเป็นผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง



