ข่าว

อยุติธรรมในคุกชี้ชะตาประเทศชาติ

อยุติธรรมในคุกชี้ชะตาประเทศชาติ

15 พ.ค. 2555

อยุติธรรมในคุกชี้ชะตาประเทศชาติ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดย เรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman

              แม้แต่ในสังคมปกติยังไม่กระจ่างว่าสิ่งใดเกิดขึ้นจริงหรือลวง สาอะไรกับในเรือนจำที่การปกปิดเป็นเรื่องธรรมดา ใครจะไปรู้ไปเห็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่กระทำได้ นักโทษการเมืองที่ไม่ชินกับสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อทั้งโรคภัยและนักเลงก็อาจอยู่ดีๆ หรือถึงตายได้ทุกเมื่อ และหากฝ่ายที่มีอิทธิพลครองประเทศอยู่ถูกนานาชาติหาว่ามีส่วนสั่งการและเกี่ยวข้อง การบานปลายก็อาจจะเกิดขึ้นได้เหมือนกรณีของยูเครน

              ก่อนหน้าที่ยิ่งลักษณ์จะกลายเป็นผู้นำที่สวยที่สุดในโลก ยูเลีย ติโมเชงโก นักการเมืองหน้าหวานเหมือนตุ๊กตาเคยครองตำแหน่งนี้และเธอมีส่วนในการก่อปรากฏการณ์สำคัญขึ้นในยุโรป โดยร่วมนำพายูเครนออกพ้นเงาทะมึนรัสเซียได้ด้วยการ “ปฏิวัติสีส้ม” เมื่อปี 2547 เป็นแรงบันดาลใจให้อดีตรัฐบริวารโซเวียตอื่นเลิกเป็นลูกไล่รัสเซียและประชาชนในหลายชาติก่อการปฏิวัติไล่ผู้ปกครองที่ไม่เป็นธรรมโดยไม่เสียเลือดเนื้อตามไปด้วย แต่น่าเสียดายที่การเมืองยูเครนผันผวนและประชาชนแตกออกเป็นสองฝั่งใหญ่มีจำนวนพอ ๆ กัน อีกทั้งความสามัคคีในหมู่แนวร่วมที่ขับไล่ฝ่ายนิยมรัสเซียนั้นไม่มี ทำให้วิคเตอร์ ยานูโควิช ปรปักษ์ของติโมเชงโกกลับมาครองอำนาจได้เมื่อปี 2553 จากนั้นการตามล้างตามเช็ดก็เกิดขึ้น ชนิดที่ว่ารัสเซียเองก็ยังส่ายหัว

              ติโมเชงโก หลุดจากตำแหน่งนายก พลาดตำแหน่งประธานาธิบดีและโดนข้อหานานาชนิดที่ฝ่ายยานูโควิชระดมอัด น่าขันที่ข้อหาใหญ่ที่ส่งเธอเข้าห้องขัง 7 ปีก็คือการเซ็นสัญญาซื้อขายก๊าซกับรัสเซียเมื่อปี 2552 ฝ่ายยานูโควิชว่าเธอขายชาติทั้งที่เธอต่อต้านพวกเชิดชูรัสเซียในสภา แต่ยุโรปตะวันตกเข้าข้างเธอ เพราะถ้าไม่ลงนามคราวนั้นรัสเซียจะยังปิดวาล์วก๊าซของตนที่ผ่านยูเครนเข้าสู่ยุโรปไปอีกนานและยุโรปจะเดี้ยงอย่างหนัก ยูเลียเข้าไปอยู่ในคุกตั้งแต่สิงหาปีกลายและมีร่องรอยโดยเล่นงานอยู่เรื่อย ๆ พร้อมทั้งโรคภัยไข้เจ็บสารพัด จนองค์กรสิทธิมนุษยชนสากลและเลขาสหประชาชาติต้องออกมาเรียกร้องให้ปล่อยเธอเสียทีเถิด ที่เลวร้ายสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนก่อนนี้เอง เธอต้องโดนหามส่งโรงพยาบาลฑัณฑสถานโดยเธออ้างว่าโดนผู้คุมซ้อมซะน่วม แต่ฝ่ายปรปักษ์หาว่าเธอเล่นละครทำร้ายตนเอง

              ยูเลียอดอาหารไป 19 วันเพื่อฟ้องโลก ทำให้นานาชาติโดยเฉพาะยุโรปขานรับกดดันให้ปล่อยตัวเธอ ตอนนี้ยังไม่เป็นผล แต่แก๊งค์ผู้มากบารมีในกรุงเคียฟต้องคิดหนักเพราะสหภาพยุโรปขู่จะไม่รับรองสัตยาบันข้อตกลงการค้าเสรีกับยูเครนหากยูเลียยังไม่โดนปล่อย มาตรการกดดันต่างๆ จะตามมารวมทั้งผู้นำหลายชาติจะบอยคอตต์เกมฟุตบอลยูโรที่ยูเครนเป็นเจ้าภาพเดือนหน้าด้วย นี่ถ้าพวกไร้อยุติธรรมยังดื้อดึงต่อสิทธิมนุษยชน เราอาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าขนลุกในไม่ช้า