ข่าว

'ซีเอสอาร์'กลยุทธ์ทำความดี

'ซีเอสอาร์'กลยุทธ์ทำความดี

16 พ.ค. 2555

'ซีเอสอาร์'กลยุทธ์ทำความดีที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน : คอลัมน์เล่าสู่กันฟัง : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์

                  สภาพแวดล้อมและเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจทั้งรายเล็กและรายใหญ่ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการมองภาพรวมของธุรกิจที่ต้องชัดเจน การบริหารงานในเชิงรุก มีก

                  ปัจจุบันการแข่งขันทางธุรกิจเพื่อที่จะเป็นบริษัทที่เก่งไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว ยังต้องแข่งขันกันเป็นบริษัทที่ดีควบคู่กันไปอีกด้วย แล้วทำยังไงถึงจะเป็นบริษัทที่ดี? คำตอบง่ายๆ ก็คือ "ทำซีเอสอาร์" ดังเห็นได้จากกิจกรรมต่างๆ ที่บริษัทใหญ่ๆ ทำกัน เช่น ด้านพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม ฯลฯ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของธุรกิจ เช่น ผู้ถือหุ้น พนักงาน คู่ค้า คู่แข่ง ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ฯลฯ

                  นอกจากนี้ ยังเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่า เป็นบริษัทที่มีความโปร่งใส มีคุณธรรมจริยธรรม ไม่ขูดรีดแรงงานลูกจ้าง ไม่ฉ้อโกงลูกค้า ไม่เอาเปรียบคู่ค้า ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม หรือทำร้ายชุมชนโดยรอบที่ตั้งด้วยการก่อมลพิษ เป็นต้น ทำให้เป็นที่ยอมรับและชื่นชมของคนในสังคม แต่จะทำได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ ต้องดูกันไปยาวๆ

                  การทำซีเอสอาร์ ถือเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งของธุรกิจ เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมที่ต้องดูแลควบคู่กันไปทั้ง 3 ด้าน คือกำไร สังคม และสิ่งแวดล้อม ด้วยเหตุนี้ องค์กรต่างๆ จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการทำซีเอสอาร์มากยิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงการรักษาผลประโยชน์ (กำไร) เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งในสายตาของผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่การนำส่วนหนึ่งของผลกำไรที่ผู้ถือหุ้นควรจะได้รับไปทำซีเอสอาร์ ย่อมเกิดความไม่พอใจต่อผู้เสียผลประโยชน์ เพราะไม่สามารถเห็นผลได้ชัดเจนในระยะสั้น จึงต้องมีการสื่อสารทั้งภายนอกและภายในองค์กร 

                   ถึงแม้ว่าองค์กรจะต้องใช้งบประมาณจำนวนไม่น้อยในการทำซีเอสอาร์ แต่องค์กรที่ทำซีเอสอาร์จะทำให้ประชาชนรู้สึกดีต่อองค์กร เลือกที่จะซื้อสินค้าหรือใช้บริการขององค์กรนั้นๆ แทนที่จะไปซื้อสินค้าของคู่แข่งที่ไม่ได้ทำซีเอสอาร์ ทำให้ลูกค้าเกิดความจงรักภักดีในตราสินค้า ส่งผลให้รายได้ขององค์กรเพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนอีกด้วย หรือมองอีกมุมหนึ่งก็คือธุรกิจนั้นได้รับอนุญาตจากสังคมเพื่อดำเนินกิจการ เมื่อประชาชนสนับสนุนองค์กรก็เปรียบเสมือนอนุญาตให้องค์กรนั้นๆ ดำเนินธุรกิจอยู่ในสังคม ในทางกลับกันหากองค์กรธุรกิจไร้จรรยาบรรณ ถึงจะเปิดกิจการถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อประชาชนไม่สนับสนุน หรือคว่ำบาตรสินค้าขององค์กรนั้นๆ ธุรกิจก็คงไม่สามารถดำเนินกิจการได้

                  ไม่เพียงแค่นั้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของธุรกิจไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นก็อยากจะเข้ามาลงทุนด้วย คู้ค่าก็อยากจะมาค้าขายด้วย และพนักงานก็อยากจะเข้ามาทำงานด้วย ทำให้บริษัทมีเงินลงทุนมากขึ้น มีโอกาสเลือกคู่ค้าดีๆ พนักงานเก่งๆ เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน ที่สำคัญเมื่อเกิดความเข้าใจผิดขึ้นกับองค์กร ชุมชนและสังคมรอบข้างก็จะออกมาปกป้องและเป็นกระบอกเสียงให้แก่องค์กร

                  ต่อจากนี้ไป การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจต่างๆ จากเดิมที่เคยเป็นกลยุทธ์แบบทะเลสีน้ำเงิน กำลังจะเปลี่ยนเป็นทะเลสีแดงที่ธุรกิจต่างๆ กำลังเริ่มแข่งขันกันทำซีเอสอาร์กันมากขึ้น เพราะนอกจากจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้แก่ธุรกิจในระยะยาวแล้ว ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กร สร้างความได้เปรียบให้แก่ธุรกิจในท่ามกลางการแข่งขันกันในด้านการทำความดีกันอีกด้วย

..................................
('ซีเอสอาร์'กลยุทธ์ทำความดีที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน : คอลัมน์เล่าสู่กันฟัง : โดย...บัญญัติ  คำนูณวัฒน์)