'ปชป.-โอ๊ค'เปิดศึกร้านราคาถูกหน้าปชป.
'ศิริโชค จวก 'โอ๊ค' รายงานข้อมูลไม่รอบด้าน งัดรูปร้านปรับราคาขึ้นโต้ หลังโพสต์เฟซบุ๊กโฆษณาร้านชวนกิน 'ข้าวหมูแดง-หมูกรอบ' 30 บ.-อร่อยมากหน้าปชป. ด้าน 'โอ๊ค' โต้อีกรอบทันควัน ซัดกลับ ปชป. ต้องฉลาดเลือก
15พ.ค.2555 ตามที่นายพานทองแท้ หรือโอ๊ค ชินวัตร ลูกชายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในลักษณ์โฆษณาร้านชวนกิน "ข้าวหมูแดง หมูกรอบ อร่อยมาก แค่ 30 บาท ตั้งอยู่หน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเหน็บของดีราคาถูกอยู่ใกล้ไม่พูดถึงพูดแต่แพง ๆ ๆ" นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก นาม "Sirichok Sopha" พร้อมรูปร้านปรับราคาขึ้นตอบโต้ว่า
"เห็นคุณโอ๊คพานทองแท้โพสต์ใน Facebook ว่าแวะไปกินข้าวหมูแดงที่ร้านชูจันทร์ ข้างๆพรรคประชาธิปัตย์ โดยป้ายเขียนราคาใว้ที่ 30-40 บาท แต่คุณโอ๊คซื้อได้ในราคา 30 บาท ก็เลยเชิญชวนคนมากินร้านนี้ เสียดายทำไมคุณโอ๊คไม่รายงานของที่มันขึ้นราคา อย่างเช่นราดหน้าร้านชูจันทร์ ขึ้น 35 บาท เริ่ม 1 พ.ค. 55 บ้างล่ะครับ หรือมองไม่เห็น กรุณาให้ข้อมูลทุกด้านหน่อยครับ"
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า รายการราคาร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านประชาชื่น พบว่า มีราคาก๋วยเตี๋ยว ถึงชามละ 60 บาทด้วย
'โอ๊ค' โต้กลับ ปชป. ต้องฉลาดเลือก
ด้าน นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายอดีตนายกฯ ได้เขียนข้อความบนเฟซบุ๊ค Oak Panthongtae Shinawatra โดยระบุถึงรายการอาหารข้าวหมูแดง หน้าพรรคประชาธิปปัตย์ ที่มีการตอบโต้จากนายศิริโชค โสภา ส.ส.พรรคประชาธปัตย์ว่า “แตะการเมืองนิดเดียวได้รับเกียรติทันทีเลยครับ แต่ผมคงไม่ใช้สิทธิพาดพิงไปโต้อะไรกับใคร แบบที่เราเห็นประจำในสภานะครับ
แต่อยากจะสื่อสารกับแฟนเพจว่า สิ่งที่เราร่วมกันแชร์คือ "ของดีราคาถูก" ครับ ใครเจออะไรถูกและดีก็มาแชร์กัน ผมถึงได้ระบุชัดเจนในโพสท์ที่แล้วไงครับว่า "ถ้าเราฉลาดที่จะเลือกร้านให้ดี ๆ และนำมาบอกกันแชร์กันอย่างนี้ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน" เมนูร้านมีเป็นสิบ ๆ อย่าง เขาติดป้ายขึ้นราคาราดหน้าอย่างเดียวเป็น 35 บาท ก็จ้องแต่จะพูดถึงอย่างเดียวเนี่ยนะครับ แบบนี้คงต้องบอกเพิ่มอีกละครับว่า ฉลาดเลือกร้าน แล้วก็ช่วยฉลาดเลือกเมนูที่เขาไม่ขึ้นราคาด้วยนะครับ เฮ้อ”
“กปน."ขานรับนโยบายมหาดไทยหนุนน้ำดื่มปาป้าขวดละ 3.75 บ.
นายเจริญ ภัสระ ผู้ว่าการการประปานครหลวง(กปน.) เปิดเผยถึงสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคที่มีราคาสูงในขณะนี้ ว่า กปน.ได้คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน โดยรับนโยบายจากนายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ในฐานะผู้กำกับดูแลการดำเนินงานของกปน.ให้ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพสูงในปัจจุบัน
“กปน.ตรึงราคาค่าน้ำประปาที่ไม่ได้ขึ้นราคามากว่า 13 ปี รวมถึงการจำหน่ายน้ำดื่มบรรจุขวด “ปาป้า” ขนาด 600 ซี.ซี. เพียงโหลละ 45 บาท หรือ 3.75 บาทต่อขวด ผู้ใช้น้ำสามารถหาซื้อได้ที่สำนักงานประปาสาขาทั้ง 16 แห่ง และสำนักงานใหญ่ ถนนประชาชื่น หรือที่หมายเลข 02 503 -9476 ขณะนี้ กปน. อยู่ระหว่างดำเนินการโครงการติดตั้งตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญตามชุมชน อพาร์ทเม้นท์ และคอนโดมิเนียมที่มีผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก” ผู้ว่าฯ กปน. กล่าวและว่า เพื่อเป็นการสนองนโยบายของ กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาด ปลอดภัย ได้คุณภาพมาตรฐานน้ำดื่ม ราคาถูก ช่วยลดภาระค่าครองชีพและลดมลภาวะโลกร้อนจากการลดปริมาณขยะขวดพลาสติก ในวันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2555 ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น. กปน. ได้ร่วมกับองค์การตลาดนำข้าวสารและเครื่องอุปโภคมาจำหน่ายในราคาถูก ภายในสำนักงานใหญ่ ถนนประชาชื่น ประชาชนในบริเวณใกล้เคียง และผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้
พิษณุโลกข้าวแกง10บาทยังมีขายหากินได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในยุคเศรษฐกิจราคาสินค้าเกือบทุกประเภทปรับขึ้นราคา แต่ก็ยังมีบางร้านที่จำหน่ายสินค้าในราคาเดิม และก็ขายราคานี้มาแล้วกว่า 10 ปี โดยร้านข้าวแกงป้าบัวโรย ข้างจวนผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นร้านข้างแกงที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายของคนเมืองพิษณุโลก โดยเฉพาะข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ที่สำนักงานตั้งอยู่ที่อาคารศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก หรือผู้มาติดต่อราชการ เพราะข้าวแกงร้านนี้ รสชาดดี อร่อย สะอาด และถูกหลักอนามัย ที่สำคัญราคาถูกกว่าร้านอื่นอย่างมาก เพราะข้าวราดแกง ราคาเริ่มต้นเพียงจานละ 10 บาท เท่านั้น
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเจ้าของร้าน ทราบว่า ร้านป้าบัวโรย ขายข้าวแกงราคานี้มาตั้งแต่เริ่มเปิดร้าน ถึงแม้ว่าราคาสินค้าจะปรับเปลี่ยนราคาตลอดเวลา แต่ทางร้านยังคงยืนยันที่จะขายในราคาเดิม เพราะไม่อยากเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้ลูกค้า และหากถามว่าขายในราคานี้ได้กำไรหรือเปล่าทางร้านตอบว่า ก็พอได้ถึงไม่มากแต่ก็เน้นการในจำนวนขายมากขึ้น และก็ยังอยู่ได้ในยุคที่ราคาสินค้าต่างๆ สูงขึ้นแบบนี้
แรงงานพม่าระนองร้องขอนายจ้างเพิ่มสวัสดิการ ค่าครองชีพ
แรงงานต่างด้าวชาวพม่าโอดปัญหาค่าครองชีพในไทยพุ่ง ราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคขยับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ร้องขอนายจ้างพิจารณาเพิ่มสวัสดิการ ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น นางเพ ดิว แรงงานต่างด้าวชาวพม่าจาก จ.ทวาย ที่เข้ามาทำงานใน จ.ระนอง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า แรงงานต่างด้าวชาวพม่าต้องการให้นายจ้างคนไทยปรับค่าจ้างขั้นต่ำให้ตามที่มีการกำหนดใหม่คือ 300 บาท เนื่องจากขณะนี้ค่าครองชีพในประเทศสูงมาก ในขณะที่ค่าจ้างขั้นต่ำที่ตนได้รับวันละ 180 บาท แทบจะไม่พอจ่ายจะต้องทำงานเพิ่มเติมด้วยการรับจ่างทั่วไปในช่วงเย็นหลังเลิกงาน และวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุด
ส่วนการซื้อสินค้าปัจจุบันแรงงานพม่าจะอยู่อย่างประหยัดมาก เลือกซื้อสินค้าเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น จึงต้องการให้นายจ้างเพิ่มสวัสดิการ อาทิ อาหารเที่ยง หรืออาจจะเพิ่มค่าแรงโดยเฉพาะค่าล่วงเวลาในวันหยุด หรือเสาว์-อาทิตย์ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น
นายเด จอ แรงงานต่างด้าวชาวพม่าจาก จ.มะริด กล่าวว่า ตนเข้ามาทำงานอยู่กับบริษัทรับเหมาก่อสร้างในตำแหน่งช่างทาสีมานานกว่า 10 ปี ปัจจุบันยังคงได้รับค่าจ้างวันละ 200 บาท ซึ่งหากเทียบกับค่าแรงในพม่าถือว่ามากเพราะพม่านอกจากไม่มีงานทำแล้ว ค่าแรงจะจ้างอยู่ที่วันละ 30 บาทเมื่อเทียบกับเงินไทย
แต่ที่มีปัญหาคือค่าครองชีพที่แพงขึ้นมาในประเทศไทยกำลังสร้างปัญหาให้กับแรงงานต่างด้าวชาวพม่า ซึ่งตนไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมสินค้าต่างๆในไทยจึงแพงมาก ดังนั้นหากนายจ้างสามารถปรับค่าจ้างเพิ่มได้ก็จะเป็นการดี แต่หากปรับไม่ได้เพราะกิจการไม่ดีตนก็คงจะต้องหารายได้อย่างอื่นเข้ามาเสริม หรือประหยัดมากขึ้น
นางนฤมล ขรภูมิ ประธานหอการค้าจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า เอกชน หรือนายจ้างใน จ.ระนอง เห็นใจลูกจ้างเช่นกันกับสภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นเช่นปัจจุบัน แต่นายจ้างเองก็ต่างประสบปัญหาพบว่า จากวิกฤตปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก อีกทั้งพิบัติภัยได้ส่งผลให้เศรษฐกิจเกิดการชะลอตัว
ดังนั้นหากมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเปรียบเสมือนการซ้ำเติมสถานการณ์ให้ย่ำแย่ไปอีก เนื่องจากปัจจุบันการแข่งขันของตลาดการค้าทั่วโลกเป็นไปอย่างรุนแรง นอกจากประเทศไทยยังประสบปัญหาภายในประเทศโดยเฉพาะกรณีพิบัติภัยที่เกิดขึ้น แม้ว่า จ.ระนองจะไม่มีพิบัติภัยร้ายแรงในช่วงที่ผ่านมา แต่ต่างก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
ศธ.จัดมหกรรมชุดนร.ราคาถูกหวังแบ่งเบาภาระผู้ปกครองยุคของแพง
ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) แถลงข่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้ไปสำรวจราคาสินค้าในท้องตลาดและพบว่า ราคาชุดนักเรียนมีปรับขึ้นบ้างในปีนี้ อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง ศธ.จึงได้จัด “ มหกรรมชุดนักเรียนราคาถูกช่วยลูกหลานไทย “ ขึ้นที่บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. เป็นต้นไปเป็นเวลา 1 สัปดาห์
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ในงานดังกล่าวได้เชิญผู้ประกอบการจำหน่ายชุดนักเรียนมาออกบูธกว่า 30 บูธ ซึ่งจะมีการราคาสินค้าลงจากราคาปกติประมาณ 10-15 % หรือบางร้านอาจจะจำหน่ายในราคาต้นทุนเลย สินค้าที่มาจำหน่ายก็จะมีตั้งแต่ชุดนักเรียน รองเท้า กระเป๋า ครบวงจร เชื่อว่า มาตรการนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียนได้ ส่วนปีการศึกษาหน้านั้น ศธ.กำลังดำเนินการขอปรับเพิ่มค่าชุดนักเรียนฟรีอยู่ จากอัตราปัจจุบัน ก่อนประถมศึกษา 300 บาท/คน ประถมศึกษา 360 บาท/คน มัธยมศึกษาตอนต้น 450 บาท/คน มัธยมศึกษาตอนปลาย 500 บาท/คน และอาชีวะศึกษา 1,000 บาท/คน
อนึ่ง สำหรับราคาชุดนร.ที่ ศธ.ออกสำรวจตลาดมานั้น ราคาเสื้อนักเรียนร้านดัง สำหรับเสื้อเด็กหญิงอยู่ระหว่าง 119-179 บาท ดช. 129 - 179 บาท กระโปรง/กางเกง ระหว่าง 125 -239 บาท
กาฬสินธุ์เปิดเทอมชาวนาขายข้าวเป็นค่าอุปกรณ์การเรียน
บรรยากาศการจับจ่ายซื้อของช่วงเปิดภาคเรียนในจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะที่ตลาดกลางข้าวและพืชไร่จังหวัดกาฬสินธุ์ บรรดาผู้ปกครองในจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรมทำนาข้าว และไม่มีทรัพย์สินมีค่าพอนำไปจำนำได้ ต่างพากันนำข้าวเปลือกนาปรังที่เพิ่งเก็บเกี่ยวเสร็จใหม่และข้าวเปลือกนาปีที่เก็บไว้ในยุ้งฉางบรรทุกใส่รถนำมาขาย เพื่อนำเงินไปซื้ออุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน จ่ายเป็นค่าเทอมให้กับบุตรหลานและใช้จ่ายแต่ละวันในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่
เกษตรกรส่วนใหญ่ บอกว่า ข้าวเปลือกที่นำมาขายคือข้าวที่ต้องการที่จะเก็บไว้กินในครอบครัว แต่ช่วงนี้ข้าวของเริ่มแพงมากขึ้น ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นด้วย ทำให้ไม่มีเงินเพียงพอเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาของลูกหลาน จึงจำเป็นต้องนำข้าวที่เก็บไว้มาขายเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย ซื้ออุปกรณ์การเรียนและจ่ายค่าเทอม โดยอยากให้ลูกหลานตั้งใจเล่าเรียน เพื่อเป็นอนาคตที่ดีของชาติ และอยากให้รัฐบาลมาช่วยเหลือการศึกษาอย่างเต็มรูปแบบ
นายธนาพล ธรรมโนขจิต ผู้จัดการตลาดกลางข้าวและพืชไร่ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้บรรยากาศการรับจำนำและขายข้าวเปลือกมีความคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากอยู่ในช่วงรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง และอยู่ในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ ทำให้เกษตรกรต่างนำข้าวเปลือกนาปรังที่เพิ่งเก็บเกี่ยวเสร็จใหม่และข้าวเปลือกนาปีที่เก็บไว้ในยุ้งฉางมาขายจำนวนมาก เพื่อนำเงินไปใช้จ่าย โดยเฉลี่ยแล้วมีเกษตรกรนำข้าวมาจำนำและขายให้กับตลาดกลางข้าวและพืชไร่จังหวัดกาฬสินธุ์วันละไม่ต่ำกว่า 100 ราย และมีปริมาณข้าวเปลือกวันละไม่ต่ำกว่า 800 ตัน
......................
(หมายเหตุ : LINK ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โอ๊ค'ชวนกินร้านอร่อยหน้าพรรคปชป.
http://www.komchadluek.net/detail/20120515/130374/โอ๊คชวนกินร้านอร่อยหน้าพรรคปชป..html)



