ข่าว

'เฉลิม'เผยพม่าขอหลักฐาน'นะคะมวย'

'เฉลิม'เผยพม่าขอหลักฐาน'นะคะมวย'

15 พ.ค. 2555

'เหลิม' เผยพม่าขอหลักฐาน 'นะคะมวย' เพิ่ม งดพูดคดีลูกเรือจีนโยงทหาร โอดคุมพื้นที่ กทม.ยาก ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ปัดขัดแย้ง 'เจ๊หน่อย' ชี้กลุ่ม 111 เหมาะนั่งเก้าอี้ รมต.

                     15 พ.ค.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประสานขอตัว พล.ต.นะคะมวย ผู้บัญชาการกองทัพกะเหรี่ยงโกะทูบลอ กับทางการพม่าว่า ทางอธิบดีตำรวจพม่าขอหลักฐานเพิ่มเติม ตนก็กำหนดแนวทางจะส่งเอกสารอะไรให้ ถ้าพม่าให้ความร่วมมือ พล.ต.นะคะมวย ก็ถูกจับและส่งตัวมา เราขอช่องทางพิเศษ ถึงไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ก็ทำได้ ซึ่งหลักฐานบางส่วนส่งไปแล้ว ทั้งคำให้การผู้ต้องหา ที่พาดพิงถึงพล.ต.นะคะมวย เอาเอกสารที่ออกมาหมายจับ เอาคำพิพากษาของศาล โดยเฉพาะคำรับสารภาพของจำเลย

                     เมื่อถามว่า ทางพม่าให้สัญญาณ ว่ามีโอกาสจะได้ตัวหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ในความรู้สึกตน ถ้าเขาไม่ใส่ใจ รับหมายจับไป ก็เฉยได้ แต่เขาขอหลักฐานเพิ่มเติม ถ้าคิดเป็นเข้าข้างตัวเองก็น่าจะดี

 

'เฉลิม' งดพูดคดีลูกเรือจีนโยงทหาร

                     ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวถึงกรณีลูกเรือจีน ที่มีการจับกลุ่มผู้ต้องหาแล้ว แต่มีข่าวว่า เชื่อมโยงกับทหารว่า ตนไม่บอกเชื่อมโยงกับใคร แต่รวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วน ตำรวจทำสำนวนครบถ้วน เพราะตนได้ลงพื้นที่ด้วยตนเอง 7 ครั้ง และตนก็จะลงพื้นที่อีกครั้งในวันที่ 24-26 พ.ค.นี้ และถามว่าทหารเชื่อมโยงหรือไม่ ทางคดีไม่เปิดเผย เพราะเดี๋ยวจะเสียรูปคดี

 

'เฉลิม' โอดคุมพื้นที่กทม. ยากต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่

                     ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวถึงกรณีได้รับเลือกเป็นประธานโซน รับผิดชอบดูแลฝั่งธนบุรีว่า ตนไม่กล้าแสดงความเห็น เพราะวันอาทิตย์ที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา ไม่ได้เข้าร่วมประชุมพรรค แต่เชื่อว่าการใดที่พรรคได้พิจารณา และหัวหน้าพรรคเห็นชอบ คงทำด้วยความรอบคอบ ส่วนรายละเอียดตนไม่ทราบ จึงไม่เหมาะสมในการแสดงความเห็น

                     ผู้สื่อข่าวถามว่าการแบ่งเป็น 3 กลุ่มในส่วนกทม.เหมาะสมหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนได้พูดไว้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ว่ากรุงเทพใหญ่ ต้องช่วยกัน และพรรคต้องเป็นเจ้าภาพใหญ่ ไม่ควรมีคนหนึ่งคนใดรับผิดชอบ ต้องขึ้นกับพรรค กับการบริหารพรรค เจ้าภาพเล็ก ก็ลงไปทำงานในพื้นที่ และถ้าตนมาคุมกทม.ต้องทำการบ้านมากกว่าพรรคประชาธิปัตย์ 3 เท่า เพราะจะต้องมาเริ่มต้นนับ 1 ใหม่ เพราะกทม.ถือว่าหนักเป็นสนามปราบเซียน จึงจะต้องขายนโยบายรัฐบาลไปสู้ และหลังจากที่มีปรับปรุงโครงสร้างพรรคจะมีความเข้มแข็งมากขึ้น แต่ตัวบุคคลจะลดความสำคัญลง

                     เมื่อถามว่าเมื่อมารับผิดชอบจะสามารถเพิ่มเก้าอี้ได้มากขึ้นหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ทราบว่าจริงหรือไม่ ถ้าจริงก็เป็นทุกข์ ถือเป็นทุกข์ใหญ่หลวง เพราะตนทิ้งพื้นที่ไปนาน ลูกชายลงยังแพ้เลย ทั้งนี้ถ้าเป็นไปได้ ตนขอคุมภาคอีสานดีกว่า มีความรู้สึกว่าเป็นคนอิสานไปแล้ว เพราะเลือกตั้ง 2 รอบที่ผ่านมา พรรคได้ให้ตนเป็นหัวหน้าทีมปราศรัยภาคอีสาน มาวันนี้ถือว่าเป็นทุกข์ เพราะตนเชียวชาญภาคอีสาน มาเริ่มอยู่กทม.ใหม่ถือว่าหนัก

                     ผู้สื่อข่าวถามว่าประเด็นเรื่องนี้เคยสร้างความขัดแย้งให้กับ ร.ต.อ.เฉลิม กับคุณหญิงสุดารัตน์ มาแล้ว ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่มี ไม่ขัดแย้ง ในเมื่อพรรคพิจารณาว่าเหมาะสมและไม่น่าจะเป็นการสลายขั้วการเมือง พรรคเพื่อไทยไม่มีขั้ว ไม่มีกลุ่ม พ.ต.ท.ทักษิณคิด พรรคเพื่อไทยทำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ

                     ทั้งนี้เมื่อถามว่า การทำเช่นนี้เพื่อป้องกันปัญหา ที่คุณหญิงสุดารัตน์ คุมกทม.เบ็ดเสร็จหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่กล้าแสดงความเห็น ต้องถามหัวหน้าพรรค

                     ต่อข้อถามที่ว่าประธานโซนมีอำนาจในการคัดเลือกตัวผู้ลงสมัครส.ส.หรือผู้ว่ากทม หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่มีอำนาจ ต้องอยู่กับพรรค ตนไม่นอกเส้น ตนเข้าใจระบบพรรค ระบบพรรคสำคัญที่สุด เมื่อถามย้ำว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการเสนอชื่อผู้ว่าฯกทมหรือไม่ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ถ้าให้คุมจริงก็ไม่เสนอ สุดแต่พรรคพิจารณา ตนทำตามนโยบายพรรค เป็นสมาชิกพรรคที่มีระเบียบวินัย

                     เมื่อถามว่าการประชุมระดับภาคหรือกทม.ยังจะมีประชุมหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบข้อเท็จจริง ต้องไปถามนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค

                     ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าถามต่อว่า เพราะที่ผ่านมาเพื่อไทย แพ้ประชาธิปัตย์มาตลอดในสนามกทม.หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า พรรคก็ต้องคิด แพ้บ่อยๆไม่ดี พรรคใหญ่เพื่อไทย เป็นรัฐบาลเสียงข้างมา  ทั้งนี้ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวปฎิเสธว่า ไม่มีกลุ่มทุ่งกุลา เพื่อมาต่อรองตำแหน่งในพรรคแต่อย่างใด

 

ชี้บ้าน 111 ที่อยู่กับพรรค เหมาะนั่งรมต.

                     เมื่อถามถึงกลุ่มบ้านเลขที่ 111 ซึ่งจะหารือก่อนพ้นโทษในวันที่ 16 พ.ค.นี้ เหมือนกระแสเริ่มต้นหารือการปรับครม.หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า สื่อเข้าใจผิด พวกตองหนึ่งเป็นนักการเมืองที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถ ดำรงตำแหน่งการเมืองมาแล้วหลายครั้ง การเคลื่อนไหวอะไรก็ตาม เชื่อว่าเป็นเจตนาบริสุทธิ์ และสิ่งที่ตองหนึ่ง ปรารถนา ก็คือทำให้พรรคเพื่อไทยเป็นปึกแผ่น เป็นสถาบันการเมืองที่แข็งแกร่ง สู้กับพรรคประชาธิปัตย์ตลอดไป ไม่มีอย่างอื่น

                     ผู้สื่อข่าวถามว่าถามว่าการเคลื่อนไหว จากเดิมนัดที่โรงแรมและเปลี่ยนมาเป็นพรรคเพื่อไทย เป้นสัญญาหรือไม่ว่า จะเข้าเป็นแกนนำพรรคอย่างเต็มรูปแบบ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่รู้ใจท่านเหล่านั้น และตนก็ไม่มีอำนาจวาสนาในพรรค เป็นเพียงสมาชิกพรรคธรรมดา

                     อย่างไรก็ตามเมื่อให้วิเคราะว่า บ้านเลขที่ 111 จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีมากหรือน้อย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เหมาะทุกคน แต่บ้านเลขที่111 ก็ไปครึ่งแล้ว 50-60 คน เหลืออยู่เพียง 50 นิดๆ อย่างเช่นไปกลุ่มมัชฌิมา กลุ่มเพื่อแผ่นดิน บางคนออกไปแล้วต้องเริ่มต้นใหม่ แต่ถ้าพูดถึงโอกาส พวกที่อยู่กับพรรคมากกว่า พวกที่ออกไปแล้ว ขนาดนี้มีอยู่ประมาณ 20 คนที่อยู่กับพรรคเหนียวแน่น

                     เมื่อถามว่ากลุ่มที่ออกไปแล้ว ต้องเข้ามาร่วมกับพรรคก่อนหรือไม่ อาทิ กลุ่มนายสมศักดิ์ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่กล้าแสดงความเห็น เพราะรักกัน ไม่ว่าจะเป็นนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุชาติ ตันเจริญ นายพินิจ จารุสมบัติ นายปรีชา เลาหพงษ์ชนะ เป็นไปได้ ตนอยากให้มาเป็นทั้งหมด

                     สำหรับคำถามที่ว่ามีคนให้มาช่วยคุย พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตัวเองยังเอาไม่รอด ไม่มี ไม่มีใครขอร้อง ตนไม่บารมี ทำให้ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ตัวเองยังเอาไม่รอด แสดงว่ามั่นใจ ว่าการปรับครม.รอบนี้ จะอยู่ในตำแหน่งต่อใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า จะไปมั่นใจได้ยังไง นายกฯซุ่มเงียบ ไม่เคยบอกอะไรใคร