
ปชป.แนะ'ตั๊ก'จี้รบ.คุ้มครองสิทธิสตรี
ปชป. ยันไม่มีวันเห็น 'เทพเทือก' ประกาศเผาบ้านเผาเมือง เย้ย 'เต้น' สงวนลิขสิทธิ์แนวคิดให้คนเสื้อแดง ป้อง 'ตั๊ก-บงกช' แนะจี้รบ.คุ้มครองสิทธิสตรีเท่ามาตรา 'ปู' ว.5 โฟร์ซีชั่นส์
15 พ.ค.55 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า กรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯ และแกนนำนปช. ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การจัดเวทีสานเสวนาของพรรคประชาธิปัตย์ที่ จ.ชุมพร และ จ.นครศรีธรรมราช ว่าพรรคประชาธิปัตย์ก๊อบปี้การดำเนินการของนปช. ว่า การจัดกิจกรรมของพรรคประชาธิปัตย์เป็นการจัดโดยเปิดเผย ให้ความรู้ข้อเท็จจริงกับประชาชนไม่ได้มีการปลุกระดมด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จ ใส่ร้ายรัฐบาลหรือสร้างความแตกแยกเกลียดชังให้เกิดขึ้นในแผ่นดิน สิ่งที่ผู้ใหญ่ของพรรคพูดบนเวที สามารถตรวตสอบได้ ยืนยันว่าพรรคประชาธิปปัตย์ ไม่มีวันที่จะก๊อบปี้แนวความคิดของนปช. โดยเฉพาะกรณีเผาบ้านเผาเมือง ปลุกปั่นยุยง ปิดราชประสงค์ หรือ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ทำไม่มีวาระซ้อนเร้น
“พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีแนวคิดและไม่มีวันที่จะเดินทางไปในแนวทางดังกล่าวแน่นอน นายณัฐวุฒิ จะไม่มีวันได้เห็นนายสุเทพ (เทือกสุบรรณ) โพกหัว พร้อมตะโกนว่า เผาบ้านเผาเมือง และพร้อมที่จะรับผิดชอบ ไม่มีวันได้เห็นพวกเราออกไปปิดสี่แยกราชประสงค์ เผาห้างเซ็นทรัลเวิร์ล หรือ ไม่มีวันได้เห็น 91ศพที่ต้องพลีชีพเพื่อแกนนำ ขอให้นายณัฐวุฒิ สงวนลิขสิทธิ์เคล็ดวิชาตรงนี้ให้กลุ่มคนเสื้อแดง” นายชวนนท์ กล่าว
นายชวนนท์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงพัทยาคุกคามข่มขู่ “ตั๊ก บงกช คงมาลัย” ดาราชื่อดัง สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มคนเหล่านี้ยังไม่สามารถอยู่ในสังคมที่มีความแตกต่างทางความคิดได้ และที่ นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มเสื้อ ออกมาพูดว่าพฤติกรรมของคนเสื้อแดงเป็นการแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยนั้น แสดงให้เห็นว่า ประชาธิปไตย เป็นได้เฉพาะเมื่อพวกตัวเองมีโอกาสได้พูด และมีบทบาท เมื่อไหร่ที่ถูกฝ่ายตรงข้ามเห็นแย้งทางความคิดจะรับไม่ได้ก็จะกล่าวหาว่าไม่เป็นประชาธิปไตย และพร้อมใช้กำลังคุกคามทันที จึงอยากให้ผู้ใหญ่ของรัฐบาลออกมาปรามในพฤติกรรมดังกล่าวและคุ้มครองสิทธิความเป็นผู้หญิงของ ”ตั๊ก” แต่เป็นเรื่องที่แปลกที่ไม่มีใครออกมาดำเนินการในเรื่องนี้ หรือเป็นเพราะตั๊กบงกชไม่ได้ไปอยู่ที่โฟร์ซีชั่นส์ชั้น 7 เหมือนเช่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถึงจะได้รับการคุ้มครองสิทธิสตรี ขอถามว่า สิทธิสตรีใช้ได้กับ น.ส.ลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ คนเดียวใช่หรือไม่ ที่มีสิทธิเหนือสตรีคนอื่น
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนที่จะมีการไปตั้งเวทีคนเสื้อแดงทั้งที่จ.ภูเก็ต และ จ.สงขลา โดยกล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์ไปปลุกระดมต่อต้าน ยืนยันว่าพวกเราไม่ได้ปลุกระดม แต่เป็นการพูดข้อเท็จจริง และประชาชนภาคใต้ก็ทราบดีว่าพวกท่านมีวาระซ้อนเร้น ที่จะทำอะไรในภาคใต้ คนภาคใต้เขาไม่ต้องการความขัดแย้ง แตกแยกในแผ่นดินนี้อีกแล้ว แต่ไม่ใช่ว่าคนเสื้อแดงหรือคนที่มีความคิดต่างจะเข้าไปในภาคใต้ไม่ได้ แต่คนเหล่านี้ต้องการไปล้างสมอง และใส่อุดมการณ์ที่ผิดๆให้กับเยาวชน
“ถ้าพวกผมทำพวกท่านไม่ได้กลับออกมาหรอก เพราะฉะนั้นหมอเหวงไม่ต้องข่มขู่ ว่า ถ้าคนเสื้อแดงเป็นศัตรูกับประชาธิปัตย์แล้วพวกผมจะไม่มีแผ่นดินอยู่ ผมไม่ได้เป็นเป็นศัตรูกับคนเสื้อแดง ไม่ได้เป็นศัตรูกับคนไทย แต่กลับแกนนำที่หลอกลวงต้มตุ๋นประชาชน ผมเป็นศัตรูด้วยมาตั้งนานแล้ว เพราะฉะนั้นเลิกพฤติกรรมข่มขู่ ถ้าพวกท่านไม่หยุดผมเชื่อว่าประชาชนจะลุกขึ้นมารักษาสิทธิ์ ผมขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์แม้จะไม่ได้อยู่ในเมืองไทย ถ้าได้ยินก็ควรห้ามปรามคนเสื้อแดงบ้าง เพราะนั่นจะเป็นจุดจบทางการเมืองของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์” นายชวนนท์ กล่าว
'เทพไท'เย้ย'เสื้อแดง'จัดรำลึก2ปีแค่รักษามวลชน
วันเดียวกัน นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่ม นปช. เตรียมจัดกิจกรรมรำลึกครบรอบ 2 ปี เหตุการณ์สลายการณ์ชุมนุม 19 พ.ค. ที่สี่แยกราชประสงค์ ว่า เป็นเพียงกิจกรรมที่หวังผลทางการเมืองเพื่อรักษากระแสมวลชนของกลุ่มนปช.หากไม่มีกิจกรรมดังกล่าวก็จะทำให้มวลชนสลายตัวไป จึงต้องจัดกิจกรรมแบบนี้หลายครั้ง แต่การจัดกิจกรรมของนปช.เป็นการสวนทางกับแนวคิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่าให้ทุกฝ่ายเสียสละและลืมอดีต แต่กลายเป็นว่าในวันที่ 19 พ.ค.นี้ และมีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะวีดีโอลิงก์ มายังกล่มผู้ชุมนุม จึงอยากถามพ.ต.ท.ทักษิณ ว่ามีแนวทางการสร้างความปรองดองอย่างไรกันแน่ เพราะถ้าต้องการสร้างความปรองดองควรหยุดกิจกรรมของกลุ่มนปช. และคนเสื้อแดง และแกนนำคนเสื้อแดงจะต้องลืมเหตุการณ์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้ใครก็ตามที่มีอิทธิพลและมีอำนาจบารมีเหนือกลุ่มนปช. ต้องเป็นผู้นำในการส่งสัญญาณให้เกิดการปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกันเพื่อสร้างความปรองดอง
จี้'ธาริต'รับผิดชอบหลังสร้างมาตรฐาน'จตุพร'ปราศรัยหมิ่นไม่ผิด
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า กรณีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ อกมาระบุว่าคำปราศรัยของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. ไม่ ผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 เพราะคำปราศรัยมุ่งโจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะอดีตนายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯว่า นายธาริต ต้องรู้ว่าตัวเองเป็นคนวางมาตรฐาน เพราะหากเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก นายธาริตต้องรับผิดดชอบ เพราะได้วินิจฉัยและใช้ดุลพินิจในกรณีดังกล่าวไว้แล้ว ว่า การปราศรัยในลักษณะแบบนี้สามารถเอาสถาบันมาเกี่ยวข้องได้ ฉะนั้นนายธาริตจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ แต่อย่างน้อย ขอให้แผ่นดินนี้จารึกไว้ว่ามาตรฐานนี้เกิดจากดีเอสไอ ในยุคที่นายธาริตเป็นอธิบดี
'ชวนนท์' อัด 'ก.พาณิชย์' งมโข่งแก้ปัญหาของแพง
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต แถลงถึงกรณีที่ครม.ตีกลับอาหารสำเร็จรูป 10 รายการเป็นสินค้าควบคุมตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ว่า ตนเห็นด้วยกับมติครม. เนื่องจากเป็นการคุมราคาที่ปลายทาง รัฐบาลจะต้องยกเลิกการโยนภาระไปให้ประชาชน ซึ่งผู้ประกอบการพูดตรงกันว่า สาเหตุที่ราคาสินค้าแพงขึ้นมาจากต้นทุนด้านพลังงานและการขนส่ง รวมถึงการขึ้นค่าแรง 300 บาทด้วย หากแก้ปัญหาที่ปลายทางปัญหาก็ไม่มีวันจบ ดังนั้นรัฐบาลจะต้องแก้ไขในเรื่องนี้ แต่ที่น่าประหลาดคือ รมว.พาณิชย์ ออกมาพูดหลังครม.ตีกลับมาตราการดังกล่าว ว่า จะมีการควบคุมราคาอาหารในพื้น 7 จังหวัดที่มีการขึ้นค่าแรง 300 บาท ขอถามว่า ใช้อะไรคิด เพราะพื้นที่ดังกล่าวเมื่อค่าแรงสูงขึ้นราคาอาหารปรุงสำเร็จแพงตามไปด้วยหากเป็นเช่นนี้ใครจะนำอาหารมาขาย
“ผมงงกับแนวคิดของกระทรวงพาณิชย์ยุคนี้มาก หากพวกท่านยังแกล้งโง่หรืองมโข่ง ไปแก้ที่จุดอื่นปัญหาก็ไม่มีวันจบ แต่จะกลายเป็นลิงแก้แห อยากจะเรียกร้องให้รมว.พาณิชย์และปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่เสนอมาตรการดังกล่าวแล้วครม.ตีกลับควรแสดงความรับผิดชอบ ในการแสดงสปีริต แต่ผมก็ไม่รู้ว่า แต่ไม่ทราบว่าจะหาสปิริตจากคนที่ตั้งสมญานามน่ารักๆ ให้ผมได้อย่างไร ”นายชวนนท์กล่าว
นายชวนนท์กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาที่ถูกจุดคือการแก้ปัญหาที่ต้นทุนพลังงาน แต่การประกาศชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน และชะลอการขึ้นราคาก๊าสเอ็นจีวี และแอลพีจีออกไป ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาระยะยาว แต่เปฌนเพียงการชะลอคลื่นลุกใหญ่ที่จะซัดเข้ามาเท่านั่น และจากการที่รัฐบาลบอกว่า อีก 3 เดือนข้างหน้าจะขายราคาก๊าสเอ็นจีวีและแอลพีจีในราคาหน้าโรงกลั่น จึงอยากให้รัฐบาลเปิดเผยต้นทุนราคาหน้าโรงกลั่นให้ชัดเจน เพราะคาดเดาได้ว่า อีก 3 เดือนข้างหน้าก๊าสทั้ง 2 ชนิดจะกระโดดขึ้นอีกเ 2-3 บาท



