
สิ้น 'อากง' มิสิ้นปมขัดแย้ง จุดกระแสแก้ไข ม.112?
หลัง 'อากง sms' อำพล ตั้งนพกุล เสียชีวิตลง กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันทีทันใด
หลังจาก 'อากง sms' อำพล ตั้งนพกุล วัย 61 ปี ผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้เสียชีวิตลง เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันทีทันใด
�โดยเฉพาะ 'คนเสื้อแดง' ที่ลุกขึ้นมาตั้งคำถามกับกระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง พร้อมรวมตัวกันเคลื่อนไหวที่หน้าศาลอาญา ตั้งแต่ช่วงเย็นวันนั้น และรวมตัวกันอีกครั้งในบ่ายวันที่ 9 พฤษภาคม ด้วยการแห่ศพ 'อากง' ออกจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เคลื่อนไปกระทรวงยุติธรรม ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และมาทำพิธีรดน้ำศพบริเวณหน้าศาลอาญา รัชดา
�ขณะที่ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงการเสียชีวิตของอากง ว่าได้รับแจ้งมีอาการปวดท้องตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม ตามระเบียบปฏิบัติของทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จะให้ยาแก้ปวดท้องเพื่อบรรเทาอาการเป็นเบื้องต้น แต่เมื่อสอบถาม ได้รับรายงานว่าอาการยังไม่ดีขึ้น จึงสั่งการให้ผู้บัญชาการเรือนจำส่งตัวไปรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาล
ราชทัณฑ์ ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม และได้เสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 8 พฤษภาคม โดยอาการป่วยที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต ยังคงต้องรอการชันสูตรของแพทย์อีกครั้ง
�ส่วน ทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวถึง กรณีญาติของอากงมารวมตัวเคลื่อนไหวที่หน้าศาลอาญา ว่า คดีนี้ศาลอาญา มีคำพิพากษาไปแล้ว และจำเลยได้ยื่นประกันตัวชั้นศาลอุทธรณ์ ศาลอาญาส่งคำร้องขอประกันตัวให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่ง แต่ระหว่างการพิจารณาชั้นอุทธรณ์ดังกล่าว จำเลยยื่นขอประกันตัวต่อศาลฎีกา
�ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว (15 มี.ค. 2555) ซึ่งจำเลยคงคิดว่าไม่มีโอกาสได้ประกันตัวอีกแล้ว จำเลยจึงได้ขอถอนอุทธรณ์คดีไป (3 เม.ย. 2555) เพื่อจะใช้สิทธิยื่นถวายฎีกา เพราะการถวายฎีกาจะยื่นได้ก็ต่อเมื่อคดีต้องถึงที่สุด
�"ศาลอาญาได้ออกหมายคดีถึงที่สุดให้เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2555 และเมื่อคดีถึงที่สุดก็ไม่อาจยื่นประกันตัวอีก เนื่องจากคดีไม่ได้ค้างพิจารณาอยู่ในศาลยุติธรรม ดังนั้น ตัวนายอำพล จึงถือว่าอยู่ในการควบคุมของราชทัณฑ์ ซึ่งมีการรักษาพยาบาลของเขาอยู่แล้ว หากจะนำตัวมารักษาข้างนอกก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ควบคุม..
�"แต่เมื่อนายอำพลเสียชีวิตไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ก็ถือว่าตายในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 150-156 กำหนดให้อัยการยื่นคำร้องไต่สวนชันสูตรพลิกศพได้ เพื่อหาสาเหตุการตาย ซึ่งหากมีการยื่นคำร้องก็ต้องเข้าสู่กระบวนการไต่สวนต่อไป"
�ครอบครัวของอากง อย่าง 'ป้าอุ๊' รสมาลิน ตั้งนพคุณ หลังทราบข่าวว่าสามี 'อากง' เสียชีวิต กล่าวเพียงสั้นๆ เช้าวันนั้น (8 พ.ค.2555) ว่า ขอตั้งสติก่อน ยังไม่ขอพูดอะไรในขณะนี้ ส่วนการจัดการศพอากง ต้องปรึกษากับลูกก่อน โดยอากงเคยมีอาการป่วยเป็นมะเร็งในช่องปากก่อนถูกคุมขัง และเมื่ออยู่ในเรือนจำอาการป่วยจึงกำเริบ ท้องบวมและมีอาการปวดท้อง ก่อนถูกนำตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาล และเสียชีวิตลงในที่สุด
�ส่วนทนายความของอากง พูนสุข พูนสุขเจริญ ระบุว่า อากงมีอาการปวดท้องมาเป็นเดือนแล้ว แต่เพิ่งเป็นหนักเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่วนเรื่องคดีความได้ถอนอุทธรณ์แล้ว อยู่ระหว่างการเตรียมยื่นเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งมีกำหนดจะทำภายในอาทิตย์นี้ หรืออาทิตย์หน้า
�กล่าวสำหรับคดีของอากง ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 หลังส่งข้อความสั้น (SMS) เข้าข่ายหมิ่นสถาบันไปยังโทรศัพท์มือถือจำนวน 4 ครั้ง ของ 'สมเกียรติ ครองวัฒนสุข' เลขานุการส่วนตัว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขณะเป็นนายกรัฐมนตรี ในช่วงกลางปี 2553 ซึ่งมีการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง
�'อากง' ถูกคุมขังนานสองเดือนก่อนศาลจะอนุญาตให้ประกันตัว แต่หลังไปรายงานตัวเพื่อรับทราบคำสั่งฟ้องของอัยการ (18 ม.ค. 2554) ศาลก็ไม่อนุญาตให้ประกันตัวอีก จนถึงปัจจุบัน แม้จะมีการยื่นขอประกันตัวอีกหลายครั้ง ด้วยเหตุที่ว่าเกรงจำเลยจะหลบหนี
�ส่วนการพิพากษา (23 พ.ย. 2554) ศาลได้ตัดสินจำคุกนายอำพล 20 ปี ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (2), (3) ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร อันเป็นการจาบจ้วง ดูหมิ่นพระเกียรติยศ และหมิ่นประมาทใส่ความให้ร้ายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และถูกส่งมาควบคุมตัวในเรือนจำหลังศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว
�ต่อมา 'ป้าอุ๊' คู่ชีวิตอากง ยื่นคำร้องศาลอาญาพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 ล้านบาท พร้อมเงินตำแหน่งของผู้ค้ำประกันอีก 7 คน รวมประเมินราคา 2.2 ล้านบาทเศษ ขอประกันตัวอากง โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นควรส่งเรื่องให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณา
�เมื่อ 23 กุมพาพันธ์ 2555 ศาลอุทธรณ์ไม่ให้ประกัน ให้เหตุผลว่าหากปล่อยตัว ไม่เชื่อจะไม่หลบหนี ส่วนที่ว่าป่วยนั้น ทางราชทัณฑ์มีโรงพยาบาลสามารถรักษาได้ ซึ่งทนายจึงยื่นขอประกันตัวต่อศาลฎีกา แต่ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว (15 มี.ค.55)
�เมื่อ 'อากง' รู้แล้วว่าไม่สามารถยื่นประกันตัวได้แล้ว จึงขอพระราชทานอภัยโทษ โดยเขียนจดหมายลายมือ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2555 ถึงทนายความอีกคน คือ อานนท์ นำภา สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์ ระบุไว้ตอนหนึ่งว่า
�"..คุณอานนท์ อย่าได้กังวล ที่ผ่านมาผมยอมรับว่าเหนื่อยมากๆ เหนื่อยที่จะมีชีวิตอยู่ เหนื่อยที่จะต่อสู้เพื่อค้นหาความยุติธรรมให้กับตัวเองและคนในครอบครัว ผมหมดกำลังใจหลายครั้ง คิดถึงแต่ลูกเมียและหลานๆ ก็มีแต่คุณหนุ่มที่จะคอยชาร์จแบตให้ คุณหนุ่มจะบ่นว่าเสมอ ผมเป็นพวกแบตเสื่อม ชาร์จได้ไม่กี่นาทีก็ต้องกลับมาชาร์จอยู่เรื่อยๆ คิดแล้วก็เห็นใจหนุ่มเขานะ แต่ผมก็ท้อจริงๆ ในแต่ละวันผมจะเฝ้ารอ อุ๊มาเยี่ยม บางวันพาหลานๆ มา ทำให้ผมมีกำลังใจ ยิ้มได้บ้าง นี่แหละคือ ความสุขของผมสามารถหาได้ตลอดเวลาที่ผ่านมา..
�"คุณอานนท์ไม่ต้องห่วงผมนะครับ ผมจะพยายามอดทน และมีกำลังใจสู้ต่อไป หวังแต่เพียงว่าคุณอานนท์และรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ จะช่วยกันผลักดันการขออภัยโทษของพวกเราในกรณีพิเศษเพื่อว่าผมจะได้กลับไปอยู่กับหลานๆ ลูกเมียเสียที ผมบอกตามตรงเลยนะครับว่าผมคิดถึงหลานๆ มากที่สุดเลยครับ ผมเขียนจดหมายถึงหลานทีไร ผมก็น้ำตาไหลทุกทีเลย เลยไม่อยากเขียนไปหา.."
�อย่างไรก็ตาม กรณี 'คดีอากง' นับเป็นคดีตัวอย่างของการบังคับใช้กฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น ยังคงมีข้อถกเถียงกันต่อไปว่า ความสมดุลควรแก่เหตุการลงโทษ จะอยู่จุดใด?



