ข่าว

งานที่ขาดหายไปของเสื้อแดง

งานที่ขาดหายไปของเสื้อแดง

15 พ.ค. 2555

งานที่ขาดหายไปของเสื้อแดง : ประชาธิปไตยฯที่รัก โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])

               ผมไม่เคยแสดงตัวว่าเป็นนักวิจัยคนเสื้อแดง แต่ก็ชื่นชมงานวิจัยคนเสื้อแดงทุกชิ้นนั่นแหละครับ จะเห็นด้วยบ้างหรือไม่เห็นด้วยบ้างก็แล้วแต่ชิ้นงาน
 
               บอกตรงๆ ไม่รู้จะวิจัยอะไรกับคนเสื้อแดง เพราะคิดไม่ตกว่าจะใช้วิธีวิทยาว่าด้วยการวิจัยอย่างไร และใช้ทฤษฎีรองรับการวิจัยอะไร…
 
               ที่จะจับต้องคนเสื้อแดงได้อย่างถูกต้อง และถูกใจตัวเองด้วย
 
               เห็นจะมีแต่ทฤษฎีหลวมๆ ว่าคนเสื้อแดงนั้นเป็น "อัตลักษณ์ทางการเมือง" (political identity) บางอย่างนั่นแหละครับ
 
               จะอธิบายเป็นกลุ่มผลประโยชน์ ผู้หลงผิด ชนชั้น คนจน คนชนบท หรือขบวนการทางสังคมก็ดูจะมีทั้งคำอธิบายที่ถูกและมีประเด็นท้าทายไปพร้อมๆ กัน
 
               ที่มีถูกใจก็ดูเหมือนจะเรื่องอัตลักษณ์ทางการเมือง ที่หมายถึงการประกอบสร้างตัวตนทางการเมืองของพวกเขาขึ้นมา ซึ่งบางอย่างสิ่งที่เขาประกอบสร้างขึ้นมานั้นอาจจะเหมือนขัดกันเองก็ได้ แต่ท้ายสุดแล้วก็เป็นเรื่องของการตอบคำถามตัวเองว่าพวกเขาคือใครและมีปฏิบัติการทางชีวิตอย่างไร
 
               การอธิบายเช่นนี้จึงไม่ได้สนใจว่าอะไรแท้หรืออะไรเทียม และไม่ได้อธิบายว่าตัวอย่างในการเก็บข้อมูลถูกต้องหรือไม่ เพราะเรื่องใหญ่คือการขยายกรณีศึกษาต่อไปเรื่อยๆ มากกว่าการค้นหาลักษณะการเป็นตัวแทนของกลุ่มตัวอย่างเดียวแล้วมาอ้างว่าเป็นลักษณะทั่วไปของคนเสื้อแดงทั้งหมด
 
               ในอีกด้านหนึ่ง คุณูปการของการมองว่าคนเสื้อแดงนั้นเป็นเรื่องของการสร้างอัตลักษณ์ทางการเมืองผ่านปฏิบัติการทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น ทำให้เราเห็นว่าปฏิบัติการของการกระทำการโจมตีคนเสื้อแดงว่าไม่แท้ โง่ ถูกหลอก ฯลฯ ก็ไม่สามารถทำลายล้างคนเสื้อแดงลงไปได้เช่นเดียวกัน เพราะอัตลักษณ์ของคนเสื้อแดงนั้นมีหลากหลาย
 
               และแม้ว่าเราจะสามารถอธิบายลักษณะร่วมหลักๆ ได้ แต่ลักษณะร่วมเหล่านั้น (รวมทั้งการโจมตีลักษณะร่วมเหล่านั้น) ทำงานไม่ได้หากปราศจากการเกาะเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิตจริงของคนเสื้อแดงแต่ละคนว่าเขามาเป็นแดงได้อย่างไร
 
               เขาต่อรอง ต่อติด และผลิตซ้ำตัวตนในฐานะคนเสื้อแดงอย่างไรในแง่นี้คนเสื้อแดงไม่ใช่ก้อนมวลชน ซึ่งแม้กระทั่งแกนนำจะชักพาไปทางไหนได้ และเขาก็ไม่ใช่มวลชนที่รวมตัวกันแบบที่สูตรสำเร็จในการทำลายล้างจะทำงานได้ บางทีรัฐไทยอาจจะรู้จักวิธีการในการจัดการกับคนเสื้อแดงได้ดี เพราะรัฐไทยมีบทเรียนกับการปราบปรามในอดีตมาหลายครั้ง ผ่านการเข้าใจและปฏิบัติการกับคนที่ยืนตรงข้ามกับรัฐไม่ใช่ผ่านการทำลายล้างแต่ผ่านการขจัด "เงื่อนไข" ที่ทำให้เกิดสิ่งที่อยู่ตรงข้ามรัฐ แต่ในอีกด้านหนึ่ง เงื่อนไขรอบนี้นั้นอาจจะเป็นเดิมพันที่สูงเกินไปที่รัฐจะกำจัดได้ แม้กระทั่งเมื่อบางส่วนของคนเสื้อแดงเข้าไปเป็นรัฐเสียเอง
 
               ส่วนในขบวนการคนเสื้อแดงเอง ผมกลับคิดว่าส่วนหนึ่งที่หายไปก็คือชีวิตชีวา และวัฒนธรรมของคนเสื้อแดงเองที่ถูกผลิตขึ้นมามากมายในช่วงของการต่อสู้บนท้องถนน
 
               ภาพของคนเสื้อแดงจึงไม่ใช่เรื่องราวแค่ส่วนของเหตุผลทางการเมือง และการจัดสร้างองค์กรทางการเมือง แต่ยังคงต้องรวมถึงงานทางวัฒนธรรมบางอย่างของคนเสื้อแดงเองที่จะแสดงออกและสืบสานอัตลักษณ์ของพวกเขาออกมา ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องเป็นรูปของการเมืองด้านที่เป็นทางการ การประการตัวอย่างโจ๋งครึ่ม หรือการปะทะในแบบของได้กับเสีย
 
               แต่หมายถึงกระบวนการและท่าที-ลีลาบางอย่างที่ทำสร้างชีวิตชีวาหล่อเลี้ยงตัวตนของพวกเขา อย่าลืมว่า "ความสนุก/ความบันเทิง" เป็นหัวใจสำคัญของปฏิบัติการทางการเมืองไทย อย่างน้อยในสายตาของนักวิชาการฝรั่งที่ตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้กับการเมืองไทยไว้นานแล้ว
 
               หมายเหตุ เขียนงานชิ้นนี้เพื่อพยายามไปให้พ้นว่าตกลงศิลปินควรให้ความคิดเห็นทางการเมืองอย่างไร ในบรรยากาศของความขัดแย้ง มาสู่การคิดว่า ตัวงานวัฒนธรรมน่าจะสำคัญกว่ามองว่าศิลปินคนไหนให้ความคิดเห็นทางการเมืองผ่านสื่อได้คมกว่ากัน