ข่าว

มวยไทย ทำไมย่ำอยู่กับที่

มวยไทย ทำไมย่ำอยู่กับที่

15 พ.ค. 2555

มวยไทย ทำไมย่ำอยู่กับที่ : คอลัมน์ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : โดย..พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

                 มวยไทยคือกีฬาสำหรับลูกผู้ชาย และคือศิลปะประจำชาติ ที่สามารถดึงดูดเงินจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้เข้ามาใช้จ่ายได้ปีละมากมาย ปัจจุบันนี้มีชาวต่างชาติเข้ามาเรียนรู้วิชามวยไทยโดยยอมเสียค่าเล่าเรียนกันคนละมากๆ และมียิมในต่างประเทศที่มีการว่าจ้างอดีตนักมวยไทยไปเป็นผู้ฝึกสอนคนในชาติของตนเอง ให้เรียนรู้จนถึงขั้นมีความสามารถที่จะขึ้นชกมวยไทยได้

                 แม้จะยังไม่มีใครรวบรวมตัวเลขอย่างเป็นทางการ ของเม็ดเงินที่มวยไทยสามารถนำเข้าประเทศได้ แต่ก็เชื่อว่าน่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนสร้างรายได้สร้างงานปีละหลายร้อยล้านบาท หรือหากนับเนื่องรวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องก็น่าจะมีเงินมากกว่าปีละพันล้านบาทจากมวยไทย ทั้งนี้ ไม่นับเงินในส่วนของการพนันขันต่อที่มีเกิดมาเป็นของคู่กันกับมวยไทย

                 แต่เชื่อหรือไม่ว่าในขณะที่มวยไทยชื่อเสียเลื่องลือไกลไปทั่วโลก มีชาวต่างชาติทั้งหญิง ชาย ลูกเล็กเด็กแดง ยอมเสียเงินเข้ามาชมการแข่งขันและยอมเสียเงินเพื่อศึกษาวิชามวยไทย แต่คนไทยเองที่มีระดับการศึกษาสูงๆ มีหน้าที่การงานดีๆ อยู่ในวงสังคมระดับสูง กลับมีน้อยคนมากที่ย่างเท้าเข้าไปในสนามมวยเพื่อชมมวยไทย 

                 ด้วยเขาเหล่านั้นยึดติดอยู่กับความคิดที่ว่า สนามมวยคือสถานที่อโคจรมีแต่นักพนันเข้าไปมั่วสุมกัน และมีข่าวคราวการขว้างปาสิ่งของ ชกต่อยกันในสนามมวยปรากฏอยู่เป็นประจำ สรุปง่ายๆ ว่าเพราะภาพลักษณ์ของสนามมวยคือ ที่รวมของคนระดับล่างที่หาเช้ากินค่ำและงมงายในการพนัน ไม่ใช่สนามกีฬาหรือสถานแสดงศิลปะประจำชาติ ที่เหมาะแก่การไปพักผ่อนหย่อนใจเพื่อความเพลิดเพลิน

                 เรื่องอย่างนี้คงจะกล่าวโทษคนไทยด้วยกันเอง ที่มีความคิดในแง่ลบกับสนามมวยและวงการมวยเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ เพราะภาพที่ปรากฏออกมาตามสื่อต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสื่อโทรทัศน์ที่มีการถ่ายทอดการชกมวยเกือบทุกช่อง จะพบเห็นภาพนักพนันยื่นมือแสดงการต่อรองราคาพนันขันต่อกัน มีภาพของคนบอกโพยที่ยืนถือกระดานซึ่งมีโทรศัพท์เคลื่อนที่วางไว้นับสิบเครื่อง ทำการบรรยายส่งกระจายเสียงไปตามที่มีผู้ยอมจ่ายเงิน เพื่อรับฟังการถ่ายทอดเสียงพร้อมราคาต่อรองที่เกิดขึ้นในสนามมวย  

                 ที่ร้ายกว่านั้นคือภาพความชุลมุนวุ่นวายบริเวณรอบขอบเวที ทั้งในส่วนมุมของนักมวยซึ่งแทนที่จะมีพี่เลี้ยงเทรนเนอร์เพียงแค่สามหรือสี่คน กลับมีคนจำนวนมากไปแย่งกันตะโกนสอนนักมวยจนฟังไม่ได้ศัพท์ หรือแม้แต่บริเวณที่นั่งของกรรมการก็มีคนเข้าไปในพื้นที่จนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร บนเวทีในส่วนนอกเชือกกั้นยังมีช่างภาพจากสื่อต่างๆ ที่ต้องการภาพระยะใกล้ ขึ้นไปยืนบังผู้ชมที่นั่งบริเวณริงไซด์เสียอีก


                 ดังนั้น การที่ไม่มีพ่อค้านักธุรกิจหรือคนในวงสังคมระดับสูงทั้งไทยและต่างชาติ เข้าไปชมมวยภายในเวทีจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ และคงไม่สามารถสรุปได้ว่าคนไทยเหล่านั้นไม่ให้การสนับสนุนกีฬามวยไทยหรือศิลปะประจำชาติ เพราะในขณะเดียวกันเมื่อมีการจัดการแข่งขันชกมวยที่มีภาพการชุลมุนวุ่นวาย ส่งเสียงออกท่าทางแสดงการพนันขันต่อลดน้อยลงอย่างรายการ "ไทยไฟท์" กลับมีคนไทยในแวดวงสังคมระดับสูงและชาวต่างชาติให้ความสนใจเข้าไปชมติดเวทีเป็นจำนวนมาก

                 เรื่องอย่างนี้แม้จะเป็นที่ยอมรับกันอย่างเปิดเผยว่า การพนันต่อรองเป็นสิ่งที่สร้างสีสันให้แก่กีฬามวยไทยอย่างหนีกันไม่พ้น แต่หากมีการควบคุมการเผยแพร่ภาพหรือควบคุมวิธีการ ให้อยู่ในกรอบที่ไม่ไปรบกวนผู้ที่ต้องการเข้าไปชมมวยไทย เพื่อความบันเทิงเช่นเดียวกันกับการชมกีฬาอื่นๆ กีฬามวยไทยก็น่าจะได้รับความนิยมในมุมที่หลากหลายมากขึ้น

                 นั่นหมายถึงเม็ดเงินที่จะเข้ามาสะพัดในทุกส่วนของมวยไทยจะเพิ่มมากขึ้นด้วย นักมวยไทยที่จะได้ค่าตัวจากการชกครั้งละหลายแสนบาทก็จะมีเพิ่มมากขึ้น ทำให้กีฬามวยไทยเป็นกีฬาอาชีพที่เด็กฐานะยากจน สามารถใช้เป็นช่องทางสร้างฐานะให้ตนเองและครอบครัวได้อีกจำนวนมาก เรื่องเช่นนี้จะทำได้หรือไม่ได้จะเห็นควรด้วยหรือไม่ ก็อยู่ที่คนในวงการมวยด้วยกันเองเท่านั้นด้วยครับ

..................................
(มวยไทย ทำไมย่ำอยู่กับที่ : คอลัมน์ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : โดย..พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ)