ข่าว

'การุณ'เล็งฟ้องกลับตร.ทำเกินกว่าเหตุ

'การุณ'เล็งฟ้องกลับตร.ทำเกินกว่าเหตุ

14 พ.ค. 2555

"พล.ต.อ.สมยศ"เผยอัยการสั่งปล่อย"การุณ" โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์คำประกัน "การุณ"เตรียมฟ้องกลับตำรวจทำเกินกว่าเหตุ อธิบดีอัยการคดีอาญา ระบุคดี "การุณ"แค่รอตร.ส่งสำนวนเพิ่ม ไม่ต้องส่งตัวจนกว่าจะนัดฟังคำสั่งคดี

              14พ.ค.2555 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธฺ์ม่วง ที่ปรึกษา สบ.10 เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้สอบสวนนายการุณ ใสงาม ผู้ต้องหาคดีปิดสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปี 2551 เสร็จแล้ว โดยมีบันทึกสั่งการจากอัยการว่าเมื่อแจ้งข้อกล่าวหานายการุณแล้วให้ปล่อยตัวไปในชั้นสอบสวน

              พล.ต.อ.สมยศ กล่าวด้วยว่าขณะนี้กำลังทำบันทึกปล่อยตัวลงประจำวันและปล่อยตัวตามคำสั่งอัยการ เพราะกรณีนี้เป็นการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมจากข้อกล่าวหาหลัก เมื่อมารับทราบข้อกล่าวหาให้กลับได้เลยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัว


 "การุณ"เตรียมฟ้องกลับตำรวจทำเกินกว่าเหตุ

               ต่อมาเมื่อเวลา17.00 น. ตำรวจได้ปล่อยตัวนายการุณ หลังจากได้ใช้เวลาตั้งแต่จับกุมตัวและสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมภายในห้องประชุมสุรสีหนาท ชั้นสอง อาคารอำนวยการ บก.ป. นานกว่า 48 ชั่วโมง

               นายการุณ กล่าวว่า เรื่องนี้มีกระบวนการขั้นตอนเล็กนิดเดียว การตั้งข้อกล่าวหาตน 6-7 ข้อหาในคดีนี้นั้นมีการจับกุมแจ้งข้อหา สอบสวนตั้งแต่ 2551 เรื่อยมา มีการฝากขัง จนกระทั่งวันที่ 14 พ.ค.นี้ก็ไม่สามารถฟ้องได้ ซึ่งได้แถลงต่อศาลซึ่งศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีไปแล้ว ครั้งนี้มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมและออกหมายจับอีก การตั้งข้อหาเพิ่มมีอยู่ทั่วไปทุกคดี เช่น ทำร้ายร่างกายกันเมื่อส่งไปอัยการบอกไม่ใช่เป็นพยายามฆ่าก็ให้พนักงานสอบสวนตั้งข้อหาพยายามฆ่า เมื่อพนักงานสอบสวนทำเสร็จก็ส่งอัยการตามที่มีความเห็น ไม่ต้องนำตัวผู้ต้องหามาอีก กระบวนการง่ายมากแล้วทำกันทั่วประเทศ ทำมาเป็นร้อยๆปีแล้ว

               นายการุณ กล่าวต่อว่า คดีนี้เอกสารอะไรก็ไม่ลงชื่อทั้งนั้น สอบสวนทั้งวันทั้งคืนก็ไม่ลงชื่อ ไม่ตอบ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาด้วยเหตุที่ข้อกล่าวหาไม่ชอบ และอัยการก็บอกเหมือนเดิมไม่ต้องส่งมาให้อัยการก็เท่านั้นแต่ครั้งนี้ทำเอิกเกริก เป็นการจับกุมตัวที่แปลกประหลาดที่สุดในประเทศไทยที่เคยมีมา อุ้มรถที่ในรถมีตนอยู่ทั้งวันทั้งคืนอยู่ในรถคนเดียว 25-26ชั่วโมงเคยมีที่ไหนทำกันแบบนี้ ถ้าอยู่ในบ้านจะไม่ขุดรากถอนโคนบ้านมาด้วยหรือ

               นายการุณ กล่าวด้วยว่า ที่ถูกจับอยู่ห่างจากบ้านไม่กี่สิบเมตร ตนเชิญตำรวจทั้งหมดเข้าบ้านเพราะต้องการเปลี่ยนเสื้อกางเกงอาบน้ำหลังมาจากสวนจากนา ตนอยู่ที่นี่ไม่ได้ไปไหนทราบว่าถูกออกหมายเรียกหมายจับแต่ก็ทำงานไปศาล ตำรวจก็ทราบว่าตนถูกหมายเรียกหมายจับแต่ก็ไม่จับพอถึงเวลาจะจับก็ทำเอิกเกริก ทำผิดแบบมาก
 
               “สำนักงานตำรวจแห่งชาติถ้ามีตำรวจแบบนี้ผมคิดว่าต้องปรับปรุงมาก รวมทั้งปรับปรุงสติปัญญา และจิตสำนึกโดยเร็ว บ้านอยู่แค่เนี่ยควรแวะไหม เชิญเข้าไปอีก 200-300 คนก็เฝ้าดูให้เต็มสนาม ผมก็อยู่กับภรรยาสองคนเท่านั้น ก็รู้เห็นอยู่” นายการุณ กล่าว

               นายการุณ กล่าวว่า กำลังปรึกษาเพื่อนๆทนายความว่าจะรวมกลุ่มเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และเป็นแบบอย่างให้ประชาชนในการร่วมกันแสวงหาความยุติธรรม เพราะการจับกุมครั้งนี้เขาไม่มีสิทธินำรถยนต์ซึ่งไม่ใช่ของตนเป็นของบุคคลอื่นที่เจ้าของไม่ยินยอม การงัดรถก็คิดว่าเป็นการทำไม่ชอบ อีกทั้งการจับกุมผ่านไป 12 ชั่วโมงจึงเห็นหมายจับกุม

               พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำนายการุณและแจ้งข้อหาให้ทราบเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจะทำบันทึกการปล่อยตัวก่อนนำไปลงประจำวันแล้วปล่อยตัวไปตามคำสั่งของพนักงานอัยการ โดยไม่ต้องยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวเนื่องจากนายการุณได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาก่อนหน้านี้แล้ว อัยการได้แจ้งให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่นายการุณเท่านั้น

               "เจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามคำสั่งอัยการ ซึ่งนายการุณก็น่าจะเข้าใจ เมื่อนายการุณออกมาจากรถก็ได้ประสานแพทย์มาตรวจร่างกายว่าพร้อมจะให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนหรือไม่เมื่อแพทย์ลงความเห็นว่านายการุณจะต้องพักผ่อนอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก็อนุญาตให้พักผ่อนก่อนนำมาสอบปากคำ เราให้ความเป็นธรรมอยู่แล้ว" พล.ต.อ.สมยศ กล่าว

               เมื่อถามว่า จะมีการแจ้งข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งข้อหาใดๆเพิ่ม แต่ทราบมาว่าตำรวจ สภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์มีการแจ้งความคดีดังกล่าวแก่นายการุณ ซึ่งแยกคนละส่วนกับคดีที่ตนรับผิดชอบอยู่

               ด้าน นายสมบูรณ์ ทองบุราณ อดีตสมาชิกวุฒิสภา กล่าวด้วยว่า น้องสาวนายการุณมาขอรถกระบะที่ถูกยึดคืนแต่ถูกเจ้าหน้าที่ปฏิเสธ ซึ่งอยากถามกลับไปว่าตำรวจจะรับผิดชอบไหมกรณีที่รถยนต์เสียหาย

               สำหรับนายการุณนั้นถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในคดีร่วมกับกลุ่มพันธมิตรชุมนุมปิดสนามบินทั้งสองแห่งในข้อหา ทำลายหรือทำให้เสียหายอย่างร้ายแรงต่อสิ่งอำนวยความสะดวกของท่า อากาศยานที่ใช้บริการการบินพลเรือน หรือทำให้การให้บริการของท่าอากาศยานหยุดชะงักลง ทั้งนี้โดยใช้กลอุปกรณ์วัตถุหรืออาวุธใดๆ เป็นอันตราย และการกระทำนั้นเป็นอันตรายหรือน่าจะเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของท่า อากาศยานนั้น

อธิบดีอัยการคดีอาญาระบุไม่ต้องส่งตัว


              ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวถึงขั้นตอนหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้จับกุมตัวนายการุณว่า ขั้นตอนขณะนี้คือเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมตามที่อัยการให้พนักงานสอบสวนดำเนินการ ซึ่งหลังจากแจ้งข้อหาเพิ่มเติมและสอบคำให้การนายการุณแล้ว จากนั้นจะส่งสำนวนการสอบปากคำที่แจ้งข้อหาเพิ่มเติมมาให้อัยการ โดยไม่ต้องนำตัวผู้ต้องหามาส่งอัยการ จนกว่าอัยการจะนัดฟังคำสั่งว่าจะฟ้องหรือไม่ หากอัยการสั่งฟ้องจึงจะนัดตัวผู้ต้องหาไปส่งฟ้อง

              ส่วนสำนวนของกลุ่มพันธมิตรฯทั้งหมด 114 รายนั้น  ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ กล่าวว่า  ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะนัดสั่งคดีเมื่อใด โดยสำนักงานอัยการได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาสำนวนทั้งหมดแล้ว และกำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบสำนวน แต่สำนวนที่อัยการสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหา 10 คนยังส่งกลับมาไม่ครบ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งมาแล้วก็จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อมีความเห็นในการสั่งคดีต่อไปโดยเร็ว