
จับพระสลัดจีวรกลางดึกหนีเที่ยว-กกหญิง
จับสึกพระตัดกิเลสไม่ขาด กลางดึกสลัดจีวรใส่เสื้อสวมกางเกง อ้างเป็นไต๋เรือหนีเที่ยว ดื่มเหล้า กกผู้หญิงตามสถานบันเทิงมานาน
เมื่อเวลา 10.00 น.พระปลัดศิริโชค สิริธฺมโม พระวินยาธิการประจำจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยพระครูอาทรประชารักษ์ เจ้าคณะตำบลปากน้ำ พระครูพิจิตรพัฒนานุโยค เจ้าคณะตำบลหาดพันไกร และพระครูใบฎีกาถาวร ถารธมฺโม เลขาฯเจ้าคณะตำบลปากน้ำ รับแจ้งจาก นายสุทธิพงษ์ สุณาพันธุ์ กำนันตำบลปากน้ำชุมพร ว่า พระหนูเลน มหาปุญโญ อายุ 55 ปี หรือนายหนูเลน จังภูเขียว พระวัดแจ้งสว่างนอก จ.ขอนแก่น ซึ่งได้มาจำวัดอยู่ที่พักสงฆ์พลับพลา ม.4 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร กว่า 2 ปี และมีพฤติกรรมมักลอบหนีเที่ยวในยามวิกาลอย่างฆราวาส
ทั้งนี้ หลังรับแจ้งได้เดินทางไปตรวจสอบที่วัดดังกล่าว พบกับพระหนูเลน มหาปุญโญ นั่งอยู่ภายในกุฏิพลับพลาประชาอุทิศ ชั้นล่าง คณะสงฆ์จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาที่ทางกำนัน นายสุทธิพงษ์ สุณาพันธุ์ ให้ได้ทราบ แต่ทางพระหนู ให้การปฏิเสธพร้อมอ้างตนเองอยู่ในศีลในธรรม ไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง
คณะสงฆ์จึงได้นำตัว นายปัญโญ เธียรโชติ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 400/72 ม.8 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร อาชีพขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่ขี่รถมารับส่งพระหนูเลนไปเที่ยวสถานบันเทิงแถวสะพาน มาชี้ตัวพระหนูเลน พร้อมให้ข้อมูลว่า ทุกครั้งที่พระหนูเลนได้โทรศัพท์ให้ตนมารับ จะเป็นเวลาประมาณเที่ยงคืน โดยพระหนูเลนจะยืนรออยู่ริมถนนบริเวณบ้านห้องแถวหลังวัด เพื่อไปส่งร้านคาราโอเกะ ที่สะพานปลา ซึ่งบางครั้งพระหนูเลนเคย ชักชวนตนนั่งดื่มเบียร์เป็นเพื่อน แต่ตนปฏิเสธ คงปล่อยให้พระหนูเลนได้นั่งดื่มเบียร์และเรียกผู้หญิงในร้านมากอดให้เห็น
"เวลาที่มารับ พระหนูเลน จะใส่กางเกงและเสื้อยืดสีดำ สวมหมวกทุกครั้ง พระหนูเลนเคยบอกว่าเป็นไต๋เรือ นานๆ จะขึ้นจากทะเลก็ขอเที่ยวให้สะใจก่อนจะลงเรือ ซึ่งตนเองก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะถือว่าเป็นลูกค้าขาประจำที่คอยมารับไปเที่ยวสถานบันเทิงและจะคอยรับมาส่งที่บ้านห้องแถวที่ทางพระหนูเลนอ้าง และตนเองไม่ค่อยมาที่พักสงฆ์นี้จึงไม่รู้ว่าใครเป็นใคร" นายปัญโญ กล่าว
นายปัญโญ กล่าวต่อว่า ต่อมาทางเจ้าของร้านคาราโอเกะ ได้มาทำบุญได้เจอพระหนูเลน เกิดจำได้ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาพระหนูเลนยังไปเที่ยวดื่มเบียร์ เที่ยวผู้หญิงที่ร้านอยู่เลย ทำไมวันนี้จึงห่มผ้าเหลืองเป็นพระไปแล้ว จึงได้โทรมาบอกผม เมื่อเดินทางมาดูพบว่าคนที่รับส่งอยู่เป็นประจำที่แท้ก็คือพระหนูเลน จึงได้นำเรื่อง ไปแจ้งให้ทางกำนันนายสุทธิพงษ์ สุณาพันธุ์ ให้ได้ทราบเพื่อดำเนินการกับพระรูปดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่คณะสงฆ์ ได้นำพยานบุคคลมาชี้ตัว พระหนูเลน ถึงกับหน้าซีด แต่ยังปากแข็งปฏิเสธ คณะสงฆ์จึงขอตรวจค้นภายในกุฏิ ซึ่งพบขวดเหล้ายาดอง จำนวน 2 ขวด ซุกอยู่ใต้เตียง เสื้อยืดสีดำวางปะปนอยู่กับจีวรในตู้ผ้า จึงยึดมาเป็นหลักฐาน ก่อนได้ให้ทางกำนันไปนำเจ้าของร้านและผู้หญิงที่พระหนูเลนไปเที่ยวมาชี้ตัว เมื่อพระหนูเลน เห็นท่าไม่ดี เพราะอาย หากผู้หญิงมาชี้ตัว จึงยอมรับสารภาพว่า ตนเองได้แอบไปเที่ยวผู้หญิง ดื่มเบียร์จริง โดยจะขอย้ายไปอยู่วัดอื่นในต่างจังหวัด แต่ชาวบ้านที่ทราบข่าวเดินทางมาดู ไม่ยินยอม และขอให้สึกออกจากการเป็นพระทันที เพราะพฤติกรรมที่กระทำลงไปนั้นสร้างความเสื่อมเสียอย่างยิ่งให้กับศาสนาและยังทำลายความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อพระสงฆ์ ดังนั้นต้องสึกอย่างเดียว จนสุดท้ายพระหนูเลน ยอมสึกไปในที่สุด



